ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 28 พ.ค. 2569 ปิดตลาดที่ 1,568.97 ลดลง 1.98 จุด (-0.13%)
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 28 พ.ค. 2569 ปิดตลาดที่ 1,568.97 ลดลง 1.98 จุด (-0.13%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,552.85 จุด และสูงสุดที่ 1,571.56 จุด มูลค่าการซื้อขาย 62,570.89 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ DELTA ปิดที่ 353.00 บาท ลดลง 1.00% (-0.28%) มูลค่าการซื้อขาย 6,837.28 ล้านบาท KBANK ปิดที่ 199.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50% (+0.25%) มูลค่าการซื้อขาย 3,464.56 ล้านบาท AOT ปิดที่ 55.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50% (+0.92%) มูลค่าการซื้อขาย […]
ECB เตือนความเสี่ยงการคลัง-ภูมิรัฐศาสตร์ ชี้ตลาดอาจประเมินต่ำไป
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เตือนว่าตลาดการเงินอาจประเมินความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการคลังต่ำเกินไป โดยเฉพาะผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น และแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่อาจบั่นทอนเสถียรภาพการเงินในภาพรวม ขณะเดียวกัน ECB ยังจับตาแนวโน้มอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยุโรปที่สูงขึ้น รวมถึงความเป็นไปได้ที่เงินลงทุนบางส่วนจะไหลกลับไปยังญี่ปุ่น หลังดอกเบี้ยระยะยาวในประเทศนั้นปรับขึ้นตามท่าทีของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) รายงานเสถียรภาพการเงินล่าสุดของ ECB ระบุว่า ความเสี่ยงเชิงลบจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการคลัง และสภาพแวดล้อมมหภาคการเงิน ถูกประเมินต่ำกว่าความเป็นจริงในตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลยุโรปหลายประเทศต้องเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม และออกมาตรการช่วยบรรเทาค่าครองชีพจากราคาพลังงาน เช่น การลดภาษีน้ำมันในเยอรมนีและอิตาลี การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันด้านนโยบายสาธารณะที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและต้นทุนการกู้ยืมในตลาดพันธบัตร แรงกดดันจากตะวันออกกลางและราคาพลังงาน ECB ชี้ว่าเหตุการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมถึงการโจมตีอิหร่านร่วมกันของสหรัฐและอิสราเอล มีส่วนทำให้ตลาดจับตาความเสี่ยงด้านพลังงานมากขึ้น เพราะราคาน้ำมันและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นสามารถส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อได้อย่างรวดเร็ว หากราคาพลังงานทรงตัวในระดับสูงเป็นเวลานาน อาจกระตุ้นให้ธนาคารกลางต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป ซึ่งจะเพิ่มภาระต่อเศรษฐกิจและภาคการเงิน พันธบัตรยุโรปอาจเผชิญแรงขายต่อเนื่อง การที่รัฐบาลยุโรปต้องใช้งบประมาณมากขึ้นเพื่อรับมือทั้งความมั่นคงและค่าพลังงาน ทำให้นักลงทุนเริ่มกังวลต่อภาระหนี้สาธารณะในระยะกลาง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรยุโรปปรับสูงขึ้นในหลายช่วงเวลา ECB เตือนว่าหากตลาดมองข้ามความเสี่ยงเหล่านี้ อาจนำไปสู่การปรับฐานรุนแรงเมื่อความคาดหวังด้านนโยบายหรือเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เงินทุนอาจไหลกลับญี่ปุ่นมากขึ้น อีกประเด็นสำคัญคือการปรับขึ้นดอกเบี้ยระยะยาวในญี่ปุ่นจากนโยบายของ BoJ ซึ่งอาจดึงดูดให้นักลงทุนบางส่วนย้ายเงินกลับเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นมากขึ้น เนื่องจากนักลงทุนญี่ปุ่นถือเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดบอนด์ยุโรป หากผลตอบแทนในญี่ปุ่นน่าสนใจขึ้นเมื่อเทียบกับยุโรป แรงซื้อพันธบัตรยุโรปจากญี่ปุ่นอาจชะลอตัว และอาจส่งผลต่อสภาพคล่องในตลาดการเงินของยุโรป ECB แนะมาตรการรับมือควรเฉพาะเจาะจงและชั่วคราว […]
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 27 พ.ค. 2569 ปิดตลาดที่ 1,570.95 เพิ่มขึ้น 17.59 จุด (+1.13%)
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 27 พ.ค. 2569 ปิดตลาดที่ 1,570.95 เพิ่มขึ้น 17.59 จุด (+1.13%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,559.58 จุด และสูงสุดที่ 1,581.74 จุด มูลค่าการซื้อขาย 70,314.08 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ DELTA ปิดที่ 354.00 บาท เพิ่มขึ้น 15.00% (+4.42%) มูลค่าการซื้อขาย 10,667.57 ล้านบาท KBANK ปิดที่ 198.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50% (+0.25%) มูลค่าการซื้อขาย 3,677.04 ล้านบาท GULF ปิดที่ 62.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.70% (+1.21%) มูลค่าการซื้อขาย […]
ความเชื่อมั่นในจีนเริ่มฟื้น ทุนยุโรป 35% มองธุรกิจช่วง 2 ปีมีลุ้นโต
ความเชื่อมั่นในจีนเริ่มฟื้น ทุนยุโรป 35% มองธุรกิจช่วง 2 ปีมีลุ้นโต ขณะมาตรการสกัดจีนส่งออกเสี่ยงตึงเครียด หอการค้าสหภาพยุโรปในจีนเผยผลสำรวจชี้ บริษัทยุโรปในจีนมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มธุรกิจมากขึ้น โดย 35% ของผู้ตอบแบบสอบถามมองแนวโน้มอุตสาหกรรมที่บริษัทเข้าไปทำธุรกิจในจีนนั้นจะเติบโตในช่วงสองปีข้างหน้า ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก 29% ซึ่งต่ำเป็นประวัติการณ์ในปี 2025 ขณะที่ 47% มองว่า สภาพแวดล้อมทางธุรกิจในจีนมีความเกี่ยวโยงกับประเด็นทางการเมืองเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ต่ำสุดนับจากปี 2023 โดยผลสำรวจนี้จัดทำขึ้นระหว่างเดือนม.ค.-ก.พ. ที่ผ่านมา ครอบคลุมผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 549 ราย เดนิส เดอพูซ์ กรรมการผู้จัดการของ Roland Berger ในเยอรมนี ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาที่ช่วยจัดทำผลสำรวจ ระบุว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ความเชื่อมั่นปรับตัวดีขึ้นมาจากภาวะ “ล้าจากวิกฤต” (Crisis fatigue) โดยบริษัทสัญชาติยุโรปมีการปรับตัวในหลายด้านและเริ่มชินกับสถานการณ์ ขณะที่สำนักงานใหญ่เริ่มปรับความคาดหวังให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของจีนมากขึ้น แม้ความเชื่อมั่นทางธุรกิจยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ แต่สมาชิกของหอการค้าก็เริ่มค่อย ๆ คุ้นชิน” อย่างไรก็ดี ความเชื่อมั่นที่กลับมาฟื้นตัว สวนทางกับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างรัฐบาลปักกิ่งกับสหภาพยุโรปในช่วงที่ผ่านมา โดยสหภาพยุโรปกำลังเตรียมพร้อมมาตรการสกัดกั้นการส่งออกที่พุ่งสูงขึ้นของจีน ซึ่งเป็นผลมาจากอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอ […]
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 26 พ.ค. 2569 ปิดตลาดที่ 1,553.36 เพิ่มขึ้น 3.03 จุด (+0.20%)
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 26 พ.ค. 2569 ปิดตลาดที่ 1,553.36 เพิ่มขึ้น 3.03 จุด (+0.20%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,547.86 จุด และสูงสุดที่ 1,563.42 จุด มูลค่าการซื้อขาย 58,368.33 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ DELTA ปิดที่ 339.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00% (+1.50%) มูลค่าการซื้อขาย 6,026.52 ล้านบาท KBANK ปิดที่ 198.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00% (+1.02%) มูลค่าการซื้อขาย 4,447.67 ล้านบาท BBL ปิดที่ 173.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.50% (+2.66%) มูลค่าการซื้อขาย […]
ทุนโลกเปลี่ยนทิศ! เม็ดเงินไหลซบฮาร์ดแวร์-โครงสร้างพื้นฐาน AI ทิ้งห่างหุ้นซอฟต์แวร์
กระแสเงินทุนในตลาดโลกกำลังเปลี่ยนทิศอย่างน่าสนใจจากอิทธิพลของนักลงทุนระดับตำนาน การเร่งลงทุนด้าน AI ของบิ๊กเทค และความเป็นไปได้ที่บริษัทเทคขนาดยักษ์รายใหม่จะเข้าจดทะเบียนในอนาคต ข่าวนี้จึงไม่ได้สะท้อนเพียงความสำเร็จของ Chris Hohn และกองทุน Children’s Investment Fund (TCI) เท่านั้น แต่ยังชี้ให้เห็นว่าแรงกดดันต่อหุ้นเติบโต หุ้นซอฟต์แวร์ และหุ้นอินเทอร์เน็ตอาจรุนแรงขึ้น หากเงินลงทุนทั่วโลกไหลไปสู่ธีม AI และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องมากกว่าเดิม Chris Hohn กับแนวทางการลงทุนแบบกระจุกตัว Chris Hohn ถูกมองว่าเป็นนักลงทุนที่มีวินัยและความมั่นใจสูง โดยใช้กลยุทธ์ concentrated investing หรือการลงทุนแบบกระจุกตัวในหุ้นจำนวนไม่มาก แต่ถือสถานะขนาดใหญ่ ปัจจุบันเขาบริหารสินทรัพย์ราว 77,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในหุ้นเพียง 15 ตัว แนวทางนี้สะท้อนว่า แม้การกระจายการลงทุนจะเป็นหลักการสำคัญ แต่หากวิเคราะห์ได้แม่นยำและเลือกธุรกิจที่แข็งแกร่งจริง การถือหุ้นไม่กี่ตัวก็สามารถสร้างผลตอบแทนโดดเด่นได้ ความสำเร็จของ TCI ยังตอกย้ำว่าในโลกการลงทุนระดับมืออาชีพ การเข้าใจคุณภาพของธุรกิจ โครงสร้างอุตสาหกรรม และจังหวะของมูลค่าเป็นเรื่องสำคัญพอ ๆ กับการคาดการณ์เศรษฐกิจมหภาค นักลงทุนจำนวนมากจึงยังให้ความสนใจกับแนวทางของ Hohn […]
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 25 พ.ค. 2569 ปิดตลาดที่ 1,550.33 เพิ่มขึ้น 11.66 จุด (+0.76%)
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 25 พ.ค. 2569 ปิดตลาดที่ 1,550.33 เพิ่มขึ้น 11.66 จุด (+0.76%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,545.63 จุด และสูงสุดที่ 1,558.95 จุด มูลค่าการซื้อขาย 63,485.33 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ DELTA ปิดที่ 334.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00% (+0.60%) มูลค่าการซื้อขาย 4,391.41 ล้านบาท CCET ปิดที่ 9.15 บาท เพิ่มขึ้น 1.20% (+15.09%) มูลค่าการซื้อขาย 4,253.91 ล้านบาท GULF ปิดที่ 62.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.25% (+2.06%) มูลค่าการซื้อขาย […]
ECB ส่งสัญญาณปรับเป้าเงินเฟ้อประชุมมิ.ย.นี้ หลังตัวเลขเดิมไม่สะท้อนผลกระทบสงคราม
คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เผยว่า ตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อยูโรโซน เมื่อเดือนมี.ค. ที่เคยประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อปีนี้จะอยู่ที่ 2.6% น่าจะมีการประเมินใหม่ในการประชุมนโยบายการเงินเดือนมิ.ย. เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากช่วงดังกล่าว ความเห็นของประธาน ECB ช่วยยืนยันในสิ่งที่ผู้กำหนดนโยบายหลายคน รวมถึงอเล็กซานเดอร์ เดมาร์โก สมาชิกสภากรรมการ ธนาคารกลางยุโรป (ECB Governing Council) ได้ส่งสัญญาณไว้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยเดมาร์โกได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า ตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าว ซึ่งเผยแพร่เมื่อช่วงต้นของสงครามอิหร่าน อาจเป็นการมองบวกเกินไป อย่างไรก็ตาม ลาการ์ดปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า การปรับทบทวนตัวเลขดังกล่าวจะส่งผลให้ธนาคารกลางยุโรปมุ่งสู่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 11 มิ.ย. หรือไม่ ลาการ์ด ระบุว่า “สถานการณ์ในปัจจุบันมีความไม่แน่นอนสูงมาก จึงจำเป็นต้องพิจารณาข้อมูลทั้งหมดที่มี เพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจในไตรมาสต่อ ๆ ไป และกำหนดว่าจำเป็นต้องดำเนินมาตรการใดหรือไม่ และมาตรการนั้นจะส่งผลกระทบอย่างไรในระยะกลาง เป้าหมายของเรา คือ การรักษาอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ที่ระดับ 2% ในระยะกลาง” บรรดานักเศรษฐศาสตร์และนักลงทุนคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ขณะที่ผู้กำหนดนโยบายของ […]
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 22 พ.ค. 2569 ปิดตลาดที่ 1,538.67 เพิ่มขึ้น 6.00 จุด (+0.39%)
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 22 พ.ค. 2569 ปิดตลาดที่ 1,538.67 เพิ่มขึ้น 6.00 จุด (+0.39%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,533.03 จุด และสูงสุดที่ 1,542.25 จุด มูลค่าการซื้อขาย 60,033.83 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ TRUE ปิดที่ 13.80 บาท ลดลง 0.30% (-2.13%)มูลค่าการซื้อขาย 4,585.59 ล้านบาท DELTA ปิดที่ 332.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00% (+1.84%) มูลค่าการซื้อขาย 4,502.71 ล้านบาท CCET ปิดที่ 7.95 บาท เพิ่มขึ้น 1.20% (+17.78%) มูลค่าการซื้อขาย 4,401.95 ล้านบาท […]
วิกฤตตะวันออกกลางเสี่ยงฉุดศก.โลกชะลอตัว จากผลพวงพลังงานพุ่ง
เศรษฐกิจโลกเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลง จากผลพวงของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจในสหรัฐยังขยายตัวได้ในระดับ ทรงตัว ขณะที่ยุโรปและเอเชียเริ่มชะลอลงตามทิศทางต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ภาพดังกล่าวไม่เพียงกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อเงินเฟ้อ ทิศทางดอกเบี้ย และการจัดพอร์ตการลงทุนข้ามสินทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ ช่องแคบฮอร์มุซและแรงกดดันต่ออุปทานพลังงาน แรงกดดันรอบนี้มาจากสงครามที่ทำให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ลดลงอย่างมาก ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่ใช้ลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราวหนึ่งในห้าของอุปทานโลก เมื่ออุปทานตึงตัว ราคาพลังงานจึงปรับขึ้นทั่วโลกทันที ส่งผลให้ต้นทุนของภาคธุรกิจสูงขึ้น และกดความสามารถในการทำกำไรของบริษัท โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมและผู้บริโภคที่อ่อนไหวต่อค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ในมุมตลาดการเงิน แรงกดดันด้านพลังงานยังอาจส่งผ่านไปยังตลาดพันธบัตร หากนักลงทุนคาดว่าเงินเฟ้อจะลดลงช้ากว่าที่เคยประเมินไว้ ความคาดหวังต่อทิศทางนโยบายการเงินจึงอาจเปลี่ยนไป และทำให้ความผันผวนในสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้นตามลำดับ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและการลงทุนในไทย สำหรับเศรษฐกิจโลก ภาพที่ชะลอลงพร้อมต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นสะท้อนความเสี่ยงแบบชะลอ แต่เงินเฟ้อยังไม่คลี่คลาย ซึ่งเป็นภาวะที่ท้าทายต่อธนาคารกลาง เพราะต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการพยุงการเติบโตกับการควบคุมราคาสินค้าและบริการ หากเงินเฟ้อกลับมาเป็นประเด็นสำคัญอีกครั้ง การลดดอกเบี้ยอาจทำได้ยากขึ้น และอาจกระทบมุมมองของนักลงทุนต่อสินทรัพย์ทั่วโลก ในมุมของไทย เศรษฐกิจโลกที่ชะลออาจกระทบการส่งออกและบรรยากาศการลงทุนในหุ้นวัฏจักรที่พึ่งพาอุปสงค์ต่างประเทศ ขณะเดียวกันราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะสะท้อนเข้าต้นทุนของภาคขนส่ง โลจิสติกส์ และธุรกิจที่ใช้เชื้อเพลิงเป็นต้นทุนหลักโดยตรง ผู้ประกอบการอาจต้องเผชิญแรงกดดันด้านมาร์จิ้นมากขึ้น หากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ทั้งหมด สินทรัพย์ที่อาจได้รับความสนใจในภาวะความไม่แน่นอน เมื่อความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มสูงขึ้น นักลงทุนมักหันไปให้ความสนใจกับสินทรัพย์ที่มีคุณสมบัติป้องกันความเสี่ยงมากขึ้น ทองคำ ยังถูกมองเป็นที่พักเงินเชิงป้องกันในภาวะไม่แน่นอน ขณะที่ พันธบัตร ยังคงเป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงที่สำคัญ แต่จำเป็นต้องพิจารณาทั้งผลตอบแทนและความเสี่ยงจากเงินเฟ้อควบคู่กันไป หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมอาจถูกกดดันจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น หุ้นที่พึ่งพาอุปสงค์ต่างประเทศอาจเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอ […]








