มาเลเซียครองแชมป์ IPO อาเซียนครึ่งปีแรก ตามด้วยสิงคโปร์ – ระดมทุนรวมทั้งภูมิภาคทะลุ 3 พันล้านดอลล์

มาเลเซียครองแชมป์ IPO อาเซียนครึ่งปีแรก ตามด้วยสิงคโปร์ – ระดมทุนรวมทั้งภูมิภาคทะลุ 3 พันล้านดอลล์

Deloitte เผยว่า มาเลเซียก้าวขึ้นเป็นตลาด IPO ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 โดยมีบริษัทที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 36 บริษัท ตามด้วยสิงคโปร์ จำนวน 5 บริษัท ตามรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 ก.ค.

การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของมาเลเซียระดมทุนได้รวม 1,300 ล้านดอลลาร์ ส่วนสิงคโปร์ระดมทุนได้ 868 ล้านดอลลาร์ โดยจำนวนหุ้น IPO ของสิงคโปร์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากที่มี IPO เพียง 1 บริษัทในช่วงครึ่งแรกของปี 2025

มาตรการกระตุ้นตลาดทุนช่วยหนุนความเชื่อมั่น

ตลาดทุนสิงคโปร์เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว หลังธนาคารกลางสิงคโปร์และตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์เดินหน้ามาตรการเพิ่มสภาพคล่องและกระตุ้นความสนใจของนักลงทุนตลอดปี 2025

ย้อนไปในเดือนก.พ. 2025 ธนาคารกลางสิงคโปร์เปิดตัวโครงการ Equity Market Development Programme วงเงิน 6,500 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อกระจายการลงทุนในหุ้น นอกเหนือจากหุ้นขนาดใหญ่

รายงานของ Deloitte ระบุว่า ผลการดำเนินงานของสิงคโปร์สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น และแรงสนับสนุนจากการปฏิรูปตลาดทุนในช่วงที่ผ่านมา

มูลค่า IPO พุ่งกว่าเท่าตัว แม้จำนวนดีลลดลง

ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มี IPO รวม 47 บริษัท ระดมทุนได้มากกว่า 3,070 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แม้จำนวน IPO จะลดลงจาก 53 บริษัทในช่วงเดียวกันของปี 2025 แต่มูลค่าระดมทุนในปีนั้นอยู่ที่เพียง 1,410 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Deloitte ระบุว่า ตลาด IPO ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงมีความแข็งแกร่ง และสามารถดึงดูดบริษัทคุณภาพสูงและขนาดใหญ่ให้เข้าจดทะเบียนได้ แม้ว่าจำนวน IPO โดยรวมจะชะลอตัวลง

รายงานยังชี้ว่า ตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การทำธุรกรรมขนาดใหญ่ โดยเมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปี 2025 มูลค่าระดมทุนจาก IPO ในปี 2026 เพิ่มขึ้น 117% ขณะที่ มูลค่าเฉลี่ยต่อดีลเพิ่มจาก 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นราว 2.5 เท่า

Deloitte ระบุว่า “แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่าคุณภาพของดีลยังคงมีความสำคัญมากกว่าปริมาณ โดยนักลงทุนให้ความสนใจกับบริษัทผู้ออกหุ้นที่มีขนาดใหญ่ แข็งแกร่ง และมีความพร้อมมากกว่า”

3 IPO ยักษ์ใหญ่หนุนตลาด

ตลาด IPO ของภูมิภาคได้รับแรงหนุนจากดีลเข้าระดมทุนขนาดใหญ่ 3 ดีล ซึ่งแต่ละรายการสามารถระดมทุนได้มากกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้แก่ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ UI Boustead ของสิงคโปร์, Sunway Healthcare Holdings ของมาเลเซีย และ Dien May Xanh Investment ของเวียดนาม

ทั้ง 3 บริษัทมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมกันประมาณ 8,930 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ไม่มี IPO รายใดที่สามารถระดมทุนได้เกิน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แนวโน้มครึ่งปีหลังยังสดใส แต่ยังต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงทั่วโลก

Deloitte คาดว่า ตลาด IPO ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงที่เหลือของปี 2026 จะยังคงแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากบริษัทที่เตรียมเข้าตลาดจำนวนมาก ตลอดจนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ดีขึ้น และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ผ่อนคลายลง

เทย์ ฮุย หลิง หัวหน้าฝ่ายบริการตลาดทุนของ Deloitte ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า แม้จำนวนบริษัทที่เข้าจดทะเบียนอาจยังมีจำกัด แต่ตลาดจะยังให้น้ำหนักกับดีลที่มีขนาดใหญ่และมีคุณภาพมากขึ้น และเพิ่มเติมว่า มาเลเซียมีแนวโน้มรักษาโมเมนตัม IPO ที่แข็งแกร่งไว้ได้ ขณะที่ สิงคโปร์จะยังคงดึงดูดการเข้าจดทะเบียนของนักลงทุนสถาบันในดีลขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม เทย์เตือนว่า ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก รวมถึงการที่นักลงทุนตรวจสอบมูลค่าหุ้นและผลการซื้อขายหลังเข้าตลาดอย่างเข้มงวดมากขึ้น จะยังเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อจังหวะและความสำเร็จของการทำ IPO

สิงคโปร์จับมือแนสแดค เปิดทาง Dual Listing

รายงานยังระบุว่า สิงคโปร์ได้ขยายความร่วมมือครั้งสำคัญกับตลาดหลักทรัพย์แนสแดค เพื่อพัฒนาระบบ Global Listing Board ซึ่งจะเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถเข้าจดทะเบียนควบทั้งในตลาดสิงคโปร์และสหรัฐฯ โดยจะมีการปรับกฎเกณฑ์และกระบวนการเข้าจดทะเบียนให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดเตรียมเอกสารเสนอขายหุ้นของบริษัทให้เหลือเพียงชุดเดียว ก็สามารถเข้าจดทะเบียนพร้อมกันทั้งสองตลาด

บริษัทที่ต้องการเข้าจดทะเบียนใน Global Listing Board จะต้องมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดขั้นต่ำ 2,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ผ่านเกณฑ์ด้านการระดมทุนในสิงคโปร์ และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การจัดสรรหุ้นให้แก่นักลงทุนรายย่อย

มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้บริษัทมีสภาพคล่องเพียงพอสำหรับการซื้อขายในทั้งสองตลาด พร้อมเปิดโอกาสให้นักลงทุนสิงคโปร์สามารถเข้าร่วมลงทุนในการเสนอขายหุ้นได้

บ็อบ แม็กคูอีย์ รองประธานตลาดหลักทรัพย์แนสแดค ระบุว่า การขยายโอกาสในการเข้าจดทะเบียนควบได้รับความสนใจจากบริษัทในภาคส่วนหลักของตลาด ไม่ว่าจะเป็นการเงินและฟินเทค, อุตสาหกรรม, สินค้าอุปโภคบริโภค, เทคโนโลยี และการดูแลสุขภาพ

ที่มา: Business Times, สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย