“กองทุนรวมผสม” หลากหลายและลงตัว พร้อมรับมือทุกสถานการณ์

วศิน วัฒนวรกิจกุล

กรรมการผู้จัดการ

Head of Business Distribution

กองทุนบัวหลวง

คุณวศิน วัฒนวรกิจกุล

ตลาดเงิน ตลาดทุนทั่วโลก กำลังเผชิญความท้าทายและความไม่แน่นอนของวงจรเศรษฐกิจโลก ที่ถูกซ้ำเติมด้วยสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดเดาได้ ไม่ว่าจะเป็น ศึกสงครามการค้าและเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐและจีน ความกลัวของภาวะเศรษฐกิจถดถอย ความไม่แน่นอนของ Brexit ความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซีย การประท้วงวุ่นวายในฮ่องกง ซึ่งก็มีผลกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลก รวมไปถึงตลาดบ้านเราที่กำลังอยู่ในช่วงการมีรัฐบาลใหม่หลังจากการเลือกตั้ง ทำให้นักลงทุนเกิดความไม่มั่นใจ หรือเกิดความกังวลที่จะลงทุน

แต่ในความจริงแล้ว การอยู่เฉยๆ ไม่ลงทุนเลยในสถานการณ์ผันผวน ก็มีความเสี่ยงเหมือนกัน เพราะอัตราเงินเฟ้อปรับขึ้นไปเรื่อยๆ ทำให้เงินสดที่เราถืออยู่นั้น จะด้อยค่าลงทุกวัน การเก็บเงินก้อนไว้เฉยๆ หรือฝากเงินกับธนาคารก็ให้ดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำมาก ซึ่งมองแล้ว ไม่น่าจะใช่ทางออกในการบริหารจัดการการเงินที่ดี

ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับนักลงทุนในสถานการณ์เช่นนี้ คือ การลงทุนอย่างต่อเนื่อง (Stay Invested) ด้วยการกระจายเงินลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย และในสัดส่วนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่แต่ละคนยอมรับได้

ไม่จำเป็นต้องรอจังหวะเวลาที่จะลงทุน เพราะว่า การเดาทิศทางการเคลื่อนไหวของตลาดเงิน ตลาดทุนเพื่อซื้อถูก ขายแพง เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ถ้าเป็นไปได้ ทุกคนก็รวยกันหมดแล้ว

หลายครั้งที่นักลงทุนรอคอยจังหวะเวลาการลงทุน ทำให้พลาดโอกาสของการได้ผลตอบแทน เพราะว่า ตลาดขึ้นสูงไปแล้ว

ประโยชน์ของการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยไม่คำนึงถึงจังหวะเวลาการลงทุน คือ จะทำให้ได้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว โดยในระยะสั้น ผลตอบแทนอาจจะผันผวนติดลบบ้าง แต่ว่า จิตใจก็ต้องไม่หวั่นไหว เนื่องจากเรามีเป้าหมายการลงทุน หรือระดับความเสี่ยงของการลงทุนที่ชัดเจน เพราะว่า ในระยะยาวแล้ว ผลตอบแทนจะงอกเงยขึ้นมา

การลงทุนไม่เหมือนกับการซื้อสินค้า เวลาเราซื้อของ เราจะได้ของทันที แต่เวลาเราลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทน เราต้องรอ ต้องใช้เวลาให้เงินที่ลงทุนทำงานให้เรา

มาถึงตรงนี้ หลายคนอาจมีคำถามว่า ถ้าต้องการลงทุนอย่างต่อเนื่อง แล้วไม่มีเวลา ไม่มีความชำนาญในการผสมสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภทเอง จะทำอย่างไรดี?

“กองทุนผสม” เป็นคำตอบที่ดีของคำถามนี้ เพราะกองทุนผสม จะมีผู้จัดการกองทุนช่วยผสมผสานสินทรัพย์ลงทุนให้แล้ว โดยกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายอย่างเหมาะสม เพื่อให้รับมือกับสถานการณ์ที่ผันผวนได้ดี ดังนั้น ผู้ลงทุนสามารถใช้กองทุนผสมเป็นเครื่องมือในการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองเป้าหมายในระยะยาวของตนเองได้

สำหรับใครที่สนใจลงทุนผ่านกองทุนผสม แต่ไม่รู้ว่า จะเลือกกองทุนไหนดี กองทุนบัวหลวง มีกองทุนผสม 3 กองทุนเด่น ที่จะแนะนำ คือ กองทุนเปิดบัวหลวงอินคัม (B-INCOME) กองทุนผสมบีซีเนียร์สำหรับวัยเกษียณ (B-SENIOR) และกองทุนผสมบีซีเนียร์สำหรับวัยเกษียณ เอ็กซ์ตร้า (B-SENIOR-X) ซึ่งแต่ละกอง มีเสนห์ที่แตกต่างกัน จะเลือกซื้อกองทุนไหน ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของนักลงทุน

B-INCOME นั้น เป็นกองทุนผสม ที่ลงทุนในตราสารหนี้ 50% แล้วนำเงินลงทุนส่วนที่เหลือไปลงทุนในหุ้น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน โดยกองทุนนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการกระแสเงินสดสม่ำเสมอ เพราะกองทุนจะขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติให้ทุกไตรมาส

กองทุน B-SENIOR และ B-SENIOR-X มีความคล้ายคลึงกัน คือ มุ่งลงทุนเพื่อโอกาสชนะอัตราเงินเฟ้อ โดยจะลงทุนในตราสารหนี้ 70% แล้วนำเงินที่เหลือไปลงทุนในหุ้น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และทองคำ สำหรับสิ่งที่แตกต่างกัน คือ B-SENIOR จะจำกัดการลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 15% ส่วน B-SENIOR-X จะเพิ่มโอกาสลงทุนในต่างประเทศได้มากกว่า คือ ไม่เกิน 79%

ทั้งนี้ มีข้อที่นักลงทุนพึงรู้ คือ กองทุนผสม จัดว่า มีความเสี่ยงระดับปานกลาง คือ นักลงทุนมีโอกาสขาดทุนได้บ้างระหว่างทางในการลงทุน หากย้อนกลับไปดูข้อมูลผลการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่า

หากเป็นการลงทุนรอบเวลาสัก 1 ปี B-INCOME เคยติดลบมากที่สุดเพียงประมาณ 0.75% ขณะที่ B-SENIOR และ B-SENIOR-X เคยติดลบมากที่สุดเพียงประมาณ 1.6% ซึ่งถือว่าไม่มากนัก สำหรับ B-SENIOR หากลงทุนในรอบเวลาสัก 2 ปี จะพบว่า ผลตอบแทนเป็นบวกในทุกรอบลงทุน

ถ้าจะให้เปรียบการลงทุนในกองทุนผสมกับการทานอาหารแล้ว ก็ต้องบอกว่า การลงทุนผ่านกองทุนตราสารหนี้อย่างเดียวก็เหมือนทานอาหารรสจืด ซึ่งก็อร่อยดี แต่หากต้องการทานอาหารที่ปรุงรสให้กลมกล่อมขึ้นโดยมีรสเปรี้ยวเพิ่มมาอีกนิด ก็สามารถเลือกลงทุนในกองทุนผสมได้ เพราะกองทุนผสมจะให้รสสัมผัสที่จัดจ้านขึ้น แต่คงไม่ถึงกับเปรี้ยวจี๊ดเท่ากองทุนรวมหุ้น ดังนั้น ใครที่เคยมีประสบการณ์ในการทานแกงจืด หรือลงทุนกองทุนรวมตราสารหนี้มาแล้ว อยากจะลิ้มลองรสอาหารที่กลมกล่อมขึ้นอีกนิด ก็ “ยืดตัว” ด้วยการนำเงินมาลงทุนผ่านกองทุนผสมบ้าง

ส่วนใครที่เคยลงทุนผ่านกองทุนผสมแล้ว มีประสบการณ์ที่ดี จากการลงทุนในระยะยาว ทำให้เห็นผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจ ก็สามารถ “ขยายโอกาสของตัวเอง” ด้วยการลงทุนเพิ่มในกองทุนผสมได้เช่นกัน

โดยสรุปแล้ว ขอเพียงผู้ลงทุนตระหนักว่า ความเสี่ยง ความไม่แน่นอนเป็นเรื่องธรรมดา และอยู่คู่กับการลงทุน หากรู้จักตัวเอง วางแผน ตั้งเป้าหมาย แล้ว Stay Invested (ลงทุนอย่างต่อเนื่อง) อยู่ในสินทรัพย์ที่หลากหลาย ซึ่งสามารถทนทานต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ ก็เชื่อว่า นักลงทุนจะรับมือความผันผวน พร้อมมีโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีได้ในระยะยาว

“ขอให้ทุกท่าน มีความสุขในการลงทุนครับ”