ญี่ปุ่น–เกาหลีใต้ตกที่นั่งลำบาก หลังสหรัฐฯ กดดันส่งเรือรบคุ้มกันฮอร์มุซ

ญี่ปุ่น–เกาหลีใต้ตกที่นั่งลำบาก หลังสหรัฐฯ กดดันส่งเรือรบคุ้มกันฮอร์มุซ

เกาหลีใต้กำลังพิจารณาทางเลือก หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้หลายประเทศเข้าร่วมปฏิบัติการกับสหรัฐฯ เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยยังมีท่าทีระมัดระวังในการเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในสงครามอิหร่าน ด้านรัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น ระบุว่า ยังไม่มีแผนส่งเรือรบไปยังช่องแคบฮอร์มุซ หลังถูกกดดันจากสหรัฐฯ เช่นกัน

กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ ระบุในแถลงการณ์ว่า “เราจะยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐฯ พร้อมทั้งประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ” ซึ่งหมายถึงข้อความที่ทรัมป์โพสต์เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทรัมป์โพสต์เมื่อวันเสาร์ (14 มี.ค.) เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ รวมถึงจีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร ส่งเรือเข้าร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อคุ้มกันการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมทั้งให้สัมภาษณ์กับไฟแนนเชียลไทมส์ว่า อาจเลื่อนการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีนในช่วงปลายเดือนนี้ และเตือนพันธมิตรในยุโรปว่า จะเผชิญอนาคตที่เลวร้ายอย่างยิ่ง หากไม่ให้ความช่วยเหลือในช่องแคบฮอร์มุซ

ข้อเรียกร้องดังกล่าวทำให้เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ และมีทหารอเมริกันประจำการอยู่ประมาณ 28,500 นาย ตกที่นั่งลำบาก เนื่องจากรัฐบาลเกาหลีใต้พยายามหลีกเลี่ยงการสร้างความไม่พอใจให้กับทรัมป์ ขณะเดียวกันก็ต้องการหลีกเลี่ยงการส่งกองทัพเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ในช่วงที่เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธหลายครั้ง ซึ่งเพิ่มความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี

ขณะเดียวกัน ชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น แถลงต่อรัฐสภาเช้านี้ (16 มี.ค.) ว่า “สิ่งสำคัญที่สุด คือ การใช้ความพยายามทุกด้าน รวมถึงความพยายามทางการทูต เพื่อคลี่คลายสถานการณ์” ขณะที่ นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีย้ำในทิศทางเดียวกัน และระบุว่า ตนเองตั้งใจจะหารือประเด็นนี้กับทรัมป์ ในการประชุมสุดยอดระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นที่กรุงวอชิงตันในสัปดาห์นี้

ทาคาอิจิ กล่าวว่า “ขณะนี้ เรากำลังพิจารณาว่า จะสามารถดำเนินการอะไรได้บ้าง เพื่อปกป้องเรือของญี่ปุ่นและชีวิตของลูกเรือ แต่แน่นอนว่า จะต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมายญี่ปุ่น”

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นอาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากผู้นำสหรัฐฯ โดยทั้งสองมีกำหนดพบกันที่ทำเนียบขาวในวันพฤหัสบดีนี้ (19 มี.ค.) ซึ่งข้อเรียกร้องดังกล่าวทำให้ทาคาอิจิอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก เนื่องจากต้องพิจารณาทั้งข้อจำกัดทางกฎหมายและผลกระทบทางการเมืองจากการส่งเรือรบเข้าร่วม ขณะเดียวกันก็พยายามไม่ให้ข้อเรียกร้องของทรัมป์บดบังการประชุมสุดยอดครั้งแรกของเธอกับผู้นำสหรัฐฯ

ทาคาอิจิ เลี่ยงที่จะตอบคำถาม เมื่อถูกถามว่า จะตอบสนองอย่างไร หากทรัมป์ขอให้ช่วยเหลือระหว่างการเยือนกรุงวอชิงตัน โดยระบุว่า “คำร้องขอดังกล่าวยังไม่ได้มีขึ้นอย่างเป็นทางการ จึงยากที่จะตอบคำถามนี้ จากสถานการณ์สมมติ รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาแนวทางรับมือกับสถานการณ์อยู่ในขณะนี้”

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางราว 90% ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นยังมีกฎหมายที่เข้มงวดซึ่งห้ามไม่ให้ประเทศเข้าไปมีส่วนร่วมในความขัดแย้งทางทหาร เว้นแต่กรณีที่คุกคามการดำรงอยู่ของประเทศ

ที่มา: Bloomberg (1) และ (2) , สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย