ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เตือนว่าตลาดการเงินอาจประเมินความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการคลังต่ำเกินไป โดยเฉพาะผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น และแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่อาจบั่นทอนเสถียรภาพการเงินในภาพรวม ขณะเดียวกัน ECB ยังจับตาแนวโน้มอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยุโรปที่สูงขึ้น รวมถึงความเป็นไปได้ที่เงินลงทุนบางส่วนจะไหลกลับไปยังญี่ปุ่น หลังดอกเบี้ยระยะยาวในประเทศนั้นปรับขึ้นตามท่าทีของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ)
รายงานเสถียรภาพการเงินล่าสุดของ ECB ระบุว่า ความเสี่ยงเชิงลบจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการคลัง และสภาพแวดล้อมมหภาคการเงิน ถูกประเมินต่ำกว่าความเป็นจริงในตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลยุโรปหลายประเทศต้องเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม และออกมาตรการช่วยบรรเทาค่าครองชีพจากราคาพลังงาน เช่น การลดภาษีน้ำมันในเยอรมนีและอิตาลี การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันด้านนโยบายสาธารณะที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและต้นทุนการกู้ยืมในตลาดพันธบัตร
แรงกดดันจากตะวันออกกลางและราคาพลังงาน
ECB ชี้ว่าเหตุการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมถึงการโจมตีอิหร่านร่วมกันของสหรัฐและอิสราเอล มีส่วนทำให้ตลาดจับตาความเสี่ยงด้านพลังงานมากขึ้น เพราะราคาน้ำมันและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นสามารถส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อได้อย่างรวดเร็ว หากราคาพลังงานทรงตัวในระดับสูงเป็นเวลานาน อาจกระตุ้นให้ธนาคารกลางต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป ซึ่งจะเพิ่มภาระต่อเศรษฐกิจและภาคการเงิน
พันธบัตรยุโรปอาจเผชิญแรงขายต่อเนื่อง
การที่รัฐบาลยุโรปต้องใช้งบประมาณมากขึ้นเพื่อรับมือทั้งความมั่นคงและค่าพลังงาน ทำให้นักลงทุนเริ่มกังวลต่อภาระหนี้สาธารณะในระยะกลาง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรยุโรปปรับสูงขึ้นในหลายช่วงเวลา ECB เตือนว่าหากตลาดมองข้ามความเสี่ยงเหล่านี้ อาจนำไปสู่การปรับฐานรุนแรงเมื่อความคาดหวังด้านนโยบายหรือเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
เงินทุนอาจไหลกลับญี่ปุ่นมากขึ้น
อีกประเด็นสำคัญคือการปรับขึ้นดอกเบี้ยระยะยาวในญี่ปุ่นจากนโยบายของ BoJ ซึ่งอาจดึงดูดให้นักลงทุนบางส่วนย้ายเงินกลับเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นมากขึ้น เนื่องจากนักลงทุนญี่ปุ่นถือเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดบอนด์ยุโรป หากผลตอบแทนในญี่ปุ่นน่าสนใจขึ้นเมื่อเทียบกับยุโรป แรงซื้อพันธบัตรยุโรปจากญี่ปุ่นอาจชะลอตัว และอาจส่งผลต่อสภาพคล่องในตลาดการเงินของยุโรป
ECB แนะมาตรการรับมือควรเฉพาะเจาะจงและชั่วคราว
ECB ระบุว่ามาตรการช่วยเหลือด้านพลังงานควรมีลักษณะชั่วคราวและมุ่งเป้าเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจริง เพื่อลดความเสี่ยงที่จะกระตุ้นแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรและเสถียรภาพการเงินในระยะกลาง หากมาตรการเหล่านี้ยืดเยื้อหรือกว้างเกินไป อาจทำให้ภาระทางการคลังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และกลายเป็นปัจจัยกดดันตลาดตราสารหนี้ยุโรปในระยะถัดไป
โดยภาพรวม ECB ต้องการส่งสัญญาณให้นักลงทุนประเมินความเสี่ยงรอบด้านมากขึ้น ทั้งจากภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการคลัง และทิศทางดอกเบี้ยโลก เพราะความผันผวนของตลาดในช่วงนี้ไม่ได้มาจากปัจจัยเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมโยงกับความไม่แน่นอนทางการเมืองและพลังงานที่ยังคงมีอยู่สูง
ที่มา: สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

