กองทุนเปิดบัวหลวงภารตะ (B-BHARATA) Q1/2023

กองทุนเปิดบัวหลวงภารตะ (B-BHARATA) Q1/2023

“ตลาดหุ้นอินเดียได้รับแรงหนุนจากนักลงทุนในประเทศอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2023 มีเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนในประเทศ 6.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ จากที่ปี 2022 ทั้งปีมีเงินไหลเข้าจากนักลงทุนในประเทศกว่า 35 พันล้านเหรียญสหรัฐ)”

“กลยุทธ์การลงทุนของกองทุน จะลงทุนอย่างผสมผสานกัน ระหว่างหุ้นขนาดใหญ่ (ประมาณ 70%) ขนาดกลางและเล็ก (ประมาณ 30%) โดยมองว่า หุ้นขนาดใหญ่เป็นผู้นำของตลาดในปัจจุบัน และหุ้นขนาดกลางและเล็ก มีโอกาสที่จะเป็นผู้นำในอนาคต ซึ่งต้องใช้กลยุทธ์การคัดเลือกหุ้นรายตัว (Bottom Up)”

ภาพรวมตลาดหุ้น
• ตลาดหุ้นอินเดียได้รับแรงหนุนจากนักลงทุนในประเทศอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2023 มีเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนในประเทศ 6.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ จากปี 2022 ทั้งปีมีเงินไหลเข้าจากนักลงทุนในประเทศกว่า 35 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ นักลงทุนต่างชาติเป็นเงินไหลออกสุทธิ ตั้งแต่ต้นปีไหลออกกว่า 3.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ
• Valuation ของตลาดหุ้นอินเดียเริ่มกลับมาสู่ในระดับค่าเฉลี่ยระยะยาวอีกครั้ง โดย Price / Earnings (P/E) ณ เดือนกุมภาพันธ์ อยูที่ 17.7% ในขณะที่ค่าเฉลี่ย 10 ปี อยู่ที่ 19.9%


พอร์ตการลงทุน
• ผู้จัดการกองทุนมีมุมมองต่อแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม ดังนี้
o กลุ่มการเงินให้น้ำหนักกลุ่มการเงินมากกว่าดัชนีชี้วัด แต่จะเน้นลงทุนในธนาคารขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพของสินเชื่อดี และกลุ่มบริษัทประกัน
o กลุ่มเฮลธ์แคร์ ปัจจุบันยังมีน้ำหนักการลงทุนไม่มากนัก แต่มีแนวโน้มเพิ่มน้ำหนักในอนาคตอันใกล้ เพราะเห็นถึงการเติบโตอย่างมาก จากที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพมากขึ้น
o กลุ่มที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ร้านอาหาร สินค้าฟุ่มเฟือย แม้ว่าช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา จะราคาลดลงบ้าง แต่คาดว่าจะฟื้นกลับมาได้
o กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ และการผลิตต่างๆ ยังได้ประโยชน์จากกลยุทธ์ที่บริษัทต่างชาติกระจายฐานการผลิตจากจีนไปยังประเทศอื่นๆ (China+1) โดยมีอินเดียเป็นเป้าหมายที่สำคัญ
o กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะซีเมนต์ สินค้าคงทน และวัสดุอุปกรณ์
o กลุ่มพลังงานสะอาด ได้ประโยชน์จากนโยบายภาครัฐ
o กลุ่มส่งออก โดยเฉพาะสินค้า IT มีความอ่อนแอตามการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในสหรัฐและยุโรป


มุมมองในอนาคต
• ในอนาคตอันใกล้ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในอินเดียอาจจะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐและยุโรปบ้าง แต่ผู้จัดการกองทุนมองว่า เมื่อเวลาผ่านไปผลประกอบการจะกลับมาสู่ภาวะปกติเช่นเดิม
• ในปีนี้ มีแนวโน้มว่า หุ้นขนาดใหญ่จะมีผลตอบแทนที่ดีกว่าหุ้นขนาดกลางและเล็ก
• กลยุทธ์การลงทุนของกองทุน จะลงทุนอย่างผสมผสานกันระหว่างหุ้นขนาดใหญ่ (ประมาณ 70%) หุ้นขนาดกลางและเล็ก (ประมาณ 30%) โดยมองว่า หุ้นขนาดใหญ่เป็นผู้นำของตลาดในปัจจุบัน และหุ้นขนาดกลางและเล็ก มีโอกาสที่จะเป็นผู้นำในอนาคต ซึ่งต้องใช้กลยุทธ์การคัดเลือกหุ้นรายตัว (Bottom Up)
• เน้นลงทุนในหุ้นที่มีการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่ง สร้างกำไรให้กิจการได้อย่างมั่นคงในระยะยาว มีอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) สูง และมีธรรมาภิบาล