👉 สรุป: ตลาดหุ้นเอเชียปรับขึ้นต่อเนื่องตามแรงซื้อหุ้น AI และ Semiconductor หลัง Nasdaq 100 ทำระดับสูงสุดใหม่ ขณะที่ราคาน้ำมันปรับลงช่วยลดแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง อย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับสูงและตลาดยังคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมของ Fed โดยนักลงทุนจับตาการเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน การพบกันของ Donald Trump–Xi Jinping และแนวโน้มเงินเฟ้อจากพลังงาน
📈 Markets Overview
– หุ้นเอเชีย ปรับขึ้นต่อเนื่องตามแรงซื้อหุ้น AI และ Semiconductor หลัง Nasdaq 100 ทำระดับสูงสุดใหม่ ขณะที่ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยสนับสนุนสินทรัพย์เสี่ยง โดย MSCI Asia Pacific ปรับขึ้น 0.3% เป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน
– อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับสูงหลังตลาดเพิ่มการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed แม้ราคาน้ำมันดิบปรับลง โดยอายุ 10 ปีอยู่ที่ 4.96% และอายุ 2 ปีอยู่ใกล้ 4.75%
– ราคาน้ำมัน ปรับลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรลจากความคาดหวังต่อความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน แต่ความตึงตัวของน้ำมันสำเร็จรูปยังจำกัดการลดลงของความเสี่ยงด้านพลังงาน
– ตลาด จะจับตาความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน การประชุม Donald Trump–Xi Jinping และทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางเป็นปัจจัยหลักต่อสินทรัพย์เสี่ยง
📊 United States
– Nasdaq 100 ปรับขึ้น 0.8% สู่ 30,732.40 จุดและทำระดับสูงสุดใหม่จากแรงซื้อหุ้น Semiconductor และ AI หลัง Meta เปิดตัว Muse ขณะที่ Shopify ปรับขึ้น 7.1% หลังประกาศความร่วมมือกับ Meta
– อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีอยู่ที่ 4.96% ขณะที่อายุ 2 ปีอยู่ใกล้ 4.75% หลังตลาดเพิ่มการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ย Fed โดย SOFR Futures สะท้อนการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมประมาณ 80 bps จนถึงสิ้นปี 2027
– John Williams ระบุว่ากรอบการควบคุมอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของ Fed ยังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบบเงินสำรองที่เพียงพอ (Ample Reserves) และเครื่องมือบริหารอัตราดอกเบี้ยช่วยสนับสนุนการทำงานของตลาดการเงิน ขณะที่ไม่ได้ให้มุมมองต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
📊 Europe
– Euro Stoxx 50 Futures ปรับขึ้น 0.3% ขณะที่ตลาดยังประเมินผลของราคาพลังงานต่อเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย โดยตลาดสะท้อนการขึ้นดอกเบี้ย ECB เพิ่มเติมประมาณ 75 bps ภายในเดือน มิ.ย. 2027
– ยูโร อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ฯ โดย EUR/USD อยู่ที่ 1.145 (-0.07%) ขณะที่ตลาดจะติดตาม PMI ของยุโรปเพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและการคาดการณ์ดอกเบี้ย ECB
📊 Japan
– ตลาดการเงินญี่ปุ่น ปิดทำการเนื่องในวันหยุด ขณะที่เยน (USD/JPY) อยู่ที่ 157.390 (+0.14%) หรืออ่อนค่า 0.14% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ฯ
📊 China & Hong Kong
– Hang Seng Futures ปรับขึ้น 0.3% ขณะที่นักลงทุนจะติดตามการประชุมระหว่าง Donald Trump และ Xi Jinping โดยตลาดให้น้ำหนักกับความคืบหน้าด้านการค้าและข้อพิพาททางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ และจีน
📊 ASEAN
– ประเทศไทย: ครม. อนุมัติโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม)” ให้ดำเนินระหว่างวันที่ 1 ต.ค.–30 พ.ย. 2026 โดยรัฐร่วมจ่าย 60% และประชาชน 40% สูงสุด 200 บาทต่อคนต่อวัน และรวมไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน
– ประเทศไทย: กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงพิจารณากู้เพิ่มสูงสุด 1 แสนล้านบาท หลังฐานะกองทุนขาดดุลประมาณ -9.2 หมื่นล้านบาทและขาดดุลเพิ่มขึ้นราว 700 ล้านบาทต่อวันจากการอุดหนุนราคาน้ำมัน
– สิงคโปร์: Safran เปิดศูนย์ซ่อมบำรุงและยกเครื่อง (MRO) ระบบ Landing Gear มูลค่า 22 ล้านดอลลาร์ฯ ที่ Loyang ซึ่งจะเพิ่มกำลังรองรับงานประมาณ 40% และทำให้สิงคโปร์เป็นฐาน Landing Gear MRO ที่ใหญ่ที่สุดของ Safran ใน Asia-Pacific
– เวียดนาม: การเบิกจ่ายโครงการคมนาคมสำคัญอยู่ที่ 38% ต่ำกว่าการเบิกจ่ายการลงทุนภาครัฐ (Public Investment) ทั่วประเทศที่เกือบ 50% ทำให้รัฐบาลสั่งเร่งการดำเนินโครงการและการเบิกจ่าย
– ฟิลิปปินส์: ฟิลิปปินส์และสหภาพยุโรปบรรลุข้อตกลงในสาระสำคัญ (Substantial Agreement) สำหรับข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) แต่ยังต้องผ่านการจัดทำรายละเอียดทางกฎหมาย การลงนาม และกระบวนการให้สัตยาบันก่อนมีผลบังคับใช้
– อินโดนีเซีย: รัฐสภาผ่านกฎหมายปฏิรูปที่ดิน (Agrarian Reform Law) เพื่อเพิ่มกรอบการกระจายการถือครองที่ดิน การแก้ข้อพิพาท และป้องกันการกลับมากระจุกตัวของที่ดิน
📊 Other Asia & Emerging Markets
– เกาหลีใต้: วอนแข็งค่า 0.27% และหุ้น Semiconductor ปรับขึ้นตาม Theme AI แม้นักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิหุ้นเกาหลี โดยเงินไหลออกจากหุ้นเกาหลีมากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ ในเดือนนี้
– ไต้หวัน: ดัชนี TAIEX ปรับขึ้น 1.8% ทำระดับสูงสุดใหม่ระหว่างวันตามแรงซื้อหุ้น AI และ Semiconductor ขณะที่ ADR ของ TSMC ปรับขึ้นมากกว่า 2% ก่อนหน้า
– บราซิล: ธนาคารกลางลดอัตราดอกเบี้ย Selic 25 bps สู่ 13.75% เป็นครั้งที่ 5 ติดต่อกัน ทำให้ลดดอกเบี้ยสะสมแล้ว 125 bps นับตั้งแต่เดือน มี.ค. ขณะที่การผ่อนคลายระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจและแนวโน้มเงินเฟ้อ
– กาตาร์: รัฐบาลระดมทุน 3 พันล้านดอลลาร์ฯ ผ่านการออกพันธบัตรรัฐบาลระหว่างประเทศ (International Bond) ครั้งแรกของปี 2026
🌐 Corporate Highlights
– Anthropic (ในอุตสาหกรรม AI Software ของสหรัฐฯ) เตรียมเปิดตัว AI Model ใหม่สำหรับงานภาคธุรกิจด้วยต้นทุนที่ลดลง ขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น
– Apple (ในอุตสาหกรรม Consumer Technology ของสหรัฐฯ) กำลังพัฒนาอุปกรณ์ติดตามสุขภาพและการออกกำลังกายแบบไม่มีหน้าจอ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับผลิตภัณฑ์กลุ่ม Smartwatch และ Wearable
🌐 Economic Indicators & Issues
– ยูโรโซน: ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) เดือน ก.ย. ลดลงสู่ -16.5 (vs. prev. -15.5, mkt. -16.0) ต่ำกว่าคาดและยุติการปรับดีขึ้นต่อเนื่อง 4 เดือน
– ไต้หวัน: คำสั่งซื้อส่งออก (Export Orders) เดือน ส.ค. ขยายตัว 71.4% YoY (vs. prev. 61.9%) สู่ระดับสูงสุดใหม่ที่ 1.03 แสนล้านดอลลาร์ฯ โดยสินค้า Information & Communication ขยายตัว 100.5% และสินค้า Electronics ขยายตัว 83.9%
⚠️ Political Issues
– สหรัฐฯ–จีน: Donald Trump และ Xi Jinping เตรียมหารือวันที่ 24 ก.ย. โดยประเด็นหลักอยู่ที่การต่ออายุข้อตกลงพักข้อพิพาทการค้า AI ห่วงโซ่อุปทาน และไต้หวัน
– จีน เพิ่มมาตรการควบคุมการส่งออกสารตั้งต้น Fentanyl ก่อนการประชุม Trump–Xi โดยเพิ่มสารเคมี 2 รายการเข้าสู่บัญชีควบคุมการส่งออกไปยังสหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดา
📊 FX Movement
– DXY: 100.601 (+0.02%)
– EUR/USD: 1.145 (-0.07%)
– USD/JPY: 157.390 (+0.14%)
– USD/CNH: 6.699 (0.0%)
– USD/THB: 33.177 (+0.04%)
🥤 Commodities & Energy
– น้ำมัน: Brent อยู่ที่ 99.92 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล (-0.43%) และ WTI อยู่ที่ 95.33 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล (-0.47%) จากแนวโน้มอุปทานตะวันออกกลางที่ดีขึ้นและความคาดหวังต่อการเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน
– ทองคำ: Gold Spot อยู่ที่ 4,325.03 ดอลลาร์ฯ/ออนซ์ (-0.4%) จากการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ จะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดยังสะท้อนโอกาสประมาณ 90% ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.
📊 Fixed Income & ETFs
– ETF ที่ลงทุนในหุ้นเกาหลีใต้มีเงินไหลออกมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ฯ ในสัปดาห์ก่อน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิหุ้นเกาหลีในเดือนนี้
🌟 Crypto & Digital Assets
– Bitcoin: 86,469.14 ดอลลาร์ฯ (+0.2%)
– Ether: 2,760.34 ดอลลาร์ฯ (+0.3%)
📅 Key Events to Watch
– พุธ 23 ก.ย.: อินโดนีเซีย Bank Indonesia Rate Decision, ยูโรโซน เยอรมนี และฝรั่งเศส S&P Global Manufacturing PMI, สิงคโปร์ CPI, แอฟริกาใต้ CPI และ SARB Interest Rate Decision, สหรัฐฯ S&P Global Manufacturing PMI
– พฤหัสบดี 24 ก.ย.: ออสเตรเลีย Employment Change และ Unemployment Rate, สหรัฐฯ–จีน Xi Jinping พบ Donald Trump, สหรัฐฯ Initial Jobless Claims, New Home Sales และ Fed’s John Williams Speaks, เม็กซิโก Banxico Interest Rate Decision, นอร์เวย์ Norges Bank Interest Rate Decision, สวีเดน Riksbank Interest Rate Decision, สวิตเซอร์แลนด์ SNB Interest Rate Decision
– ศุกร์ 25 ก.ย.: สหรัฐฯ University of Michigan Consumer Sentiment และ Durable Goods, สเปน GDP, อิตาลี โอมาน สหภาพยุโรป และโมร็อกโก Sovereign Credit Rating Review
มุมมองและคำแนะนำการลงทุน:
ตลาดการเงินโลกฟื้นตัวในวันนี้ โดยหุ้นเอเชียปรับขึ้นตามแรงซื้อหุ้น AI และ Semiconductor หลัง
Nasdaq 100 ทำระดับสูงสุดใหม่ ขณะที่ Brent ปรับลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรลจากความคาดหวังต่อความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน ช่วยลดแรงกดดันระยะสั้นต่อสินทรัพย์เสี่ยง อย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปียังอยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 4.96% และตลาดยังสะท้อนโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมของ Fed ทำให้หุ้นที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยและหุ้นนอกกลุ่มเทคโนโลยียังมีข้อจำกัด ขณะที่ความเสี่ยงจากราคาพลังงานยังไม่หมดไป เนื่องจากตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป โดยเฉพาะ Diesel ยังมีอุปทานตึงตัว
สำหรับการลงทุน แนะนำใช้ช่วงที่ตลาดเกิดความกังวลจากทิศทางนโยบายการเงิน ราคาน้ำมัน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่อยู่ในระดับสูง จนส่งผลให้ตลาดหุ้นและดัชนีสำคัญปรับลง เป็นจังหวะทยอยสะสมกองทุนที่มีปัจจัยพื้นฐานระยะยาวสนับสนุนในระดับราคาที่ปรับลง โดยกองทุนที่น่าสนใจ ได้แก่ B-NIPPON เพื่อรับโอกาสจากตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ได้รับแรงสนับสนุนจากการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น รวมถึงกลุ่มธนาคารที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และ B-ASIATECH สำหรับการลงทุนในเกาหลีใต้และไต้หวันที่ยังได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของ AI, Semiconductor และการลงทุนใน AI Infrastructure ขณะที่ B-GOLD เหมาะสำหรับช่วยกระจายความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของตลาด โดยภาพรวมยังเน้นการกระจายการลงทุนในหลายภูมิภาคและหลายสินทรัพย์เพื่อสร้างสมดุลระหว่างโอกาสสร้างผลตอบแทนกับความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง

