
กบข.เผย เด็กรุ่นใหม่อายุยืนถึง 100 ปี แนะเคล็ดลับ ออมเร็ว-ออมพอ-เลือกแผนเหมาะสม รองรับค่ารักษาพยาบาลพุ่ง ด้านปัจจุบันสมาชิก 73% ยังมีความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณต่ำกว่าระดับดี แนะเร่งวางแผนออมตั้งแต่วันนี้
นายศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยในการปาฐกถาพิเศษ “ถอดรหัสความมั่งคั่งวัยเกษียณ : สูตรรอดข้าราชการไทยในโลกยุคใหม่” ว่า หนึ่งในความท้าทายสำคัญของการวางแผนเกษียณ คือแนวโน้มคนไทยมีอายุยืนยาวขึ้น ปัจจุบันอายุขัยเฉลี่ยของผู้ชายอยู่ที่ประมาณ 73 ปี ขณะที่ผู้หญิงอยู่ที่ประมาณ 80 ปี และมีการคาดการณ์ว่าคนรุ่นใหม่อาจมีอายุยืนถึง 100 ปี
การมีอายุยืนขึ้นหมายถึงระยะเวลาที่ต้องใช้เงินหลังเกษียณยาวนานขึ้น ขณะเดียวกันยังต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นตามอายุ ทำให้การพึ่งพารายได้จากภาครัฐเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ และสมาชิกจำเป็นต้องสร้างเงินออมของตัวเองเพิ่มเติม
โดยจากข้อมูล พบว่า ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นตามอายุ โดยช่วงอายุ 61-70 ปี ค่าใช้จ่ายในการเข้ารักษาพยาบาลสำหรับเพศชายสูงถึง 16,000 บาทต่อปี ขณะที่ผู้หญิง 15,600 บาทต่อปี ช่วงอายุ 71-80 ปี ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล 22,000 บาทต่อปี และหญิง ค่าใช้จ่าย 18,600 บาทต่อปี และอายุ 80 ปีขึ้นไป เพศชาย 28,500 บาทต่อปี และเพศหญิง ค่าใช้จ่าย 22,000 บาทต่อปี
นอกจากนี้ การลงทุนเพื่อวัยเกษียณยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจ และความผันผวนของตลาดการเงินและการลงทุนทั่วโลก
ดังนั้น กบข.มองว่า การสร้างความมั่นคงหลังเกษียณจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กันทั้ง การออมให้เร็ว การออมให้เพียงพอ การเลือกแผนการลงทุนให้เหมาะสมกับเป้าหมายและความเสี่ยง รวมถึงการบริหารเงินหลังเกษียณ เพื่อให้เงินสามารถรองรับการใช้ชีวิตได้ตลอดช่วงวัยเกษียณที่มีแนวโน้มยาวนานขึ้น
สำหรับสมาชิก กบข. ณ เดือนส.ค. 2569 มีสมาชิกประมาณ 1.29 ล้านคน และมีขนาดกองทุนรวม 1.59 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ โครงสร้างเงินของกองทุนแบ่งเป็นเงินสำรองของกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นเงินที่ภาครัฐจัดสรรไว้เพื่อรองรับการจ่ายบำเหน็จบำนาญข้าราชการในกรณีเกิดวิกฤตประมาณ 9.7 แสนล้านบาท และเงินสะสมของสมาชิก รวมถึงเงินสมทบจากภาครัฐประมาณ 6.2 แสนล้านบาท
ผลตอบแทนปีนี้ 8.08% หุ้นไทยโต 34.69%
สำหรับผลการดำเนินงาน กบข.มีผลตอบแทนเฉลี่ยนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่ 5.74% ต่อปี สำหรับแผนการลงทุนพื้นฐาน ขณะที่ตั้งแต่ต้นปี 2569 จนถึงปัจจุบัน กองทุนมีผลตอบแทนสะสม 8.08% โดยแผนการลงทุนที่มีผลตอบแทนโดดเด่น ได้แก่ แผนหุ้นไทย ซึ่งให้ผลตอบแทน 34.69% และแผนหุ้นต่างประเทศให้ผลตอบแทน 24.19%
แม้ปีนี้ตลาดการลงทุนต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ราคาน้ำมัน และเงินเฟ้อ แต่ในทุกความท้าทายยังมีโอกาสในการลงทุน ซึ่ง กบข.สามารถปรับกลยุทธ์เพื่อเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสได้
“ปีนี้มีความท้าทายทั้งนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ น้ำมัน เงินเฟ้อ มาทุกอย่าง แต่ทุกความท้าทายก็มีโอกาสในการลงทุน ซึ่งเราได้เปลี่ยนจากความท้าทายมาเป็นโอกาสได้” นายศรพล กล่าว
เปิดโจทย์ใหญ่ 73% เสี่ยงเกษียณไม่มั่นคง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ กบข.ให้ความสำคัญไม่แพ้การสร้างผลตอบแทน คือการเตรียมความพร้อมทางการเงินของสมาชิก โดยปัจจุบันพบว่า 73% ของสมาชิกที่คาดว่าจะมีความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณต่ำกว่าระดับดี สะท้อนถึงความจำเป็นในการวางแผนการออมและการลงทุนตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการทำงาน
การเกษียณไม่ได้หมายถึงการหยุดใช้เงิน เพราะหลังเกษียณสมาชิกอาจต้องใช้ชีวิตต่อไปอีก 20-30 ปี ขณะที่ค่าใช้จ่ายและค่ารักษาพยาบาลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามอายุ ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการเตรียมเงินให้เพียงพอสำหรับช่วงชีวิตหลังเกษียณ
“อยากเกษียณอย่างมีคุณภาพ มีเงินใช้อย่างเหมาะสม มีเคล็ดลับ คือ ต้องเริ่มออมเร็ว ออมให้พอ และอยู่ในแผนที่เหมาะสม หลังจากนั้นเมื่อเกษียณจะต้องเรียนรู้การออมและค่อยๆ ทยอยใช้เงิน” นายศรพล กล่าว
ที่มา: สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

