พอร์ตโฟลิโอแบบสมดุลย์ความเสี่ยงในแต่ละภาวะเศรษฐกิจ (Risk parity portfolio)

พอร์ตโฟลิโอแบบสมดุลย์ความเสี่ยงในแต่ละภาวะเศรษฐกิจ (Risk parity portfolio)

By…พิชญ ฉัตรพลรักษ์
Portfolio Solutions

สำหรับการลงทุนในระยะยาวนั้น นักลงทุนโดยทั่วไปมักต้องการความมั่นใจที่ว่า สินทรัพย์ที่ลงทุนไว้สามารถให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่าอัตราผลตอบแทนที่ได้จากเงินสด ความเสี่ยงจากการลงทุนต้องสะท้อนถึงผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงที่สามารถรับรู้และคาดการณ์ได้ และการจัดสรรน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์ที่ดีและมีความน่าเชื่อถือ

อย่างไรก็ดี นักลงทุนกลับต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่มีการปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มีความไม่แน่นอน และคาดเดาทิศทางได้ยาก ทำให้อัตราผลตอบแทนและความเสี่ยงที่คาดไว้อาจไม่ได้รับผลตามที่ต้องการ

จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ ผู้จัดการกองทุนที่มีชื่อว่านาย Ray Dalio ได้คิดค้นกลยุทธ์ที่เรียกว่า All Weather Portfolio ที่สามารถจัดสรรน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์ของพอร์ตโฟลิโอโดยที่ไม่ต้องกังวลต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจริงโดยที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อนได้ หรือกลยุทธ์การจัดพอร์ตโฟลิโอที่มีความสมดุลย์ความเสี่ยงในแต่ละภาวะเศรษฐกิจนั่นเอง (Risk Parity)

สำหรับแนวคิดที่มาของ All Weather นั้น นาย Ray ได้แบ่งภาวะเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเกิดขึ้นทั้งหมดออกเป็น 4 สภาวะซึ่งถูกกำหนดโดย 2 ปัจจัยคือ อัตราเงินเฟ้อและอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ในแต่สภาวะจะมีสินทรัพย์เพียงไม่กี่ประเภทเท่านั้นที่สามารถสร้างอัตราผลตอบแทนที่ดีได้ และจะกำหนดให้น้ำหนักความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโอที่เกิดขึ้นจากกลุ่มหลักทรัพย์ที่เป็นผู้ชนะ (Winner) ในแต่ละสภาพเศรษฐกิจให้มีน้ำหนักเท่ากัน

ได้แก่

1) อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดไว้ (Inflation) ให้ลงทุนใน พันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ สินค้าโภคภัณฑ์ และ EM Credit

2) อัตราเงินเฟ้อลดลงมากกว่าที่คาดไว้ (Deflation) ให้ลงทุนในพันธบัตรแบบปกติและหุ้น

3) เศรษฐกิจมีการขยายตัวสูงกว่าที่คาดไว้ ให้ลงทุนใน หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ หุ้นกู้ และ EM Credit

4) เศรษฐกิจเติบโตน้อยกว่าที่คาดไว้ ให้ลงทุนใน พันธบัตรแบบปกติ และพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ

ผลลัพธ์ที่ได้คือพอร์ตโฟลิโอมีการลงทุนใน หุ้น 30%, พันธบัตรระยะยาว 40%, พันธบัตรระยะปานกลาง 15%, ทองคำ 7.5%, และสินค้าโภคภัณฑ์ 7.5% สำหรับความถี่ในการปรับพอร์ตโฟลิโอนั้นนาย Ray ให้ความเห็นว่าควรทำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง อย่างไรก็ตามผลลัพธ์นี้คือการจัดสรรน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์ในต่างประเทศสำหรับนักลงทุนต่างประเทศ และเป็นข้อมูลที่เปิดเผยไว้ในอดีต

สำหรับนักลงทุนไทยที่ต้องการลงทุนในสินทรัพย์ในประเทศ ต้องการรับความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโอที่ถูกขับเคลื่อนโดยภาวะเศรษฐกิจของไทย ต้องการข้อมูลที่ครอบคลุมถึงปัจจุบันให้มากที่สุด และยังไม่มีความชำนาญหรือไม่มีเวลาเพียงพอ การจัดพอร์ตโฟลิโอแบบสมดุลย์ความเสี่ยงในแต่ละภาวะเศรษฐกิจควรให้ผู้ที่เชี่ยวชาญดำเนินการให้

สรุปได้ว่ากลยุทธ์ All Weather นั้น ได้ถูกวางไว้เพื่อให้นักลงทุนไม่จำเป็นต้องคาดเดาทิศทางของตลาด ไม่ต้องคาดการณ์แนวโน้มทิศทางภาวะเศรษฐกิจหรืออัตราเงินเฟ้อได้อย่างแม่นยำ และพอร์ตโฟลิโอสามารถรับมือต่อความเสี่ยงที่เกิดจากแต่ละภาวะเศรษฐกิจได้อย่างสมดุลย์กัน รวมถึงยังสามารถสร้างความมั่นใจได้ว่าพอร์ตโฟลิโอที่ถือไว้ในระยะยาวจะได้รับอัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินสด