กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นเอเชีย (B-ASIA) และกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นเอเชียเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-ASIARMF)

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นเอเชีย (B-ASIA) และกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นเอเชียเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-ASIARMF)

ทิศทางการการลงทุนตลาดหุ้นเอเชียไม่รวมประเทศญี่ปุ่น กองทุนหลักประเมินเศรษฐกิจเอเชียหลังผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ว่าจะออกมาไม่ดีในปีนี้ โดยจะฟื้นตัวได้ในครึ่งหลังของปี ค.ศ. 2021 เพราะเอเชียเป็นเศรษฐกิจที่พึ่งพิงการส่งออกสินค้าไปยังชาติตะวันตกในสัดส่วนที่สูงหากชาติตะวันตกยังไม่ฟื้นตัว ก็คงยากที่การค้าการขายสินค้าของบริษัทฝั่งเอเชียจะออกมาดี ในแง่การบริหารกองทุนกองทุนหลักสร้างผลตอบแทน (-24.34%) ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (-18.38%) ในไตรมาสแรกเนื่องจากพอร์ตมีสไตล์เอนเอียงไปทางหุ้น value ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อตอนต้นปี ค.ศ. 2020 ผู้จัดการกองทุนเชื่อมั่นว่าหุ้น Value น่าจะได้ประโยชน์จากการนโยบายการเงินผ่อนคลายทั่วโลก การฟื้นตัวของกำไรขั้นต้นบริษัท การผ่อนคลายลงของสงครามการค้า โมเมนตัมดังกล่าวน่าจะช่วยให้หุ้น Value ที่กองทุนหลักถือครองสร้างผลตอบแทนโดดเด่นในปีนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับมีทิศทางตรงกันข้าม หลังเกิดสถานการณ์ COVID-19 หุ้นของบริษัทที่อยู่กลุ่มสถาบันการเงินซึ่งกองทุนหลักถือครองประมาณหนึ่งในสี่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผลตอบแทนออกมาต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน แม้ว่าหุ้นที่ถือครองในกลุ่มเทคโนโลยี สินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น เฮลธ์แคร์ มีส่วนช่วยแต่ไม่มากพอ ช่วงที่ราคาหุ้นเอเชียร่วงลงระหว่างเดือนมี.ค.- เม.ย. กองทุนหลักเพิ่มน้ำหนักหุ้นในกลุ่มสถาบันการเงินของประเทศจีนชื่อ บริษัท ICBC แม้จะเพิ่มหุ้นจีนแต่กองทุนหลักยังคงมีน้ำหนักประเทศจีนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน มุมมองรายประเทศที่กองทุนหลักได้ให้ความสำคัญและมีน้ำหนักลงทุนมากกว่าหรือน้อยกว่าดัชนี เกาหลีใต้ (น้ำหนักในกองทุนหลัก 16.98% น้ำหนักในดัชนี 13.05%) หลังจากที่เกาหลีใต้เผชิญปัญหาแบบ Perfect Storm ในปี […]

กองทุนเปิดบัวหลวงภารตะ (B-BHARATA)

กองทุนเปิดบัวหลวงภารตะ (B-BHARATA)

ธีมลงทุนที่เป็นเมกะเทรนด์ของอินเดีย 1.ภาคธนาคารและสถาบันการเงิน ซึ่งได้รับอานิสงค์จากการที่ ประเทศอินเดียมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงแซงหน้าฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรขึ้นมาเป็นอันดับห้าของโลก ประชากรมีระดับการออมที่เพิ่มขึ้นมาจากฐานต่ำ ทำให้ธนาคารเอกชนและสถาบันการเงินที่มิใช่ธนาคารซึ่งจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ทยอยกินส่วนแบ่งตลาดจากธนาคารรัฐที่เคยเป็นเจ้าตลาดมาก่อนเนื่องจากมีโมเดลทางธุรกิจที่เข้าถึงตลาดได้ดีกว่า ธุรกิจตัวกลางที่เติบโตไปพร้อมกับการขยายตัว เช่น กองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ แม้ตลาดหุ้นอินเดียจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ในเวลาดังกล่าวนักลงทุนประเภทลูกค้ารายย่อย/รายใหญ่/ผู้มีเงินลงทุนสูงใช้จังหวะเข้าลงทุนช่วงที่ราคาหุ้นลดลงผ่านการเข้าซื้อหน่วยลงทุนอย่างสม่ำเสมอ หรือ Systematic Investment Plans (SIP) ในผลิตภัณฑ์กองทุนรวมตราสารทุนในประเทศ กองทุนรวมตราสารทุนในประเทศที่ให้สิทธิลดหย่อนภาษี (จากกราฟแสดงเม็ดเงินไหลออกของนักลงทุนสถาบันต่างชาติ (แท่งสีแดง) เทียบเม็ดเงินไหลเข้า (แท่งสีฟ้า) ที่ซื้อหน่วยลงทุนกองทุนรวม อาทิกองทุน Aditya Birla Sun Life Tax Relief กองทุน ICICI Prudential Long Term Equity Fund กองทุน Axis Bluechip Fund กองทุน Mirae Asset Large Cap Fund […]

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่ลงทุนในหุ้นของกองทุนบัวหลวง

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่ลงทุนในหุ้นของกองทุนบัวหลวง

กองทุนเปิดบัวหลวงตราสารทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (BERMF) กองทุนเปิดบัวหลวงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเลี้ยงชีพ (IN-RMF) กองทุนเปิดบัวหลวง Small-Mid Cap เพื่อการเลี้ยงชีพ (B-SM-RMF) กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BSIRIRMF) กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 เพื่อการเลี้ยงชีพ (BBASICRMF) กองทุนเปิดบัวหลวงทศพลเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-TOPTENRMF) BBLAM’s 2020 INVESTMENT THEMES  “เครือข่ายครอบคลุมสร้างความแข็งแกร่ง บรรษัทแข็งแรงสร้างความยั่งยืน” ตลาดหุ้นทั่วโลกมีความผันผวนสูงในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยหลังจากการปรับตัวลงแรงในเดือนมีนาคม ตลาดก็สามารถปรับตัวฟื้นขึ้นมาได้จากระดับต่ำสุดมากกว่า 20% ในเดือนเมษายน จากการที่เหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น ได้รับการรับมือที่เข้มข้นมากขึ้นจากประเทศต่างๆ ผ่านมาตรการของภาครัฐในภาคสาธารณสุขและการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งการช่วยเหลือภาคธุรกิจ และการสร้างความเชื่อมั่นในตลาดการเงิน เพื่อรักษาสภาพคล่องและกลไกตลาดให้ยังทำงานเป็นปกติได้ บรรยากาศการลงทุนในเดือนเมษายนนี้จึงเป็นไปในทิศทางเชิงบวก โดยถึงแม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่มีประกาศออกมาจะเป็นไปในเชิงลบ แต่ก็เป็นสิ่งที่ตลาดคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว นักลงทุนจึงหันมาให้น้ำหนักกับพัฒนาการที่ดีขึ้นเป็นลำดับของการแพร่ระบาดในประเทศต่างๆ ความหวังของการพัฒนายาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการกลับมาคลายล็อคดาวน์หลังจากที่สถานการณ์นั้นดีขึ้น ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วมากขึ้น ด้านตลาดน้ำมันนั้น นอกจากจะถูกกดดันจากความไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทานอันทำให้ราคาน้ำมันตกต่ำแล้ว ยังลามไปจนเกิดภาวะติดลบครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยเป็นสาเหตุเพิ่มเติมจากภาวะขาดแคลนพื้นที่จัดเก็บ และสภาพคล่องที่น้อยในตลาดซื้อขายล่วงหน้า ในช่วงที่สัญญาใกล้หมดอายุ […]

กองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทย (จ่ายปันผล)

กองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทย (จ่ายปันผล)

กองทุนเปิดบัวแก้วปันผล (BKD) กองทุนเปิดบัวหลวงร่วมทุน (BCAP) กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 (BBASIC) BBLAM’s 2020 INVESTMENT THEMES  “เครือข่ายครอบคลุมสร้างความแข็งแกร่ง บรรษัทแข็งแรงสร้างความยั่งยืน” ตลาดหุ้นทั่วโลกมีความผันผวนสูงในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยหลังจากการปรับตัวลงแรงในเดือนมีนาคม ตลาดก็สามารถปรับตัวฟื้นขึ้นมาได้จากระดับต่ำสุดมากกว่า 20% ในเดือนเมษายน จากการที่เหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น ได้รับการรับมือที่เข้มข้นมากขึ้นจากประเทศต่างๆ ผ่านมาตรการของภาครัฐในภาคสาธารณสุขและการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งการช่วยเหลือภาคธุรกิจ และการสร้างความเชื่อมั่นในตลาดการเงิน เพื่อรักษาสภาพคล่องและกลไกตลาดให้ยังทำงานเป็นปกติได้ บรรยากาศการลงทุนในเดือนเมษายนนี้จึงเป็นไปในทิศทางเชิงบวก โดยถึงแม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่มีประกาศออกมาจะเป็นไปในเชิงลบ แต่ก็เป็นสิ่งที่ตลาดคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว นักลงทุนจึงหันมาให้น้ำหนักกับพัฒนาการที่ดีขึ้นเป็นลำดับของการแพร่ระบาดในประเทศต่างๆ ความหวังของการพัฒนายาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการกลับมาคลายล็อคดาวน์หลังจากที่สถานการณ์นั้นดีขึ้น ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วมากขึ้น ด้านตลาดน้ำมันนั้น นอกจากจะถูกกดดันจากความไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทานอันทำให้ราคาน้ำมันตกต่ำแล้ว ยังลามไปจนเกิดภาวะติดลบครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยเป็นสาเหตุเพิ่มเติมจากภาวะขาดแคลนพื้นที่จัดเก็บ และสภาพคล่องที่น้อยในตลาดซื้อขายล่วงหน้า ในช่วงที่สัญญาใกล้หมดอายุ อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันก็ค่อยๆกลับมาสู่ภาวะปกติมากขึ้น ด้านตลาดหุ้นไทยในเดือนเมษายน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 175.8 จุด สู่ระดับ 1,301.66 […]

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นเพื่อคนรุ่นใหม่ (B-FUTURE )

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นเพื่อคนรุ่นใหม่ (B-FUTURE )

สรุปภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลก ตลาดหุ้นทั่วโลกมีความผันผวนสูงในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยหลังจากการปรับตัวลงแรงในเดือนมีนาคมแล้ว ต่อมาในเดือนเมษายนตลาดส่วนใหญ่ก็สามารถปรับตัวฟื้นขึ้นมาได้จากระดับต่ำสุด จากการที่ประเทศต่างๆ มีมาตรการที่เข้มงวดกับการรับมือการแพร่ระบาด COVID-19 บรรยากาศการลงทุนตั้งแต่เดือนเมษายนจึงเป็นไปในทิศทางเชิงบวก ถึงแม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจในหลายประเทศที่ประกาศออกมาจะเป็นไปในเชิงลบ แต่ก็เป็นสิ่งที่ตลาดคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว นักลงทุนจึงหันมาให้น้ำหนักกับพัฒนาการที่ดีขึ้นเป็นลำดับของการแพร่ระบาดในประเทศต่างๆ ความหวังของการพัฒนายาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการกลับมาคลาย Lockdown หลังจากที่สถานการณ์นั้นดีขึ้น ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วมากขึ้น กลยุทธ์การลงทุนและมุมมองของผู้จัดการกองทุน กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นเพื่อคนรุ่นใหม่ (B-FUTURE) เน้นลงทุนในตราสารทุนต่างประเทศของบริษัทที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องหรือได้รับประโยชน์จากแนวโน้มการบริโภคในอนาคต หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี และหรือนวัตกรรมใหม่ ที่มีการพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับแนวโน้มการบริโภค การดำเนินธุรกิจ และเศรษฐกิจในอนาคต ปัจจุบัน กองทุน B-FUTURE ลงทุนในกองทุนต่างประเทศ 2 กองทุน ได้แก่ Allianz Global Artificial Intelligence และ Fidelity Fund –China Consumer Fund ซึ่งข้อมูลการลงทุนและมุมมองจากผู้จัดการกองทุนทั้งสองกองทุน มีดังนี้ Allianz Global Artificial Intelligence  […]

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นจีน (B-CHINE-EQ)

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นจีน (B-CHINE-EQ)

เศรษฐกิจของประเทศจีนได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนาจนทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ในไตรมาสแรก (ม.ค.- มี.ค.) ของปี ค.ศ. 2020 ลดลง -6.8% (year-on-year) จากที่เคยเติบโตแถวระดับ 6.0% มาตลอดสามไตรมาสติดต่อกันในปีที่แล้ว (ค.ศ. 2019) ตัวเลขในไตรมาสแรกนี้นับเป็นการหดตัวทางเศรษฐกิจครั้งแรกในรอบ 30 ปี นับตั้งแต่มีการบันทึกตัวเลขอัตราการเติบโตมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1992 โดยธุรกิจที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมเติบโตลดลง -9.6% ธุรกิจที่อยู่ในภาคบริการเติบโตลดลง -5.2% สำหรับภาคการผลิตรถยนต์ได้รับผลกระทบมากที่สุดโดยลดลง -44.6% (ผู้เขียนเขียน ณ วันที่ 7 พ.ค.) โรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเป็นปัจจัยการผลิตยังคงได้รับผลกระทบเพราะยอดการส่งออกลดลงต่อเนื่อง จากการชัดดาวน์ในต่างประเทศทำให้ยอดสั่งซื้อสินค้าน้อยลง ซึ่งสอดคล้องกับรายงานตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ (PMI) ณ. สิ้นเดือน เม.ย. ลดลงสู่ 50.8 จาก 52.0 ในเดือน มี.ค. (แต่ยังสูงกว่า 35.7 ในเดือน ก.พ.) […]

กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลเฮลธ์แคร์ (BCARE)และกองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลเฮลธ์แคร์เพื่อการเลี้ยงชีพ (BCARERMF)

กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลเฮลธ์แคร์ (BCARE)และกองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลเฮลธ์แคร์เพื่อการเลี้ยงชีพ (BCARERMF)

มุมมองต่ออุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพหลังการระบาดของไวรัส COVID-19 สิ่งที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมยาของโลกโดยเฉพาะยาที่รักษาไวรัสโคโรนา ที่ขณะนี้ยังไม่มีผลลัพธ์เชิงประจักษ์ที่จะยืนยันได้ว่ายาตัวใดหรือกระบวนการักษาแบบไหนที่จะนำมารักษาให้หายขาด หากท่านผู้ถือหน่วยลงทุนมองย้อนกลับไปในอดีตจะพบว่าสมัยก่อนสงครามโลกการเสียชีวิตของคนมีสาเหตุหลักมาจากโรคติดเชื้อ แต่หลังจากค้นพบยาปฏิชีวนะได้ช่วยทำให้คนมีอายุยืนขึ้น การรักษาโรคระบาด COVID-19 ก็เช่นกัน หลายคนเริ่มเข้าใจแล้วว่าเป็นกระบวนการที่ใช้ระยะเวลาเพราะการรักษาใหม่ๆ ผู้วิจัยต้องประเมินผลข้างเคียงเสมอ อุตสาหกรรมยานวัตกรรม หรือ Innovative Drug เป็นการผลิตยาที่นำมาสู่กระบวนการรักษาที่เมื่อใช้ยาตัวนั้นแล้วส่งผลข้างเคียงน้อยที่สุด มีประสิทธิภาพสูงสุด ตอบโจทย์ของการรักษา แต่ด้วยเหตุที่คนแต่ละคนไม่เหมือนกัน สารพันธุกรรมของเราแต่ละคนก็เป็นเฉพาะของเราเท่านั้น เผ่าพันธุ์เราก็ไม่เหมือนกัน อายุเราก็ไม่เท่ากัน ระบบเราก็ไม่เหมือนกัน เราอาจจะมีโรคที่มีมาแต่กำเนิดไม่เหมือนกันด้วย พวกเราที่นั่งกันอยู่อาจยังไม่รู้ว่าตัวเรามีโรคอะไรอยู่ เพราะฉะนั้นยาถ้าต้องใช้กับทุกคนทั่วโลกเป็นพันล้านคน วิธีการทดสอบว่ายาตัวนี้ใช้ได้คือการทดลองทางด้านคลินิก ซึ่งจะต้องไม่ทำให้ผู้ป่วยทรุดลงไปจากเดิมที่เป็นอยู่ ต้องมีผลข้างเคียงน้อยที่สุด ต้องใช้เวลา ใช้ทุนทรัพย์มหาศาล และต้องมีคนซึ่งเป็นอาสาสมัครซึ่งมีร่างกายแข็งแรงมาช่วยทดลอง สำหรับโรค COVID-19 เป็นโรคใหม่ที่มาอย่างรวดเร็ว ทุกบริษัท/องค์กรต่างเร่งรัดทำอยู่ แต่กระบวนการวิจัยยาไม่สามารถลดขั้นตอนได้ หากลดขั้นตอนความเสี่ยงสูงจะตามมา กรณีนี้เห็นได้จากยาไฮดรอกซีคลอโรควิน ซึ่งเป็นยาต้านมาเลเรียและเป็นยาซึ่งใช้ในโรคไขข้อ ผู้นำบางประเทศประกาศให้รีบนำยานี้มาใช้รักษาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยยังไม่ได้ผ่านการทดลองทางด้านคลีนิค อย่างเป็นรูปธรรมว่าต้องใช้ปริมาณเท่าไร ตัวเลขผลการทดลองจึงมีไม่เพียงพอว่าควรใช้กี่โดส สำหรับคนอายุเท่านี้ เพศนี้ เผ่าพันธุ์ประเภทนี้ ปัญหาข้างเคียงจึงตามมา ด้านการใช้วัคซีน กองทุนหลักกล่าวว่าจะใช้ระยะเวลาพัฒนายาวนานกว่ายา […]

