ผู้บริหารและรัฐมนตรีพลังงานจากประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมงาน CERAWeek ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส เตือนว่า วิกฤตการณ์พลังงานโลกกำลังทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่ มาตรการรับมือฉุกเฉินของรัฐบาลทั่วโลกไม่สามารถชดเชยการขาดแคลนน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปริมาณมหาศาลที่เกิดจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านได้

ต้นทุนด้านพลังงาน ปุ๋ย และปิโตรเคมีกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่โลกต้องสูญเสียปริมาณน้ำมันดิบจากกลุ่มผู้ผลิตในตะวันออกกลาง สูงถึง 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากการที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งผลกระทบดังกล่าวได้ลามเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานอย่างรวดเร็ว
United Airlines ระบุว่า อาจต้องปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสารสูงถึง 20% ขณะที่ ฟิลิปปินส์ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน ด้านผู้บริหารน้ำมันและรัฐมนตรีพลังงาน กล่าวในการประชุมว่า แรงกระแทกด้านอุปทานพลังงานที่กำลังเกิดขึ้นในเอเชีย ซึ่งพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางในสัดส่วนที่สูง จะลุกลามไปยังยุโรปในเดือนเม.ย.
หลายประเทศในเอเชียเริ่มออกมาตรการลดการใช้พลังงาน เช่น การลดเวลาทำงานเหลือ 4 วันต่อสัปดาห์ ขอความร่วมมือประชาชนจำกัดการเดินทาง และใช้บันไดแทนลิฟต์
ขณะเดียวกัน รัฐบาลทั่วโลกได้ระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์รวมกันเป็นประวัติการณ์ถึง 400 ล้านบาร์เรลสู่ตลาด ขณะที่ สหรัฐฯ ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันบางส่วนของอิหร่านและรัสเซีย เพื่อให้โรงกลั่นที่ขาดแคลนอุปทานสามารถจัดหาน้ำมันได้
– ชีค นาวาฟ อัล-ซาบาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Kuwait Petroleum Corp (KPC) กล่าวว่า แม้จะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่มาตรการเหล่านี้ก็ยังไม่เพียงพอ แม้ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยังคงส่งออกน้ำมันบางส่วนผ่านท่อส่งที่ไม่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่การส่งออกดังกล่าว รวมถึงมาตรการฉุกเฉินอื่นๆ ยังไม่สามารถชดเชยการขาดแคลนอุปทานน้ำมันได้ โดยรวมแล้ว มาตรการฉุกเฉินเหล่านี้แทบไม่ช่วยบรรเทาสถานการณ์ได้เลย
ก่อนเกิดสงคราม คูเวตผลิตน้ำมันเฉลี่ยวันละ 2.6 ล้านบาร์เรล แต่ขณะนี้ ต้องลดกำลังการผลิตและระงับการส่งมอบให้กับโรงกลั่นบางส่วน
– ทาเคฮิโกะ มัตสึโอะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ระบุว่า การระบายน้ำมันสำรองร่วมกันยังไม่เพียงพอในการแก้ปัญหาการขาดแคลนอุปทาน โดยญี่ปุ่นได้ร่วมปล่อยน้ำมันราว 80 ล้านบาร์เรลตามแผนขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) และยังมีปริมาณก๊าซสำรองเพียงพอสำหรับสามสัปดาห์
– แคทรีนา ไรเคอ รัฐมนตรีเศรษฐกิจของเยอรมนี เตือนว่า ยุโรปอาจเผชิญภาวะขาดแคลนอุปทานน้ำมันในเดือนเม.ย. หากสงครามยังยืดเยื้อ
– วาเอล ซาวาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Shell กล่าวว่า บริษัทกำลังทำงานร่วมกับรัฐบาลต่าง ๆ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงมาตรการที่จำเป็น ทั้งด้านการควบคุมอุปสงค์ การจัดเก็บ และการจัดหาพลังงาน การขาดการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าทำให้สถานการณ์ในยุโรปและภูมิภาคอื่นๆ ยิ่งเลวร้ายลง “ปัญหา คือ เรากำลังอยู่ในโหมดตั้งรับ กลยุทธ์ด้านพลังงานที่ดีที่สุด คือ การมองไปอีก 5-10 ปีข้างหน้า และสร้างความยืดหยุ่นตั้งแต่ตอนนี้”
-ไรอัน แลนซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ConocoPhillips กล่าวว่า ผู้ผลิตในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก จะไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญก่อนปี 2027 ไม่ว่าราคาจะเพิ่มขึ้นเท่าใดก็ตาม ผู้ผลิตในสหรัฐฯ ยังคงดำเนินตามแผนลงทุนที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปี และไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้โดยง่าย
– แมตต์ แชตซ์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NextDecade ผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ระบุว่า สหรัฐฯ ยังเป็นผู้ผลิตก๊าซ LNG ที่ใหญ่ที่สุดของโลก แต่ผู้ผลิตในประเทศไม่สามารถเร่งผลิตเพื่อชดเชยการขาดแคลนอุปทานจากตะวันออกกลางได้ เนื่องจากกำลังการผลิตในปัจจุบันอยู่ในระดับสูงสุดแล้ว ซึ่งปัญหานี้ไม่สามารถแก้ไขได้ในชั่วข้ามคืน และยอมรับว่าเป็นสถานการณ์ที่เลวร้าย หากสามารถเร่งการผลิตได้มากกว่านี้ ก็คงทำไปแล้ว
ที่มา: Reuters,

