ทรัมป์ แจงปมคุยปธ.เฟด-ชี้พบกันแค่ครั้งเดียว
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์พยายามลดกระแสข่าวเกี่ยวกับการพูดคุยกับเควิน วอร์ช โดยยืนยันว่าได้พบกันเพียง หนึ่งครั้งแบบสั้นๆ หลังวอร์ชเข้ารับตำแหน่ง แม้ก่อนหน้านี้จะมีรายงานว่า มีการพูดคุยกันมากกว่านั้น ข่าวดังกล่าวทำให้ตลาดกลับมาจับตาอีกครั้งว่า แรงกดดันทางการเมืองอาจมีผลต่อทิศทางนโยบายการเงินของ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หรือไม่ ทรัมป์ยังคงแสดงจุดยืนชัดเจนว่าอยากเห็น อัตราดอกเบี้ยลดลง แต่ระบุว่าการตัดสินใจเป็นหน้าที่ของบอร์ดเฟด ไม่ใช่ของเขาเพียงคนเดียว ท่าทีดังกล่าวช่วยคลายความตึงเครียดได้ในระยะสั้น ทว่าไม่ได้ยุติข้อสงสัยของนักลงทุนเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟดในเชิงนโยบาย ตลาดจับตาความเป็นอิสระของเฟด ประเด็นสำคัญของข่าวนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนครั้งของการพูดคุยเท่านั้น แต่คือสัญญาณต่อความเชื่อมั่นของตลาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะสามารถกำหนดนโยบายได้โดยปราศจากแรงกดดันทางการเมืองหรือไม่ หากนักลงทุนเริ่มเชื่อว่าเฟดอาจผ่อนคลายนโยบายการเงินเร็วขึ้นกว่าที่คาด เส้นทาง ดอกเบี้ยสหรัฐฯ อาจถูกประเมินใหม่ทันที การคาดหวังดังกล่าวมักส่งผลโดยตรงต่อ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และ ค่าเงินดอลลาร์ หากผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลง สินทรัพย์เสี่ยงและสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ยอาจได้รับแรงหนุนมากขึ้น ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์อาจเผชิญแรงกดดันในบางช่วง ผลกระทบต่อสินทรัพย์ลงทุน ในภาพรวม หากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการเงินเพิ่มสูงขึ้น นักลงทุนอาจหันไปให้ความสนใจกับ ทองคำ และสินทรัพย์หลบภัยมากขึ้น เนื่องจากมักถูกมองว่าเป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดไม่มั่นใจต่อทิศทางดอกเบี้ยและนโยบายของเฟด พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ: อาจได้รับอิทธิพลจากความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ย ค่าเงินดอลลาร์: อาจผันผวนหากตลาดมองว่าเฟดผ่อนคลายเร็วขึ้น สินทรัพย์เสี่ยง: อาจได้แรงหนุนหากดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง ทองคำ: มักได้อานิสงส์เมื่อความไม่แน่นอนด้านนโยบายสูงขึ้น แม้ทรัมป์จะพยายามลดน้ำหนักข่าวการติดต่อกับวอร์ช […]
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 10 ส.ค. 2569 ปิดตลาดที่ 1,624.36 เพิ่มขึ้น 12.36 จุด (+0.77%)
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 10 ส.ค. 2569 ปิดตลาดที่ 1,624.36 เพิ่มขึ้น 12.36 จุด (+0.77%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,621.18 จุด และสูงสุดที่ 1,630.73 จุด มูลค่าการซื้อขาย 61,741.00 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ DELTA ปิดที่ 279.00 บาท เพิ่มขึ้น +17.00 จุด (+6.49%) มูลค่าการซื้อขาย 8,405.64 ล้านบาท PTT ปิดที่ 38.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 5,600.87 ล้านบาท BBL ปิดที่ 191.00 บาท ลดลง -3.50% (-1.80%) มูลค่าการซื้อขาย 2,646.21 ล้านบาท […]
จีนสกัดแรงเหวี่ยงหุ้น AI พบกองทุนพยุงหุ้นขยับ หลังตลาดผันผวนแรง
ความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับตลาดทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นจีนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญสำหรับรัฐบาลจีนในการรักษาแนวโน้มขาขึ้นของตลาดให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง กลไกหลักที่หน่วยงานกำกับดูแลใช้รับมือความผันผวนคือ กองทุน National team ซึ่งเป็นกองทุนที่รัฐบาลจีนตั้งขึ้นเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาด ประกอบด้วยบริษัทลงทุนของรัฐที่เข้ามาแทรกแซงตลาดโดยตรง ผ่านการเข้าซื้อและขายหุ้น รวมถึงกองทุน ETF โดยกองทุน National team กำลังเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง หลังการเก็งกำไรในหุ้น AI ทำให้ตลาดผันผวนอย่างรุนแรง ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำหลายแห่งกำลังเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น อาร์เธอร์ บูดักห์ยาน หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดเกิดใหม่ของ BCA Research ให้ความเห็นว่า “นักลงทุนอาจตื่นเต้น จากแนวโน้มที่หุ้นอาจพุ่งขึ้นอีกในช่วง 6 เดือน ก่อนจะร่วงหนักในอีก 6 เดือนถัดมา สิ่งนี้จะทำให้ตลาดหุ้นจีนเข้าสู่วัฏจักรขึ้น-ลงอย่างรุนแรง และจะทำให้รัฐบาลบริหารจัดการตลาดได้ยากขึ้น” พบกองทุน National Team ยื่นมือ ก่อน CXMT เข้าตลาด กองทุนพยุงหุ้นจีนเริ่มเข้ามาเคลื่อนไหวตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. ประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อน CXMT ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ […]
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 7 ส.ค. 2569 ปิดตลาดที่ 1,612.00 ลดลง 2.64 จุด (-0.16%)
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 7 ส.ค. 2569 ปิดตลาดที่ 1,612.00 ลดลง 2.64 จุด (-0.16%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,607.45 จุด และสูงสุดที่ 1,617.77 จุด มูลค่าการซื้อขาย 63,391.38 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ PTT ปิดที่ 38.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 5,046.79 ล้านบาท ADVANC ปิดที่ 374.00 บาท ลดลง -1.00% (-0.27%) มูลค่าการซื้อขาย 3,768.36 ล้านบาท KTB ปิดที่ 45.00 บาท ลดลง -0.50% (-1.10%) มูลค่าการซื้อขาย 3,522,.66 ล้านบาท DELTA […]
Apple เร่งย้ายฐานผลิต iPhone สู่อินเดีย ลดพึ่งพาจีน
Apple เร่งย้ายฐานผลิต iPhone สู่อินเดีย ลดความเสี่ยงจีน หนุนห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์โลก Apple กำลังเร่งกระจายฐานการผลิต iPhone ออกจากจีนไปสู่อินเดียมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยอินเดียกลายเป็นฐานผลิตสำคัญของบริษัท และในช่วง 12 เดือนสิ้นสุดเดือนมีนาคม อินเดียผลิต iPhone ได้ราว 55 ล้านเครื่อง ขณะเดียวกัน iPhone 17 ทั้ง 4 รุ่นก็ถูกผลิตในอินเดียตั้งแต่ช่วงเปิดตัวต้น ๆ เป็นครั้งแรก สะท้อนว่าการย้ายฐานผลิตไม่ได้เป็นเพียงแผนระยะยาว แต่เริ่มขยับสู่การผลิตเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบแล้ว การเปลี่ยนทิศทางดังกล่าวยังสะท้อนผ่านฝั่งรายได้ โดย Apple มีรายได้จากอินเดียทะลุ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2026 เพิ่มขึ้น 25% จาก 2 ปีก่อนหน้า แรงขยายตัวของตลาดและฐานการผลิตทำให้อินเดียมีบทบาทมากขึ้นทั้งในมิติของยอดขายและการลงทุน ซึ่งอาจส่งผลต่อโครงสร้างต้นทุน การจัดสรรกำลังผลิต และทิศทางของห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกในระยะถัดไป ลดความเสี่ยงจากสงครามการค้าและภาษีสหรัฐฯ-จีน หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ผลักดันให้ Apple เร่งย้ายฐานผลิต […]
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 6 ส.ค. 2569 ปิดตลาดที่ 1,614.64 เพิ่มขึ้น 4.86 จุด (+0.30%)
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 6 ส.ค. 2569 ปิดตลาดที่ 1,614.64 เพิ่มขึ้น 4.86 จุด (+0.30%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,616.56 จุด และสูงสุดที่ 1,631.58 จุด มูลค่าการซื้อขาย 84,135.44 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ PTT ปิดที่ 38.75 บาท เพิ่มขึ้น +0.50% (+1.31%) มูลค่าการซื้อขาย 6,222.28 ล้านบาท GULF ปิดที่ 67.50 บาท เพิ่มขึ้น +1.00% (+1.50%) มูลค่าการซื้อขาย 5,745.24 ล้านบาท ADVANC ปิดที่ 375.00 บาท เพิ่มขึ้น +6.00% (+1.63%) มูลค่าการซื้อขาย […]
แบงก์ชาติอินเดียคงดอกเบี้ย 5.25% มุ่งประคองเศรษฐกิจ
RBI คงดอกเบี้ยนโยบาย 5.25% หนุนมุมมองเติบโตเศรษฐกิจ ท่ามกลางความเสี่ยงน้ำมันและเงินเฟ้อ ธนาคารกลางอินเดีย หรือ Reserve Bank of India (RBI) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 5.25% ในการประชุมวันพุธ สะท้อนท่าทีที่ยังให้น้ำหนักกับการประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่าการเร่งคุมเงินเฟ้อ แม้เผชิญแรงกดดันจากความเสี่ยงภายนอกทั้งราคาน้ำมัน ภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนของสภาพอากาศ การตัดสินใจครั้งนี้ช่วยยืนยันมุมมองของตลาดว่า RBI ยังเลือกใช้นโยบายการเงินในลักษณะผ่อนคลายต่อเนื่อง เพื่อหลีกเลี่ยงการกดดันต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจและผู้บริโภค โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจอินเดียยังต้องรับมือกับปัจจัยเสี่ยงจากมรสุม เอลนีโญ ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และความกังวลด้านอาหาร ผลต่อภาพรวมตลาดและสินทรัพย์การเงิน ในมุมของตลาด การคงดอกเบี้ยครั้งนี้ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในพันธบัตรอินเดียจากการไม่มีเซอร์ไพรส์ด้านการขึ้นดอกเบี้ย ขณะเดียวกัน หุ้นที่อ่อนไหวต่อภาวะการเงินและต้นทุนเงินทุนต่ำอาจได้รับแรงหนุนเชิงจิตวิทยา อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มพลังงานและสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับราคาน้ำมันยังมีแนวโน้มผันผวนตามสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง RBI ยังตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 4 ปี และการตัดสินใจครั้งนี้สอดคล้องกับผลสำรวจของ Reuters ที่ประเมินนักเศรษฐศาสตร์ 72 ราย ซึ่งส่วนใหญ่คาดว่าธนาคารกลางจะรอประเมินสถานการณ์เพิ่มเติมก่อนเปลี่ยนทิศทางนโยบาย เงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบ แต่ความเสี่ยงยังไม่หมดไป แม้เงินเฟ้อเดือนมิถุนายนของอินเดียเพิ่มขึ้น 4.38% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าเป้าหมาย […]
3BBIF เตรียมจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 38 ในอัตรา 0.1400 บาทต่อหน่วย วันที่ 2 ก.ย. นี้
นายพรชลิต พลอยกระจ่าง กรรมการผู้จัดการ Head of Real Estate Infrastructure Investment บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ BBLAM เปิดเผยว่า กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต สามบีบี หรือ 3BBIF เตรียมจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 38 ในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.1400 บาท คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 1,120.0 ล้านบาท โดยจะปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุนในวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เพื่อกำหนดสิทธิในการรับเงินปันผล ซึ่งมีกำหนดจ่ายเงินในวันที่ 2 กันยายน 2569 เมื่อนับรวมตั้งแต่จัดตั้งกองทุน 3BBIF จนถึงการประกาศจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 38 นี้ กองทุนจ่ายเงินปันผลรวมทั้งสิ้น 8.325897 บาทต่อหน่วยลงทุน และประกาศจ่ายเงินลดทุนมาแล้ว 11 ครั้ง รวมเป็นเงิน 1.468400 […]
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 4 ส.ค. 2569 ปิดตลาดที่ 1,617.13 ลดลง 4.77 จุด (-0.29%)
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 4 ส.ค. 2569 ปิดตลาดที่ 1,617.13 ลดลง 4.77 จุด (-0.29%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,616.56 จุด และสูงสุดที่ 1,631.58 จุด มูลค่าการซื้อขาย 77,757.30 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ PTT ปิดที่ 38.00 บาท ลดลง -0.50% (-1.30%) มูลค่าการซื้อขาย 6,072.35 ล้านบาท THAI ปิดที่ 5.45 บาท ลดลง -0.20% (-3.54%) มูลค่าการซื้อขาย 5,555.44 ล้านบาท KTB ปิดที่ 44.25 บาท ลดลง -6.00% (-2.16%) มูลค่าการซื้อขาย […]
ญี่ปุ่นคืบหน้าแผนลดภาษีการบริโภคเหลือ 1% หลังคณะกรรมการพรรครัฐบาลเห็นชอบ
แผนของรัฐบาลญี่ปุ่นในการผลักดันมาตรการลดภาษีการบริโภคสำหรับสินค้าหมวดอาหาร เป็นเวลา 2 ปี ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการหลักของพรรครัฐบาลวานนี้ (3 ส.ค.) ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแหล่งเงินทุนที่จะนำมาชดเชยรายได้ส่วนที่หายไปจากการจัดเก็บภาษี โดยภายใต้แผนดังกล่าวรัฐบาลญี่ปุ่นเสนอให้ลดภาษีจาก 8% เหลือ 1% ในปีหน้า อิตสึโนริ โอโนเดระ ประธานคณะกรรมการนโยบายภาษีของพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) เปิดเผยว่า ร่างข้อเสนอดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการด้านนโยบายภาษีและประกันสังคมของพรรคแล้ว และคาดว่า คณะกรรมการบริหารสูงสุดของพรรคจะพิจารณาร่างดังกล่าวได้เร็วที่สุดในวันพุธนี้ (5 ส.ค.) รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ตั้งเป้าให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติมาตรการดังกล่าวภายในช่วงต้นเดือนนี้ ก่อนเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่การประชุมสมัยวิสามัญของรัฐสภาในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ลดภาษีเหลือ 1% พร้อมแจกเงินสด ข้อเสนอระบุให้ปรับลดภาษีการบริโภคสำหรับสินค้าอาหารจาก 8% เหลือ 1% ในเดือนเม.ย. 2027 โดยจากนั้นในเดือนมิ.ย. จะมีการแจกเงินสดให้ครัวเรือนรายได้ปานกลางและรายได้น้อยเป็นประจำทุกปี รวมมูลค่า 600,000 ล้านเยน (3,820 ล้านดอลลาร์) ซึ่งเทียบเท่ากับรายได้ภาษีที่คาดว่าจะจัดเก็บได้ในอัตรา 1% โดยวงเงินช่วยเหลือจะแตกต่างกันตามระดับรายได้ มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ภาระภาษีที่แท้จริงของประชาชนลดลงจนใกล้เคียงระดับ 0% ตามคำมั่นที่พรรคเสรีประชาธิปไตยเคยให้ไว้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งเมื่อเดือนก.พ. ยังไร้คำตอบแหล่งเงินชดเชย […]










