ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 25 มิ.ย. 2569 ปิดตลาดที่ 1,558.55 เพิ่มขึ้น 10.33 จุด (+0.67%)
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 25 มิ.ย. 2569 ปิดตลาดที่ 1,558.55 เพิ่มขึ้น 10.33 จุด (+0.67%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,554.51 จุด และสูงสุดที่ 1,567.47 จุด มูลค่าการซื้อขาย 85,992.76 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ TRUE ปิดที่ 12.50 บาท ลดลง 0.90% (-6.72%) มูลค่าการซื้อขาย 9,248.25 ล้านบาท DELTA ปิดที่ 326.00 บาท เพิ่มขึ้น 12.00% (+3.82%) มูลค่าการซื้อขาย 7,541.44 ล้านบาท GULF ปิดที่ 60.50 บาท ลดลง 1.00% (-1.63%) มูลค่าการซื้อขาย […]
อิหร่านฮึ่ม! เตือนเดินเรือเลี่ยงใช้เส้นทางใหม่ในฮอร์มุซ-ย้ำต้องขออนุญาตก่อนผ่านทาง
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) เตือนบรรดาเจ้าของเรือว่า การกำหนดเส้นทางเดินเรือใหม่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยไม่ประสานงานกับรัฐบาลอิหร่าน ถือเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้และเป็นอันตราย พร้อมขู่ว่าจะจัดการกับเรือที่เพิกเฉยต่อคำสั่ง คำเตือนรอบล่าสุดสะท้อนว่า อิหร่านยังคงต้องการรักษาอำนาจในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ และคัดค้านการเดินเรือโดยไม่ผ่านการขออนุญาตจากอิหร่าน และยังตอกย้ำถึงความไม่แน่นอนที่ผู้ประกอบการเดินเรือต้องเผชิญจากการสัญจรผ่านเส้นทางนี้ แม้จะมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพเรือของ IRGC ระบุว่า อนุญาตให้ใช้เฉพาะเส้นทางเดินเรือที่อิหร่านกำหนดไว้เท่านั้น และเรือทุกลำต้องประสานงานกับกองกำลังอิหร่านผ่านช่องทางสื่อสารที่กำหนด ตามรายงานของสื่อท้องถิ่นอิหร่าน “การเดินเรือนอกเส้นทางที่กำหนดมีความเสี่ยงสูงและเป็นการฝ่าฝืนข้อห้าม เราขอเตือนเรือทุกลำให้หลีกเลี่ยงการออกนอกช่องทางที่กำหนด” กองทัพเรือ IRGC ระบุ ตามรายงานดังกล่าว ความเคลื่อนไหวของอิหร่านเกิดขึ้นหลังเผยแพร่ข้อมูลจากประกาศกลุ่มการเดินเรือรายสำคัญ ซึ่งเสนอให้ใช้เส้นทางเดินเรือทางอื่นเมื่อวันเสาร์ และแนะนำให้พิจารณาใช้เส้นทางฝั่งทิศทางใต้ของช่องแคบ พร้อมเปิดสัญญาณทรานสปอนเดอร์ระหว่างการเดินทาง โดยประกาศดังกล่าว ระบุว่า “เส้นทางเดินเรือด้านใต้ตามน่านน้ำของโอมาน ได้รับการยืนยันแล้วว่า ปลอดจากทุ่นระเบิด และเป็นเส้นทางที่แนะนำให้ใช้” ข้อมูลจาก MarineTraffic ผู้ให้บริการติดตามการเดินเรือ ระบุว่า ข้อมูลการเดินเรือชี้ให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยจำนวนเรือที่ผ่านช่องแคบเพิ่มขึ้นเป็น 93 ลำในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มากกว่าช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านั้นถึง 3 เท่า ตาม อย่างไรก็ตาม ระดับดังกล่าวยังต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดสงคราม ซึ่งมีเรือมากกว่า […]
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 22 มิ.ย. 2569 ปิดตลาดที่ 1,574.13 เพิ่มขึ้น 1.63 จุด (-0.79%)
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 22 มิ.ย. 2569 ปิดตลาดที่ 1,574.13 เพิ่มขึ้น 1.63 จุด (-0.79%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,570.10 จุด และสูงสุดที่ 1,592.34 จุด มูลค่าการซื้อขาย 66,899.24 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ GULF ปิดที่ 61.25 บาท ลดลง 2.75% (-4.30%) มูลค่าการซื้อขาย 7,486.82 ล้านบาท BBL ปิดที่ 180.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00% (+2.86%) มูลค่าการซื้อขาย 5,890.44 ล้านบาท SCB ปิดที่ 143.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50% (+1.77%) มูลค่าการซื้อขาย […]
กำไรบริษัทตลาดเกิดใหม่สูงกว่าคาดในรอบ 4 ปี หนุนหุ้นพุ่งเกือบ 30% YTD, รับแรงบวกกลุ่มเทคฯ เอเชีย
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า บริษัทในดัชนี MSCI Emerging Markets รายงานกำไรเฉลี่ยต่อปีสูงกว่าที่นักวิเคราะห์เคยคาดการณ์ไว้เมื่อหนึ่งปีก่อน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2022 โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเอเชียและการฟื้นตัวของผลกำไรในหลายอุตสาหกรรม ขณะที่หุ้นของตลาดเกิดใหม่พุ่งเกือบ 30% ในปีนี้ สะท้อนการเติบโตที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ และอาจดึงดูดให้นักลงทุนสถาบันเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตลาดเกิดใหม่มากขึ้นในอนาคต ข้อมูลจากดัชนี MSCI EM Index ระบุว่า บริษัทจดทะเบียนมีผลประกอบการเฉลี่ยสูงกว่าประมาณการที่เคยตั้งไว้เมื่อหนึ่งปีก่อน โดยมีแรงขับสำคัญมาจากกลุ่มเทคโนโลยีในเอเชีย ขณะที่ ภาคส่วนอื่น เช่น โรงกลั่นน้ำมันในอินเดีย และบริษัทพลังงานไฟฟ้าในบราซิล ก็เริ่มเห็นการเติบโตของกำไรเช่นกัน กำไรต่อหุ้นเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักที่รายงานโดยบริษัทใน MSCI ในช่วง 12 เดือนนับจนถึงเดือนพ.ค. อยู่ที่ 95.1 จุดดัชนี สูงกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ ซึ่งจัดทำเมื่อหนึ่งปีก่อน ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 94.6 จุดดัชนี การฟื้นตัวของผลกำไรรอบนี้ สะท้อนว่า การปรับขึ้นของหุ้นตลาดเกิดใหม่ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง มากกว่าการเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว โดยสถาบันการเงินรายใหญ่ รวมถึง Morgan Stanley และ […]
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 19 มิ.ย. 2569 ปิดตลาดที่ 1,572.50 ลดลง 12.56 จุด (-0.79%)
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 19 มิ.ย. 2569 ปิดตลาดที่ 1,572.50 ลดลง 12.56 จุด (-0.79%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,570.10 จุด และสูงสุดที่ 1,592.34 จุด มูลค่าการซื้อขาย 68,931.29 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ DELTA ปิดที่ 334.00 บาท ลดลง 12.00% (-3.47%) มูลค่าการซื้อขาย 7,486.82 ล้านบาท ADVANC ปิดที่ 357.00 บาท ลดลง 1.00% (-0.28%) มูลค่าการซื้อขาย 4,206.60 ล้านบาท GULF ปิดที่ 64.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50% (+0.79%) มูลค่าการซื้อขาย […]
BOE คงดอกเบี้ย 3.75% ส่งสัญญาณระมัดระวังสถานการณ์ตะวันออกกลาง
ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England: BOE) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75% ในการประชุมวันพฤหัสบดี โดยยังคงทรงตัวมาตั้งแต่เดือนธันวาคม ขณะเดียวกัน BOE ยังส่งสัญญาณระมัดระวังต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังมีความคาดหวังว่าอาจมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งอาจช่วยคลายแรงกดดันด้านราคาพลังงานได้บางส่วน แต่ยังไม่เพียงพอให้ธนาคารกลางเปลี่ยนทิศทางนโยบายอย่างรวดเร็ว ท่าที BOE: รอดูข้อมูลมากกว่าปรับนโยบาย การตัดสินใจคงดอกเบี้ยครั้งนี้สะท้อนว่าเศรษฐกิจอังกฤษยังอยู่ในภาวะที่ BOE ต้องประเมินข้อมูลอย่างใกล้ชิดมากกว่าการเร่งผ่อนคลายนโยบายการเงิน แม้แนวโน้มการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก อาจช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงาน แต่ธนาคารกลางยังไม่มั่นใจว่าภาพเงินเฟ้อจะชะลอลงอย่างยั่งยืน BOE ระบุในเชิงส่งสัญญาณว่า หากเงินเฟ้อจากฝั่งพลังงานกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ก็ยังมีโอกาสที่จะต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในอนาคต นั่นทำให้ตลาดยังไม่สามารถคาดหวังการลดดอกเบี้ยได้อย่างชัดเจนในระยะสั้น ผลต่อพันธบัตรอังกฤษและสินทรัพย์ปลอดภัย ในมุมของตลาดการเงิน การคงดอกเบี้ยที่ 3.75% ช่วยพยุงมุมมองต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรอังกฤษไม่ให้ถูกกดลงแรงจากความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยเร็วเกินไป นักลงทุนจึงยังต้องติดตามทั้งแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางพลังงานโลกควบคู่กัน ขณะเดียวกัน ทองคำ ยังคงทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์หลบภัยได้ต่อเนื่อง แม้แรงหนุนจากภาวะ risk-off อาจลดลงหากความตึงเครียดในตะวันออกกลางคลี่คลายบางส่วน แต่ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และพลังงานยังเป็นปัจจัยที่ทำให้ทองคำมีบทบาทในพอร์ตลงทุนของนักลงทุนสถาบันและรายย่อย ประเด็นที่นักลงทุนควรจับตา ทิศทางเงินเฟ้ออังกฤษ หลังต้นทุนพลังงานมีโอกาสผันผวน การเคลื่อนไหวของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งกระทบเสถียรภาพการขนส่งน้ำมันโลก […]
เฟดคงดอกเบี้ยตามคาด รับปธ.คนใหม่-ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งปีนี้ ‘วอร์ช’ ยันไม่ส่ง Dot Plot จริง
ที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติคงดอกเบี้ยตามคาดที่ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อวันพุธตามเวลาสหรัฐฯ โดยเควิน วอร์ช ประธานเฟด เป็นประธานการประชุมนโยบายการเงินเป็นครั้งแรกหลังรับตำแหน่ง โดยสำนักข่าว CNBC สรุปสาระ 5 ประเด็นสำคัญของการประชุมไว้ดังนี้ 1. คงดอกเบี้ยตามเดิม แต่สัญญาณ Hawkish ชัด คณะกรรมการเฟดมีมติเป็นเอกฉันท์ 12-0 คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50%-3.75% อย่างไรก็ตาม Dot Plot หรือประมาณการแนวโน้มดอกเบี้ยของกรรมการเฟดส่งสัญญาณโน้มเอียงไปทางการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ โดยคณะกรรมการ FOMC มีความเห็นแบ่งออกเป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน โดย 9 รายคาดว่า ดอกเบี้ยจะทรงตัว หรือปรับลดลง 1 ครั้ง ขณะที่อีก 9 ราย มองว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้ง โดยค่ากลางของ Dot Plot บ่งชี้ว่า อาจจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% […]
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 18 มิ.ย. 2569 ปิดตลาดที่ 1,585.06 ลดลง 2.01 จุด (-0.13%)
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 18 มิ.ย. 2569 ปิดตลาดที่ 1,585.06 ลดลง 2.01 จุด (-0.13%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,583.24 จุด และสูงสุดที่ 1,596.44 จุด มูลค่าการซื้อขาย 68,106.91 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ DELTA ปิดที่ 346.00 บาท ลดลง 1.00% (-0.29%) มูลค่าการซื้อขาย 4,078.03 ล้านบาท SCB ปิดที่ 142.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 4,035.16 ล้านบาท KTB ปิดที่ 36.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75% (-2.10%) มูลค่าการซื้อขาย 3,431.04 ล้านบาท GULF […]
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 17 มิ.ย. 2569 ปิดตลาดที่ 1,587.07 ลดลง 0.98 จุด (-0.06%)
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 17 มิ.ย. 2569 ปิดตลาดที่ 1,587.07 ลดลง 0.98 จุด (-0.06%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,574.14 จุด และสูงสุดที่ 1,590.04 จุด มูลค่าการซื้อขาย 63,789.15ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ DELTA ปิดที่ 347.00 บาท ลดลง 5.00% (-1.42%) มูลค่าการซื้อขาย 5,981.73 ล้านบาท KBANK ปิดที่ 205.00 บาท ลดลง 1.00% (-0.49%) มูลค่าการซื้อขาย 2,368.37 ล้านบาท PTTEP ปิดที่ 134.00 บาท ลดลง 1.50% (-1.11%) มูลค่าการซื้อขาย 2,226.56 […]
ผลสำรวจ WGC ชี้ 45% ของธนาคารกลางทั่วโลกมีแผนซื้อทองคำเพิ่มในช่วง 1 ปีข้างหน้า
ผลสำรวจล่าสุดโดยสภาทองคำโลก (WGC) และ YouGov ระบุว่า 45% ของธนาคารกลางที่เข้าร่วมการสำรวจระบุว่า มีแผนเข้าซื้อทองคำเพิ่มเติมในช่วง 1 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในปี 2018 โดยมีธนาคารกลางเพียง 1 แห่งเท่านั้นที่ระบุว่า มีแผนลดการถือครองทองคำ ผลสำรวจซึ่งครอบคลุมธนาคารกลาง 74 แห่ง บ่งชี้ว่า แรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลกยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งสะท้อนว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดของราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมา ยังคงมีอยู่ แม้ราคาทองคำจะปรับตัวลดลงในปีนี้ก็ตาม ราคาทองคำเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก แต่กำไรส่วนหนึ่งได้หายไปในปีนี้ หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ต้นทุนราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น นำไปสู่คาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น ส่งผลให้ความน่าดึงดูดของทองคำลดลงเนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปอัตราดอกเบี้ย ขณะเดียวกัน นักเก็งกำไรยังลดสัดส่วนการถือครองทองคำลง โดยราคาทองคำย่อตัวลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2025 เชาไค ฟาน หัวหน้าฝ่ายธนาคารกลางระดับโลก ประจำ WGC กล่าวว่า “การปรับตัวลงของราคาทองคำอาจเป็นโอกาสให้ธนาคารกลางบางแห่งเริ่มเข้าซื้อทองคำเพิ่ม ในปี 2025 ที่ผ่านมา เราพบว่า ธนาคารกลางหลายแห่งมองว่า ราคาทองคำยังค่อนข้างสูงในตอนนั้น […]










