น้ำมันโลกทะลุ 100 ดอลล์ สูงสุดในรอบกว่า 3 เดือน หวั่นอุปทานชะงัก หลังเหตุโจมตีเรือในฮอร์มุซ

น้ำมันโลกทะลุ 100 ดอลล์ สูงสุดในรอบกว่า 3 เดือน หวั่นอุปทานชะงัก หลังเหตุโจมตีเรือในฮอร์มุซ

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลในวันพุธ (9 ก.ย.) และปิดตลาดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนพ.ค. หลังอิหร่านและสหรัฐฯ โจมตีเรือพาณิชย์และเรือบรรทุกน้ำมันระลอกใหญ่สุดนับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพ.ย. ปิดที่ 101.21 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.29 ดอลลาร์ หรือ +3.4% ระหว่างวันพุ่ง แตะสูงสุดที่ 101.58 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนต.ค. ปิดที่ 96.05 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.02 ดอลลาร์ หรือ +3.25

ราคาน้ำมันดิบทั้ง 2 สัญญาปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. หลังการตอบโต้ระลอกล่าสุดระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ โดยอิหร่านระบุเมื่อวันพุธว่าได้โจมตีเรือ 10 ลำใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สหรัฐฯ จมเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านไปแล้ว 5 ลำ

โอเล ฮันเซน หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ของ Saxo Bank กล่าวว่า การที่ราคาน้ำมันเบรนท์ขยับกลับขึ้นมาเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ สะท้อนว่าตลาดกำลังปรับมุมมองต่อระยะเวลาที่วิกฤตตะวันออกกลางจะยังคงส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในภูมิภาค

ขณะที่เดนนิส คิสเลอร์ รองประธานอาวุโสฝ่ายซื้อขายพลังงานของ BOK Financial กล่าวว่า ปัจจัยพื้นฐานระยะสั้นกำลังสะท้อนภาวะอุปทานพลังงานที่ตึงตัวขึ้นอย่างฉับพลัน ขณะที่การโจมตีตอบโต้ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีแนวโน้มกลายเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง และโอกาสในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพก็ยิ่งไกลออกไป

การโจมตีครั้งล่าสุดยังทำให้เกิดความกังวลอีกครั้งเกี่ยวกับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยเมื่อวันอังคารมีเรือสินค้า 6 ลำเดินทางผ่านช่องแคบดังกล่าว ลดลงจาก 9 ลำในวันก่อนหน้า และต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 วันที่ราว 12 ลำ ตามข้อมูลเบื้องต้นจาก Kpler

ในสัปดาห์ก่อนที่การสู้รบจะเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 30 ส.ค. ปริมาณน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซอยู่ที่ราว 8-9 ล้านบาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากสัปดาห์ก่อนหน้า ตามข้อมูลจากนักวิเคราะห์ของ Rystad Energy อย่างไรก็ตาม ล่าสุดปริมาณน้ำมันดังกล่าวลดลงต่ำกว่า 2 ล้านบาร์เรล/วัน

ที่มา: Reuters, สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย