EU เห็นพ้องยกระดับตลาดเดียว เล็งปั้นสหภาพการออม–ลงทุน สู้จีน-สหรัฐฯ

EU เห็นพ้องยกระดับตลาดเดียว เล็งปั้นสหภาพการออม–ลงทุน สู้จีน-สหรัฐฯ

ผู้นำสหภาพยุโรป (EU) เห็นพ้องร่วมกันในการกำหนดมาตรการเพื่อส่งเสริมความเป็น “ตลาดเดียว” และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจยุโรป พร้อมรับมือการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่รุนแรงจากสหรัฐฯ และจีนในการประชุมวานนี้ที่เบลเยียม

ผู้นำกลุ่ม EU ย้ำถึงความเร่งด่วนในการดำเนินการและเห็นชอบให้เร่งผลักดันการจัดตั้ง “สหภาพการออมและการลงทุน” รวมถึงทบทวนหลักเกณฑ์ในการควบรวมกิจการ เพื่อสร้างบริษัทยักษ์ใหญ่ของยุโรป ตลอดจนอำนวยความสะดวกให้กับภาคธุรกิจในการเริ่มต้นและขยายธุรกิจได้ง่ายขึ้น โดย อัวร์ซูลา ฟ็อน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) กล่าวว่า “หนึ่งยุโรป หนึ่งตลาด… นี่คือเป้าหมายของเรา”

คณะกรรมาธิการยุโรปเตรียมนำเสนอแผนในเดือนมี.ค. เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาตลาดเดียวของ EU ซึ่งมีผู้บริโภคราว 450 ล้านคน เพื่อให้ผู้นำประเทศสมาชิกลงมติเห็นชอบร่วมกันภายใต้กรอบเวลาที่ชัดเจน นอกจากนี้ แผนดังกล่าวจะเปิดทางให้ภาครัฐได้พิจารณาและให้ความสำคัญกับสินค้ายุโรปเป็นลำดับแรก ในการจัดซื้อจัดจ้างในภาคส่วนที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์

เศรษฐกิจของ EU ยังตามหลังสหรัฐฯ และจีน รวมถึงผลิตภาพและนวัตกรรมในหลายสาขา อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ท่ามกลางแรงกดดันจากภาษีและมาตรการควบคุมการส่งออกของคู่แข่งรายใหญ่

นอกจากนี้ ฝ่ายบริหารของ EU จะผลักดันการจัดตั้ง “สหภาพตลาดทุน” ที่ล่าช้ามานาน เพื่อเปิดทางให้นำเงินออมราว 10 ล้านล้านยูโร (ประมาณ 11.86 ล้านล้านดอลลาร์) ซึ่งปัจจุบันอยู่ในบัญชีธนาคาร ไปลงทุนในเศรษฐกิจยุโรป

อัวร์ซูลา ฟ็อน แดร์ ไลเอิน ระบุว่า ที่ประชุมเห็นพ้องให้ดำเนินการสหภาพการออมและการลงทุน ซึ่งรวมถึงการบูรณาการตลาด การกำกับดูแล และการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิ.ย. แต่หากไม่สามารถเดินหน้าพร้อมกันทั้ง 27 ประเทศได้ อาจเริ่มจากกลุ่มประเทศขนาดเล็ก อย่างน้อย 9 ประเทศก่อน

เดินหน้าไปด้วยกัน?

คำถามสำคัญ คือ ทั้ง 27 ประเทศสมาชิกจะสามารถก้าวข้ามผลประโยชน์ส่วนตน และดำเนินแผนร่วมกันได้หรือไม่ แม้สมาชิกจะต้องการเห็น EU มีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น แต่ที่ผ่านมา ยังมีความเห็นต่างในประเด็นสำคัญ เช่น การออกพันธบัตรสกุลยูโรร่วมกัน และแนวทางลดราคาพลังงานไฟฟ้า

อันโตนิโอ คอสตา ประธานคณะมนตรียุโรป กล่าวว่า การเร่งรวมตลาดเดียวของยุโรปครั้งนี้อาจเป็นตัวเปลี่ยนเกม

แก้ปัญหาพลังงานแพง

ผู้นำหลายคนยังเน้นย้ำว่า EU ต้องจัดการกับปัญหาราคาพลังงานที่สูง โดยภาคอุตสาหกรรมยุโรปต้องแบกรับค่าไฟฟ้าที่สูงกว่าสหรัฐฯ และจีนราวสองเท่า แม้ยังไม่มีการตัดสินใจในประเด็นนี้ แต่คณะกรรมาธิการยุโรปเตรียมนำเสนอแนวทางต่างๆ ในการประชุมเดือนมี.ค. โดยจะพิจารณาว่า ควรเดินหน้าระบบกำหนดราคาไฟฟ้าแบบเดิมต่อหรือไม่ ซึ่งปัจจุบันใช้แหล่งพลังงานที่มีต้นทุนสูงอย่างก๊าซธรรมชาติเป็นตัวกำหนดราคาไฟฟ้าทั้งระบบ แม้ว่าพลังงานหมุนเวียนและนิวเคลียร์จะมีต้นทุนต่ำกว่าก็ตาม

ที่มา Reuters, สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย