กองทุน B-HY (UH) AI และ B-HY (H75) AI Q4/2022

กองทุน B-HY (UH) AI และ B-HY (H75) AI Q4/2022

กองทุนเปิดบัวหลวงไฮยิลด์ (อันเฮดจ์) ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย B-HY (UH) AI
กองทุนเปิดบัวหลวงไฮยิลด์ (เฮดจ์ 75) ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย B-HY (H75) AI

“ตั้งแต่ปลายปี 2021 กองทุนมีกลยุทธ์ให้น้ำหนักกับตราสารหนี้ระยะสั้นมากกว่า Benchmark มาโดยตลอด และมีอายุตราสารเฉลี่ยของพอร์ต (Duration) น้อยกว่า Benchmark เพื่อลดผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจและช่วงอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการกองทุนมองว่า แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยในปีหน้า 2023 จะชะลอตัวลงและลดแรงกดดันกับตลาด จึงปรับเพิ่ม Duration ให้ใกล้เคียงกับ Benchmark มากขึ้น”

“การชะลอตัวของเศรษฐกิจไม่ทำให้อัตราการ Default ของตราสารหนี้ประเภท High Yield เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ และมองว่า ตราสารหนี้ High Yield มีแนวโน้มที่จะให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจในอีก 12 เดือนข้างหน้า”

ภาพรวมตลาด
ตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนตุลาคม มีเงินลงทุนไหลเข้าตลาด High Yield 2 เดือน คือ เดือนกรกฎาคมและเดือนตุลาคม โดยในเดือนตุลาคมมีแรงซื้อจากกลุ่มกองทุน ETF ราคาตราสารหนี้ US High Yield ในเดือนตุลาคมปรับเพิ่มขึ้น +2.85% จากผลการดำเนินงานที่ออกมาดีกว่าที่ดาคการณ์ไว้ และแรงกดดันเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐผ่อนคลายลง ตราสารหนี้ High Yield ออกใหม่ยังมีไม่มากนัก มี 8 หลักทรัพย์ ใกล้เคียงกับเดือนกันยายน


พอร์ตการลงทุน
พอร์ต ณ สิ้นตุลาคม กองทุนหลักมี yield to worst ที่ 9.05% (ไม่รวมเงินสด) ซึ่งใกล้เคียงกับ Benchmark ของกองทุนหลัก (ICE BofA US High Yield) ที่ 9.06% และมีอายุตราสารเฉลี่ยของพอร์ต (Duration-to-worst) ใกล้เคียงกับ Benchmark ที่ 4.3 ปี จะเห็นว่า ตั้งแต่ปลายปี 2021 กองทุนมีกลยุทธ์ให้น้ำหนักกับตราสารหนี้ระยะสั้นมากกว่า Benchmark มาโดยตลอด และมีอายุตราสารเฉลี่ยของพอร์ต (Duration) น้อยกว่า Benchmark เพื่อลดผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจและช่วงอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการกองทุนมองว่า แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยในปีหน้า 2023 จะชะลอตัวลงและลดแรงกดดันกับตลาด จึงปรับเพิ่ม Duration ให้ใกล้เคียงกับ Benchmark มากขึ้น

ด้านกลุ่มที่ลงทุน การลงทุนที่ได้ประโยชน์จากการคัดเลือกหลักทรัพย์ในกลุ่มเฮลธ์แคร์ สันทนาการ และค้าปลีก ซึ่งมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น ในขณะที่ กลุ่มมีเดียและการสื่อสารมีผลการดำเนินงานที่ไม่ดีนัก อีกทั้งการที่กองทุนให้นำหนักลงทุนในภาคบริการมากกว่า Benchmark ส่งผลบวกกับพอร์ตเช่นกัน


มุมมองในอนาคต
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของปัจจัยต่างๆ ผู้จัดการกองทุนหลัก มองว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจไม่ทำให้อัตราการ Default ของตราสารหนี้ประเภท High Yield เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ และมองว่า ตราสารหนี้ High Yield มีแนวโน้มที่จะให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจในอีก 12 เดือนข้างหน้า

Disclaimer: เอกสารนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ ทั้งนี้ บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องครบถ้วน หรือความสมบูรณ์ของข้อมูลดังกล่าวได้ และบริษัทฯ อาจเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เอกสารนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน มิได้มีวัตถุประสงค์ชักชวน ชี้นำ ให้ความเห็น
หรือคำแนะนำในการตัดสินใจลงทุนทางการเงิน หรือการตัดสินใจในทางธุรกิจแต่อย่างใด ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังและวิจารณญาณจากการใช้ข้อมูลบางส่วนหรือทั้งหมดของเอกสารฉบับนี้

ผู้ลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุในคู่มือการลงทุน ในกองทุน RMF/SSF ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต