ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 23 ก.พ. 2024 ปิดตลาดที่ 1,398.14 จุด ลดลง 4.33 จุด (-0.31%)

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 23 ก.พ. 2024 ปิดตลาดที่ 1,398.14 จุด ลดลง 4.33 จุด (-0.31%)

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 23 ก.พ. 2024 ปิดตลาดที่ 1,398.14 จุด ลดลง 4.33 จุด (-0.31%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,396.77 จุด และสูงสุดที่ 1,404.84 จุด  มูลค่าการซื้อขาย 48,385.71 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ TRUE ปิดที่ 7.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 (+10.69%)  มูลค่าการซื้อขาย 2,269.47 ล้านบาท SCB ปิดที่ 112.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 (+1.35%) มูลค่าการซื้อขาย 2,116.13 ล้านบาท BBL ปิดที่ 142.50 บาท ลดลง 2.50 […]

‘โกลด์แมน แซคส์’ ยกเลิกคาดการณ์เฟดเริ่มหั่นดอกเบี้ยเดือนพ.ค.

‘โกลด์แมน แซคส์’ ยกเลิกคาดการณ์เฟดเริ่มหั่นดอกเบี้ยเดือนพ.ค.

นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ ยกเลิกคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนพ.ค. เนื่องจากถ้อยแถลงของเหล่าผู้กำหนดนโยบายต่างชี้ว่าพวกเขายังไม่รีบปรับลดอัตราดอกเบี้ย ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า นายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ สมาชิกสภาผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวเมื่อวานนี้ (22 ก.พ.) ว่า เขาต้องการเห็นหลักฐานมากกว่านี้ว่า เงินเฟ้อเริ่มชะลอตัวลงแล้ว เขาจึงจะเต็มใจสนับสนุนให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง โดยระบุว่า “ผมอยากรอดูข้อมูลเงินเฟ้ออีกอย่างน้อยสองเดือนก่อนจะตัดสินใจได้ว่า ข้อมูลเงินเฟ้อเดือนม.ค.นั้นเป็นเพียงปัญหาเล็กน้อยหรือเป็นปัญหาใหญ่กันแน่” ทั้งนี้ นายวอลเลอร์เป็นกรรมการถาวรของเฟดที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงใน FOMC นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า “เนื่องจากเพิ่งมีข้อมูลอัตราเงินเฟ้อเพียง 2 เดือนเท่านั้นและมีเวลาอีกเพียง 2 เดือนเศษกว่าจะถึงการประชุมเฟดในเดือนพ.ค. ถ้อยแถลงของเขาทำให้เรายกเลิกคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนพ.ค. ซึ่งเราคาดไว้ก่อนหน้านี้” ทำให้ตอนนี้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นพิเศษในปีหน้าแทน ที่มา: รอยเตอร์

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 22 ก.พ. 2024 ปิดตลาดที่ 1,402.47 จุด เพิ่มขึ้น 8.86 จุด (+0.64%)

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 22 ก.พ. 2024 ปิดตลาดที่ 1,402.47 จุด เพิ่มขึ้น 8.86 จุด (+0.64%)

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 22 ก.พ. 2024 ปิดตลาดที่ 1,402.47 จุด เพิ่มขึ้น 8.86 จุด (+0.64%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,393.52 จุด และสูงสุดที่ 1,405.13 จุด  มูลค่าการซื้อขาย 51,341.29 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ BDMS ปิดที่ 30.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 (+5.26%)  มูลค่าการซื้อขาย 3,435.40 ล้านบาท ADVANC ปิดที่ 209.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 (+1.95%) มูลค่าการซื้อขาย 1,863.22 ล้านบาท SCB ปิดที่ 111.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,725.59 […]

SUPEREIF จ่ายปันผลครั้งที่ 17 ในอัตรา 0.08841 บาทต่อหน่วย วันที่ 21 มีนาคม 2567 นี้ 

SUPEREIF จ่ายปันผลครั้งที่ 17 ในอัตรา 0.08841 บาทต่อหน่วย วันที่ 21 มีนาคม 2567 นี้ 

นายพรชลิต  พลอยกระจ่าง  รองกรรมการผู้จัดการ  Head of Real Estate & Infrastructure Investment บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ BBLAM เปิดเผยว่า กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี (SUPEREIF) จะจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 17 จากผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 4 หรือระหว่างวันที่  1  ตุลาคม  2566  ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 และกำไรสะสม ในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.08841 บาท และจะจ่ายเงินลดทุนครั้งที่ 4  จากผลการดำเนินงานไตรมาสที่  2-4  ปี  2566 หรือระหว่างวันที่  1  เมษายน – 31  ธันวาคม 2566 ในอัตรา […]

ความมั่งคั่งในเวียดนามโตกระฉูด นักวิเคราะห์คาดคนญวนรวยขึ้น 125% ในอีกทศวรรษ

ความมั่งคั่งในเวียดนามโตกระฉูด นักวิเคราะห์คาดคนญวนรวยขึ้น 125% ในอีกทศวรรษ

New World Wealth และ Henley & Partners รายงานว่า อัตราการเติบโตด้านความมั่งคั่งเวียดนามเตรียมพุ่งสูงขึ้นในทศวรรษหน้า หลังจากสามารถปักธงประเทศให้กลายเป็นจุดศูนย์กลางด้านการผลิตระดับโลก Andrew Amoils นักวิเคราะห์จาก New World Wealth ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซี โดยคาดการณ์ว่า เวียดนามจะมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น 125% ภายใน 10 ปีนี้ โดยนับเป็นการเติบโตด้านความมั่งคั่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบ GDP ต่อประชากร และจำนวนของมหาเศรษฐีในประเทศ Andrew กล่าวว่า เวียดนามเป็นที่นิยมในการเป็นที่ตั้งฐานการผลิตด้านเทคโนโลยี รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า และสิ่งทอ โดยประเทศที่ตามมาติดๆ คือ อินเดีย ซึ่งกำลังจะก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของโลกภายในปี 2570 และมีคาดการณ์ของอัตราการเติบโตด้านความมั่งคั่งอยู่ที่ 110% ประเทศเวียดนามมีประชากรระดับเศรษฐีจำนวนกว่า 19,400 คน และมีมหาเศรษฐีกว่า 58 คน โดยเป็นประเทศที่ค่อนข้างปลอดภัยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้บริษัทต่างๆ […]

BRRGIF เตรียมจ่ายเงินปันผล 0.17767 บาท และเงินลดทุน 0.43 บาท วันที่ 21 มี.ค. นี้

BRRGIF เตรียมจ่ายเงินปันผล 0.17767 บาท และเงินลดทุน 0.43 บาท วันที่ 21 มี.ค. นี้

นายพรชลิต พลอยกระจ่าง  รองกรรมการผู้จัดการ   Head of Real Estate & Infrastructure Investment บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือBBLAM เปิดเผยว่า กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้ากลุ่มน้ำตาลบุรีรัมย์ (BRRGIF) เตรียมจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 18  จากผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2566 และกำไรสะสม ในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.17767 บาท และจ่ายเงินลดทุนจดทะเบียนครั้งที่ 15 หน่วยละ 0.43 บาท (โดยการลดมูลค่าที่ตราไว้ จากหน่วยละ 7.18 บาท เหลือหน่วยละ 6.75 บาท) รวมทั้งสิ้น 0.60767 บาทต่อหน่วย กำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุน เพื่อกำหนดสิทธิในการรับเงินปันผลและเงินลดทุน ในวันที่ 7 มีนาคม […]

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 21 ก.พ. 2024 ปิดตลาดที่ 1,393.61 จุด เพิ่มขึ้น 12.54 จุด (+0.91%)

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 21 ก.พ. 2024 ปิดตลาดที่ 1,393.61 จุด เพิ่มขึ้น 12.54 จุด (+0.91%)

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 21 ก.พ. 2024 ปิดตลาดที่ 1,393.61 จุด เพิ่มขึ้น 12.54 จุด (+0.91%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,379.02 จุด และสูงสุดที่ 1,395.11 จุด  มูลค่าการซื้อขาย 64,865.89 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ SCB ปิดที่ 111.00 บาท เพิ่มขึ้น 7.00 (+6.73%)  มูลค่าการซื้อขาย 6,352.30 ล้านบาท ADVANC ปิดที่ 205.00 บาท ลดลง 2.00 (-0.97%) มูลค่าการซื้อขาย 2,532.70 ล้านบาท KBANK ปิดที่ 124.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 […]

แบงก์จีนปล่อยสินเชื่ออสังหาฯ 1.7 หมื่นล้านดอลล์ ภายใต้โครงการ ‘ไวท์ลิสต์’

แบงก์จีนปล่อยสินเชื่ออสังหาฯ 1.7 หมื่นล้านดอลล์ ภายใต้โครงการ ‘ไวท์ลิสต์’

กระทรวงการเคหะและการพัฒนาเมืองและชนบทของจีน เปิดเผยว่า ธนาคารจีนได้อนุมัติสินเชื่อเพื่อการพัฒนาจำนวน 1.236 แสนล้านหยวน (1.720 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) และเบิกจ่ายแล้ว 2.94 หมื่นล้านหยวน ภายใต้กลไกไวท์ลิสต์ (white list) ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่ออัดฉีดสภาพคล่องให้กับภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤต กลไกนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญในความพยายามของรัฐบาล เพื่อรักษาเสถียรภาพวิกฤตหนี้ของภาคอสังหาริมทรัพย์ และเพิ่มความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมนี้ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1 ใน 4 ของ GDP จีน สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า กลไกไวท์ลิสต์ได้เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 26 ม.ค. โดยรัฐบาลของเมืองต่างๆ จะเสนอโครงการที่อยู่อาศัยแก่ธนาคารที่เห็นว่าเหมาะสมสำหรับการให้เงินทุนสนับสนุน และประสานงานกับสถาบันการเงินเพื่อตอบสนองความต้องการของโครงการ แถลงการณ์ของกระทรวงฯ ระบุว่า จนถึงขณะนี้ เมืองต่างๆ 214 เมืองทั่วประเทศได้จัดตั้งกลไกดังกล่าวแล้ว และได้นำเสนอโครงการแก่ธนาคารมากกว่า 5,300 โครงการ นอกจากนี้ กระทรวงฯ เสริมว่า ธนาคารที่ปฏิเสธการมอบสินเชื่อแก่โครงการไวท์ลิสต์จำเป็นต้องชี้แจงเหตุผลการตัดสินใจต่อหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงิน ดัชนีหุ้นกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์จีนในตลาดหุ้นฮ่องกง (HSMPI) เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเที่ยงวันของวันนี้ (21 […]

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 20 ก.พ. 2024 ปิดตลาดที่ 1,381.07 จุด ลดลง 6.26 จุด (-0.45%) 

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 20 ก.พ. 2024 ปิดตลาดที่ 1,381.07 จุด ลดลง 6.26 จุด (-0.45%) 

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 20 ก.พ. 2024 ปิดตลาดที่ 1,381.07 จุด ลดลง 6.26 จุด (-0.45%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,376.65 จุด และสูงสุดที่ 1,389.06 จุด  มูลค่าการซื้อขาย 40,457.10 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ CPALL ปิดที่ 56.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 (+2.73%)  มูลค่าการซื้อขาย 2,020.02 ล้านบาท NL ปิดที่ 3.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 (+19.23%)  มูลค่าการซื้อขาย 1,836.70 ล้านบาท DELTA ปิดที่ 74.75 บาท ลดลง 3.25 […]

แบงก์ชาติเยอรมนีชี้เศรษฐกิจประเทศเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย เหตุอุปสงค์ต่างชาติอ่อนแอ-ดอกเบี้ยสูง

แบงก์ชาติเยอรมนีชี้เศรษฐกิจประเทศเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย เหตุอุปสงค์ต่างชาติอ่อนแอ-ดอกเบี้ยสูง

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ธนาคารกลางเยอรมนี (Bundesbank) กล่าวในรายงานประจำเดือนก.พ.ว่า เศรษฐกิจของเยอรมนี ซึ่งถือเป็นชาติที่มีเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรป มีแนวโน้มเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยในปีนี้ เนื่องจากอุปสงค์ภายนอกประเทศที่อ่อนแอ ขณะที่ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังในการใช้จ่าย และการลงทุนในประเทศที่ถูกจำกัด เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง รายงานระบุว่า เยอรมนีพยายามอย่างหนักในการฟื้นฟูภาวะเศรษฐกิจ นับตั้งแต่เกิดเหตุรัสเซียบุกยูเครนเมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้นทุนด้านพลังงานเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งในปัจจุบันเศรษฐกิจของเยอรมนียังเติบโตเป็นศูนย์หรือติดลบ เป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของยูโรโซนทั้งหมด Bundesbank ระบุว่า “เศรษฐกิจเยอรมนียังไม่ฟื้นตัว และผลผลิตจะลดลงอีกเล็กน้อยในไตรมาส 1/2567 ซึ่งหากผลผลิตทางเศรษฐกิจลดลง 2 ไตรมาสติดต่อกัน จะทำให้เศรษฐกิจเยอรมนีประสบภาวะถดถอยทางเทคนิค” ผลการดำเนินงานทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ก่อให้เกิดคำถามถึงความยั่งยืนเกี่ยวกับแบบจำลองเศรษฐกิจของเยอรมนี โดยนักวิจารณ์ชี้ว่า อุตสาหกรรมหนักที่พึ่งพาพลังงานส่วนใหญ่กำหนดราคาที่สูงเกินไปในตลาดต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเยอรมนี ได้เร่งออกมาตรการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาเติบโตสดใสอีกครั้ง โดยระบุว่านี่เป็นเพียงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากต้นทุนด้านพลังงานที่เพิ่มสูง อุปสงค์ของจีนซึ่งเป็นชาติคู่ค้าสำคัญที่อ่อนแอ และอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งขัดขวางการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงชั่วคราวเท่านั้น บริษัทจำนวนมากต่างสั่งระงับการลงทุน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มสูงขึ้น นับตั้งแต่ธนาคารกลางยุโรปปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ เพื่อต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ ขณะที่การเติบโตของค่าจ้างที่สูง ยังส่งผลกระทบต่อบริษัทต่างๆ และการนัดหยุดงานในภาคส่วนสำคัญๆ […]