เมืองในจีนเล็งติดตามข้อมูลสุขภาพถาวรพร้อมให้คะแนนจากการกินดื่มและออกกำลังกาย

เมืองในจีนเล็งติดตามข้อมูลสุขภาพถาวรพร้อมให้คะแนนจากการกินดื่มและออกกำลังกาย

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า จีนออกมาเปิดเผยข้อเสนอให้มีการติดตามข้อมูลสุขภาพถาวรผ่านแอปที่จะให้คะแนนบนพื้นฐานข้อมูลว่าผู้ใช้งานดื่มแอลกอฮอล์ไปมากแค่ไหน และการใช้เวลาในการนอน ระบบติดตามจะทำงานผ่านบาร์โค้ดดิจิทัลบนโทรศัพท์ส่วนตัว สิ่งนี้เรียกว่า คิวอาร์ โค้ด ซึ่งได้รับความนิยมมาก ช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาดสูงมากในจีน และปัจจุบันก็ยังใช้งานอยู่ แต่ในระดับที่น้อยกว่าเมื่อก่อน เพื่อตรวจสอบว่าบุคคลจะเข้าไปภายในอาหารหรือใช้บริการขนส่งสาธารณะได้หรือไม่ โดยแอปบาร์โค้ดบางแอปทำงานเหมือนระบบสัญญาณไฟจราจร เมื่อมีไฟสีแดงหมายถึงบุคคลนั้นมีความเสี่ยงสุขภาพ ส่วนสีเขียวหมายถึงบุคคลนั้นเข้าไปภายในอาคารได้ โดยบาร์โค้ดบางตัวจะทำงานจากข้อมูลประวัติการเดินทางของบุคคล หากบุคคลนั้นเดินทางไปพื้นที่เสี่ยงของจีน โค้ดจะเปลี่ยนสี ส่วนอื่นๆ จะทำงานบนพื้นฐานสถานะสุขภาพที่บุคคลเป็นผู้ระบุเอง ว่ามีอาการอะไรบ้างหรือเดินทางไปที่ไหนมาบ้าง สิ่งเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นแนวทางหนึ่งในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยในหังโจว เมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ของเซี่ยงไฮ้ และเป็นบ้านเกิดของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง อาลีบาบา มีความตั้งใจว่าจะใช้ระบบบาร์โค้ดแบบนี้ถาวร ที่ผ่านมา ภาครัฐมีการเก็บข้อมูลมากขึ้นในช่วงที่โลกมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อต่อสู้กับไวรัส ซึ่งก็ทำให้เกิดความกังวลแนวความคิดในการเฝ้าระวังนี้มากขึ้นหลังจากที่ถูกนำมาใช้ควบคุมไวรัส ในเมืองหังโจว รัฐบาลเสนอจะให้คะแนนสุขภาพกับบุคคล บนพื้นฐานจากหลายๆ ปัจจัย ประกอบด้วย ข้อมูลการแพทย์ทางอิเล็กทรอนิกส์ ผลการตรวจร่างกาย และไลฟ์สไตล์ของบุคคลนั้น ขณะที่การแสดงหน้าจอในระบบบาร์โค้ดจะมองเห็นคะแนนสุขภาพของบุคคลปรับตัวลงได้หากพวกเขาไปดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ ในทางกลับกันถ้าพวกเขามีการนอนที่ดีมากขึ้นบวกกับมีการออกกำลังกาย ก็จะทำให้คะแนนบุคคลเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ยังไม่แน่ชัดว่า ภาครัฐจะเก็บข้อมูลอย่างไร หรือการดำเนินการผ่านแอปนี้จะบรรลุผลหรือไม่ โดยปัจจุบันรหัสสุขภาพของประชากรในหังโจวจะถูกใช้เชื่อมโยงกับโควิด-19 เป็นการทำงานผ่านอาลีเพย์ […]