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นโกลบอล (B-GLOBAL)และกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นโกลบอลเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-GLOBALRMF)

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นโกลบอล (B-GLOBAL)และกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นโกลบอลเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-GLOBALRMF)

ภาพรวมปัจจัยอันส่งผลต่อหุ้นโลกในมุมมองของกองทุนหลัก ไตรมาสแรกของปี 2020 ตลาดหุ้นโลกปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง การระบาดของโคโรนาไวรัสไปทุกหนทุกแห่งทั่วโลกทำให้ตลาดเงินและเศรษฐกิจหยุดชะงัก บดบังรัสมีข่าวดีจากการเจรจาทางการค้าเฟสหนึ่งระหว่างสหรัฐฯและจีน ดัชนีความกลัวเมื่อวัดจาก Volatility Index สูงขึ้น สภาพคล่องขาดหาย ทำให้เศรษฐกิจโลกหันหน้าเข้าสู่ภาวะถดถอย ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าจะเป็นการชะลอตัวลงครั้งที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง เพราะผลจากการระบาดจะส่งผลในวงกว้าง รุนแรงและจะอยู่กับเราไปอีกนาน รัฐบาลในหลากหลายประเทศได้ออกมาตรการพิเศษเพื่อจำกัดผลกระทบต่อภาคการเงินลดการร่วงลงทางเศรษฐกิจและรองรับรายได้ที่ลดลงในภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ สหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีทรัมป์ คลอดงบประมาณ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อบรรเทาภัยพิบัติครั้งนี้ ประเทศทางฝั่งยุโรปมีการผ่อนคลายกฎระเบียบการสร้างหนี้สาธารณะของรัฐบาลเพื่อเพิ่มความยึดหยุ่นในการจัดการวิกฤต ทางฝั่งธนาคารกลางหลายแห่งมีการออกมาตรการที่เข้มข้นในการซื้อคืนสินทรัพย์ประเภทพันธบัตรจำนวนมหาศาลและปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเร่งด่วน ด้านราคาน้ำมันดิ่งลงต่ำสุดนับตั้งแต่ปีค.ศ. 2002 เนื่องจากผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลกประสบความล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงเพื่อลดการปริมาณผลิต ส่วนสหราชอาณาจักรซึ่งตามข้อตกลงจะออกจากสหภาพยุโรปในวันที่ 31 ม.ค. ต้องถูกเลื่อนออกไปก่อนอันมีสาเหตุจากการระบาดของโรคไวรัส ผลการบริหารกองทุน Wellington Global Opportunities Equity Fund ในไตรมาสแรก (ม.ค.- มี.ค.) กองทุนหลักสร้างผลตอบแทน -19.5% เทียบกับดัชนี MSCI AC World Net -21.4% ระหว่างเดือนม.ค.-มี.ค. กลุ่มอุตสาหกรรมย่อยราคาปรับลดลงทุกกลุ่ม กลุ่มพลังงานและกลุ่มสถาบันการเงินเป็นกลุ่มที่ราคาปรับลดลงมากที่สุด […]

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นญี่ปุ่น (B-NIPPON)

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นญี่ปุ่น (B-NIPPON)

อัพเดทสถานการณ์และมุมมองต่อกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นญี่ปุ่นจากสถานการณ์ COVID-19 ท่านผู้ถือหน่วยลงทุนคงจะสังเกตพบว่า ผลตอบแทนในไตรมาสแรกของกองทุนหลัก Nomura Japan Strategic Value Fund ตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนมี.ค. 2020 ติดลบ 25.2% เทียบกับดัชนี TOPIX ที่ติดลบเพียง 17.5% การที่กองทุนหลักทำผลตอบแทนได้ต่ำกว่าดัชนีถึง 7% นั้น เกิดขึ้นในช่วงเดือนก.พ.–มี.ค.ของปีนี้ โดยเฉพาะในเดือนมี.ค.เกิดขึ้นจากสองปัจจัย ปัจจัยแรก ตลาดมีความกังวลถึงผลกระทบอันยากจะคาดเดาของสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ว่าจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจต่อไปในระดับใด ช่วงเวลานี้ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงจากต้นปีไปจนถึงจุดต่ำสุดที่ลบ 29% และกลับมาปรับตัวรีบาวนด์เพิ่มขึ้นจากระดับต่ำสุดประมาณ 10% ปัจจัยที่สอง กองทุนหลักมีนโยบายลงทุนคัดสรรหุ้นจากปัจจัยพื้นฐานที่อยู่ในกลุ่ม Value stock ซึ่งแน่นอนว่าหุ้นกลุ่มนี้ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าหุ้น Growth Stock เห็นได้จากระหว่างเดือนม.ค.-มี.ค. 2020 ผลตอบแทนหุ้นญี่ปุ่นในกลุ่มหุ้นมูลค่าขนาดใหญ่ (Large Value) ให้ผลตอบแทนติดลบ 21.93% เทียบกับกลุ่มหุ้นเติบโตขนาดใหญ่ (Large Growth) ที่ผลตอบแทนติดลบเพียง 12.46% คิดเป็นส่วนต่างประมาณ […]

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอินเดียมิดแคปเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-INDIAMRMF)

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอินเดียมิดแคปเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-INDIAMRMF)

สรุปภาวะตลาดและการลงทุนของกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอินเดียมิดแคปเพื่อการเลี้ยงชีพ ไตรมาสที่ผ่านมาสถานการณ์ตลาดในประเทศอินเดียเผชิญกับความผันผวนอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มีการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง (Sharp correction) เกิดขึ้นกับทั้งตลาดตราสารทุนและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ โดยมีสาเหตุมาจาก ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19 วิกฤตราคาน้ำมันอันเกิดจากความไม่ลงรอยกันระหว่างประเทศรัสเซียและประเทศซาอุดิอาระเบีย ณ ตอนนี้หากดูสถานการณ์ของธนาคารกลางทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ธนาคารกลางยุโรป ธนาคารกลางญี่ปุ่น ต่างปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง มีการกลับมาดำเนินนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) อีกครั้ง ในรอบนี้เป็นครั้งแรกที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประกาศด้วยว่าจะซื้อคืนตราสารหนี้ที่อยู่ต่ำกว่าระดับน่าลงทุน หากเทียบกับวิกฤตปี ค.ศ. 2008 เฟดเข้าซื้อแต่ตราสารหนี้ที่อยู่ระดับน่าลงทุนเท่านั้น ในส่วนของอินเดียผู้จัดการกองทุนหลักอกล่าวว่า แม้ประเทศเราเผชิญกับปัจจัยลบทั้งจาก COVID-19 และราคาน้ำมัน แต่ก็ได้เห็นยาแรงจากนโยบายการเงินและนโยบายการคลังเช่นกัน ในอินเดีย รัฐบาลมีการล็อคดาวน์ทั้งประเทศกินระยะเวลา 21 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. 2020 แต่อาจจะมีการขยายระยะเวลาต่อไปอีก 19 วันจนถึงวันที่ 3 พ.ค. 2020 หากผู้ถือหน่วยสังเกตผลตอบแทนหุ้นอินเดียขนาดใหญ่เมื่อวัดจาก Nifty 50 พบว่า ลดลง […]