จีนแห่ตุนอาหารและน้ำมันหลังโรคระบาดทำให้เกิดความกังวลว่าจะขาดแคลน

จีนแห่ตุนอาหารและน้ำมันหลังโรคระบาดทำให้เกิดความกังวลว่าจะขาดแคลน

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า จีนมีการเพิ่มการจัดเก็บอาหารและพลังงานในคลังสินค้าปีนี้ รวมทั้งใช้ประโยชน์จากการที่ราคาน้ำมันดิบตกต่ำ ก่อนที่การแพร่ระบาดระดับโลกของโควิด-19 จะทำลายห่วงโซ่อุปทาน ทั้งนี้ จีนเผชิญกับแรงกดดันด้านอาหาร หลังจากราคาอาหารเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยหลักๆ มาจากไวรัสแพร่ระบาด ขณะที่การล็อคดาวน์และจำกัดการเคลื่อนย้ายต่างๆ เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาคอขวดในระบบขนส่งและโลจิสติกส์ ปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกอ่อนแอ ขณะที่ความกังวลเรื่องการขาดแคลนอาหารก็เริ่มเกิดขึ้นในประเทศชั้นแนวหน้า ไม่ว่าจะเป็นประเทศพัฒนาแล้ว หรือประเทศกำลังพัฒนา อย่างเช่น ผู้บริโภคในจีนที่กังวลเกี่ยวกับผลกระทบเพิ่มเติมที่จะเกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงมีอยู่ทั่วโลก Arlan Suderman  หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ บริษัท INTL FCStone กล่าวว่า ผู้คนในจีนวิตกเกี่ยวกับการปิดท่าเรือต่างๆ ในโลก ซึ่งจะทำให้นำเข้าสินค้าไม่ได้ ทำให้พวกเขาเร่งกักตุนเสบียงในเวลานี้ที่ยังมีราคาถูกและมีให้หาซื้อได้ “ความกังวลเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญ และเป็นแรงผลักดันนโยบายในจีนตอนนี้ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มที่ต้องการสำรองอาหารไว้” เขา กล่าว

ตัวเลขเศรษฐกิจจีนเดือน มี.ค. ไม่ดี แต่คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า

ตัวเลขเศรษฐกิจจีนเดือน มี.ค. ไม่ดี แต่คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า

BF Economic Research GDP ไตรมาส 1/2020 หดตัว -6.8% YoY จากที่ขยายตัว 6.0% ในไตรมาสก่อน โดยนับเป็นการหดตัวที่มากที่สุดนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลรายไตรมาสในปี 1992 จากการระบาดรุนแรงของ COVID-19 ที่ส่งผลให้รัฐบาลประกาศมาตรการคุมเข้มเพื่อยับยั้งการระบาดดังกล่าวนับตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค. ก่อนที่จะทยอยเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ในเดือน มี.ค. หลังจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ทยอยปรับลดลง โดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ทยอยฟื้นตัวขึ้นในเดือน มี.ค. สะท้อนจากดัชนี PMI ที่ขยายตัวได้ดีในเดือนมี.ค. เราคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะค่อยฟื้นตัวขึ้น จากนโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนคลาย โดยเรามอง GDP ในปี 2020 ทั้งปีจะอยู่ที่ 2.5% เครื่องชี้รายเดือน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production) ฟื้นตัวขึ้นเป็น -1.1% YoY จากที่หดตัว -15.8% ในเดือนก่อน ยอดค้าปลีก (Retail Sales) ฟื้นตัวขึ้นเป็น -15.8% […]

จีนเตรียมออกเกณฑ์ใหม่เปิดทางบริษัทประกันต่างชาติเข้าถือหุ้นบริษัทท้องถิ่นได้มากขึ้น

จีนเตรียมออกเกณฑ์ใหม่เปิดทางบริษัทประกันต่างชาติเข้าถือหุ้นบริษัทท้องถิ่นได้มากขึ้น

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า จีนวางแผนที่จะทำให้บริษัทประกันชีวิตจากต่างประเทศสามารถเข้ามาควบรวมกิจการ และถือหุ้นใหญ่บริษัทในประเทศได้ง่ายขึ้น ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางที่จีนจะเปิดกว้างในภาคการเงินมากขึ้น แหล่งข่าว ระบุว่า แผนนี้ ยังอยู่ในร่างกฎเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับจัดทำอยู่ โดยเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเงินทุนให้ผู้เล่นท้องถิ่นรายเล็กและรายกลาง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ที่ระบาด ที่มีต่อพื้นฐานทางการเงินของธุรกิจ ทั้งนี้ จากรายงานของสถาบัน Swiss Re Institute ระบุว่า จีนเป็นตลาดประกันที่มีขนาดใหญ่ลำดับ 3 ของโลกรองจากสหรัฐฯ และญี่ปุ่น โดยมีมูลค่าค่าส่วนต่างประมาณ 318,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่แหล่งข่าว คาดว่า การออกกฎเกณฑ์ใหม่นี้น่าจะเสร็จสิ้นภายในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ “พวกเขากำลังหาทางให้บริษัทประกันจากต่างชาติเข้าไปควบรวมกิจการ หรือ ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทท้องถิ่นของจีน รวมทั้งดำเนินธุรกิจแยกจากธุรกิจร่วมทุนที่มีอยู่แล้ว หรือการดำเนินงานของบริษัทเอง” แหล่งข่าว ระบุ ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้บริษัทประกันในท้องถิ่นเข้าถึงเงินทุนและโอกาสที่จะยกระดับการปฏิบัติงานโดยเรียนรู้จากบริษัทประกันต่างชาติ” นักกฎหมายในกรุงปักกิ่ง ซึ่งทำงานกับหน่วยงานกำกับและดูแลธนาคารและประกันของจีน (CBIRC) กล่าว สำหรับกฎเกณฑ์ปัจจุบัน อนุญาตให้บริษัทประกันต่างชาติที่ดำเนินงานในจีน ถือหุ้นในบริษัทคู่แข่งท้องถิ่นได้สูงสุดไม่เกิน 15% แต่ภายใต้กฎเกณฑ์ใหม่ที่กำลังพิจารณาอยู่นั้น จะอนุญาตให้บริษัทประกันต่างชาติถือหุ้นของบริษัทประกันได้มากกว่า 1 […]

จีนเพิ่มโทษพร้อมขึ้นบัญชีดำผู้เดินทางมาจากต่างประเทศแล้วปกปิดข้อมูลสุขภาพ

จีนเพิ่มโทษพร้อมขึ้นบัญชีดำผู้เดินทางมาจากต่างประเทศแล้วปกปิดข้อมูลสุขภาพ

ไชน่าเดลี รายงานว่า หน่วยงานศุลกากรของจีน ออกมาระบุว่า จีนจะเพิ่มการลงโทษที่รุนแรงขึ้นกับผู้โดยสารที่เดินทางมาจากต่างประเทศแล้วให้ข้อมูลสุขภาพ ประวัติการเดินทางที่บิดเบือนหรือไม่เป็นจริง ถือเป็นส่วนหนึ่งของการยับยั้งการนำเข้าโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ที่มาจากผู้เดินทางจากต่างประเทศ Song Yueqian รองผู้อำนวยการ กรมควบคุมโรคของจีน ระบุว่า คนส่วนใหญ่ที่เดินทางเข้าจีนรายงานอาการสุขภาพของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา แต่ก็ยังมีบางกรณีที่ปกปิดประวัติการเดินทางไปยังประเทศที่กำลังถูกไวรัสโจมตีอย่างหนัก การรับประทานยาก่อนที่จะเข้าประเทศ รวมทั้งการปกปิดอาการไข้และไอ ทั้งนี้ หน่วยงานศุลากร จะปรับไม่ต่ำกว่า 30,000 หยวน หรือ 4,230 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับผู้ที่ละเมิด และบุคคลที่ละเมิดกฎหมายอย่างร้ายแรง รวมถึงข้อบังคับจะถูกส่งตัวให้เจ้าหน้าที่รักษากฎหมายจัดการต่อไป นอกจากนี้ ผู้ที่ละเมิดจะถูกขึ้นบัญชีดำโดยกรมศุลกากร ส่วนทรัพย์สินของพวกเขาและผู้เดินทางที่ติดตามไปด้วยจะถูกแยกออกมาเพื่อตรวจสอบ ส่วนจดหมายและสิ่งของที่ส่งมาด้วยก็จะถูกแยกออกมาเพื่อตรวจสอบเช่นกัน ในกรณีที่ผู้ละเมิดเป็นตัวแทนกฎหมายหรือเจ้าหน้าที่บริหารขององค์กรที่บริหารจัดการโดยหน่วยงานศุลกากร ผู้ละเมิดเหล่านี้จะถูกพิจารณาประเมินความน่าเชื่อถือของบริษัท เขา กล่าวว่า หน่วยงานศุลกากรจะรายงานเกี่ยวกับผู้ละเมิดไปยังหัวหน้างานหรือนายจ้าง หากพวกเขาเหล่านั้นเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือทำงานให้กับองค์กรที่รัฐเป็นผู้ถือหุ้น ไม่เพียงเท่านี้ หน่วยงานจะนำพฤติกรรมผิดกฎหมายเผยแพร่บนเว็บไซต์ศุลกากร และสื่อ นอกจากนี้ข้อมูลจะถูกส่งต่อให้หน่วยงานท้องถิ่นเพื่อลงโทษเพิ่มเติมด้วย

ธนาคารในจีนมั่นใจโควิด-19 กระทบธุรกิจระยะสั้น ส่วนระยะยาวเศรษฐกิจจีนยังมีแนวโน้มดีเหมือนเดิม

ธนาคารในจีนมั่นใจโควิด-19 กระทบธุรกิจระยะสั้น ส่วนระยะยาวเศรษฐกิจจีนยังมีแนวโน้มดีเหมือนเดิม

ไชน่าเดลี รายงานว่า ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารภาครัฐที่มีขนาดใหญ่ 1 ใน 4 ของจีน ย้ำว่า ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศยังคงแข็งแกร่ง คุณภาพสินทรัพย์โดยรวมของธนาคารผู้ปล่อยกู้ เห็นผลกระทบที่จำกัดจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) Gu Shu ประธานธาคารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์แห่งประเทศจีน หรือไอซีบีซี กล่าวว่า ธนาคารยังมีมุมมองบวกต่อ คุณภาพสินทรัพย์โดยรวม รวมถึงความสามารถในการรักษาการดำเนินงานในปีนี้ ความมั่นใจเหล่านี้มาจากปัจจัย 2 ประการ คือ ปัจจัยแรก แนวโน้มระยะยาวที่เป็นบวกของเศรษฐกิจจีนไม่ได้เปลี่ยนไป และประเทศยังมีนโยบายเพียงพอที่จะเร่งการฟื้นตัวของธุรกิจ รวมถึงการผลิต ส่วนปัจจัยที่ 2 คือ ธนาคารไอซีบีซี มีการปรับปรุงความสามารถในการบริหารความเสี่ยงและ ยังคงมีสถานะการเงินที่ดี ทั้งนี้ สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของธนาคารดลงไปอยู่ที่ 1.43% สิ้นปีที่ผ่านมา ต่ำสุดในรอบ 12 ไตรมาส และลดลง 0.09% จากระดับที่เคยมีในปี 2018 Wang Jiang รองประธานกรรมการและประธาน […]

เอสเอ็มอีจีนเริ่มกลับมาเดินเครื่องธุรกิจแล้ว เพื่อให้เข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วตามเป้าหมายของรัฐ

เอสเอ็มอีจีนเริ่มกลับมาเดินเครื่องธุรกิจแล้ว เพื่อให้เข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วตามเป้าหมายของรัฐ

ไชน่าเดลี รายงานว่า บริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอีในจีนเริ่มกลับมาเดินเครื่องธุรกิจ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายและการสนับสนุนจากหน่วยงานฝ่ายกำกับ และนักลงทุน ที่ต้องการให้การดำเนินธุรกิจกลับสู่ภาวะปกติและเพื่อความยั่งยืนของตลาดงาน “เอสเอ็มอีต่างๆ กำลังเร่งยกระดับการกลับมาทำงาน เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของภาครัฐ โดยพบว่า อัตราการเริ่มกลับมาทำงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1% ทุกวัน นับตั้งแต่เริ่มต้นเดือน มี.ค.” Xin Guobin รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าว เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เอสเอ็มอีในจีน มากกว่า 76.8% กลับมาดำเนินการแล้ว โดยข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ พบว่า อัตราการกลับมาดำเนินงานนั้นเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับอัตราการกลับมาดำเนินธุรกิจ 60% ของนอกมณฑลหูเป่ยเมื่อกลางเดือน มี.ค. สี จิ้นผิง ประธานาธิบดี จีน ออกมาระบุเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า จะปกป้องบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กจากผลกระทบที่หนักหนาจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) โดย สี เน้นย้ำเรื่องนี้ระหว่างที่ไปดูงานในนิคมอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และแม่พิมพ์ ในเมืองหนิงโป มณฑลเจ้อเจียง  

กิจกรรมการผลิตของจีนพุ่งขึ้นในเดือน มี.ค. หลังเชื่อมั่นมาตรการป้องกันและควบคุมโรคระบาด

กิจกรรมการผลิตของจีนพุ่งขึ้นในเดือน มี.ค. หลังเชื่อมั่นมาตรการป้องกันและควบคุมโรคระบาด

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือน มี.ค.พุ่งขึ้นแตะระดับ 52.3 จากระดับ 29.6 ในเดือน ก.พ. ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่เคลื่อนไหวเหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่า ภาคบริการของจีนยังคงมีการขยายตัว และหากดัชนี PMI เคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 50 จะบ่งชี้ถึงภาวะหดตัวในภาคบริการ รายงานข่าวจากซีเอ็นบีซี ระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อปรับปรุงดีขึ้น มาจากมาตรการที่ป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 ออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ มี.ค. นี้ เห็นการเร่งตัวขึ้นอย่างมากในการเริ่มต้นใหม่ของการผลิต อย่างไรก็ตาม PMI ที่ปรับขึ้นแรงในเดือนนี้ส่วนหนึ่งมาจากมฐานในเดือน ก.พ.ที่ต่ำ ดังนั้นอาจไม่ได้หมายความว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศจีนจะกลับคืนสู่ระดับปกติแล้ว  

ความเชื่อมั่นบริษัทต่างชาติลงทุนในจีนกำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

ความเชื่อมั่นบริษัทต่างชาติลงทุนในจีนกำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (NDRC) เปิดเผยว่า ความเชื่อมั่นของบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในจีนกำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ขณะที่การดำเนินกิจการและการผลิตเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ท่ามกลางการฟื้นตัวอย่างมีเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทาน นายอู่ หงเหลียง เจ้าหน้าที่ของ NDRC ตอบในระหว่างการแถลงข่าวออนไลน์ ถึงคำถามเกี่ยวกับการถอนการลงทุนของบริษัทต่างชาติว่า เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ในปัจจุบัน เราเชื่อว่าไม่มีปัญหารุนแรง เขา กล่าวว่า การที่บริษัทจีนกลับมาดำเนินกิจการและเริ่มการผลิตอย่างรวดเร็ว ขณะที่การสกัดการระบาดของไวรัสก็เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อุตสาหกรรม ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ค่อยๆ กลับมาเชื่อมโยงกันได้อีกครั้ง และบริษัทต่างชาติก็เริ่มมีความรู้สึกมั่นใจในการดำเนินกิจการในจีนมากขึ้นเรื่อยๆ อนึ่งนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) บริษัทต่างชาติต้องเผชิญกับอุปสรรคทั้งการขนส่งที่หยุดชะงัก หรือการที่บริษัทจีนไม่สามารถรับ และส่งสินค้าตามคำสั่งได้เนื่องจากพนักงานไม่เพียงพอ  

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์จีนต้องรับศึกหนักการแข่งขันสูงหลังจบโควิด-19 แพร่ระบาด

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์จีนต้องรับศึกหนักการแข่งขันสูงหลังจบโควิด-19 แพร่ระบาด

ไชน่าเดลี รายงานว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบสุดท้ายของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) ที่มีต่ออสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ เพราะก็เห็นการเติบโตใหม่ๆ และการพัฒนาโอกาส ซึ่งอาจเติบโตมาแทนที่ เนื่องจาก ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และผู้เช่าอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงผู้ค้าปลีก ต่างกำลังค้นหาหลากหลายแนวทางเพื่อสนับสนุนธุรกิจอยู่ โดยผู้ประกอบการอสังหริมทรัพย์เชิงพาณิชย์จีนรับรู้ผลกระทบการระบาดระยะสั้น แต่เมื่อพิจารณาความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจจีน ก็เห็นความท้าทายและโอกาสหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงาน ค้าปลีก อุตสาหกรรม หรือการลงทุน เบื้องต้นงานอสังหาริมทรัพย์จะมีแรงกดดันมากขึ้น เพราะทั้งองค์กรในประเทศและองค์กรข้ามชาติจะมีความรอบคอบมากขึ้นในการเช่าสถานที่ทำงานและการขยายกิจกรรมต่างๆ ขณะที่ผู้ให้บริการพื้นที่ทำงานแบบแบ่งปัน (โค-เวิร์คกิ้ง) มีโอกาสถูกทำลาย เพราะพื้นที่เช่ารองรับองค์กรขนาดกลางถึงขนาดเล็ก ซึ่งกำลังเผชิญความเสี่ยงมากขึ้นในด้านสภาพคล่อง ท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัวและมีอุปทานอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์จำนวนมาก ทั้งยังมีเมืองในจีนจำนวนมากที่ความต้องการเติบโตชะลอลง ขณะที่อัตราพื้นที่ว่างเพิ่มขึ้นในตลาดสำนักงานปี 2019 เมื่อมาเผชิญกับวิกฤติไวรัสโควิด-19 ก็อาจทำให้หลายบริษัทลดต้นทุน เช่น การเช่าสำนักงาน รองรับการสูญเสียรายได้ ดังนั้นคาดการณ์ว่า จะเห็นการแข่งขันรุนแรงขึ้นในหมู่ผู้ให้บริการพื้นที่เช่าสำนักงาน และเห็นกิจกรรมลดลงอย่างมีนัยสำคัญในตลาดสำนักงาน แต่ในทางกลับกันก็เห็นผู้ได้รับประโยชน์ในอุตสาหกรรมอื่นๆ เติบโตรวดเร็ว เช่น กลุ่มสุขภาพ อุปกรณ์การแพทย์ เกมออนไลน์ การศึกษาทางไกล และอี-คอมเมิร์ซ ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ […]