👉 สรุป: ตลาดการเงินโลกถูกกดดันจากการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หลังข้อมูลเศรษฐกิจออกมาสูงกว่าคาดและตลาดเพิ่มคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ขณะที่ ราคาน้ำมันยังอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล จากความไม่แน่นอนด้านอุปทานในตะวันออกกลาง ส่งผลให้หุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปรับลง ขณะที่หุ้นญี่ปุ่นฟื้นตัวหลังกลับมาเปิดตลาด
📈 Markets Overview
– ตลาดการเงินโลก ถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น หลัง S&P Global Composite PMI เดือน ก.ย. เพิ่มขึ้นสู่ 58.4 สูงสุดตั้งแต่เดือน ก.ค. 2021 และการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 5 ปีได้รับความต้องการต่ำกว่าช่วงก่อนหน้า
– อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีเพิ่มขึ้น 15 bps สู่ 5.11% ขณะที่ TIPS อายุ 10 ปีเพิ่มขึ้น 12.5 bps และ Breakeven Inflation เพิ่มขึ้นประมาณ 2 bps สะท้อนแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yield) มากกว่าคาดการณ์เงินเฟ้อเพียงอย่างเดียว
– น้ำมัน Brent ปรับขึ้น 4.4% สู่ 103.61 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรลในตลาดสหรัฐฯ ก่อนลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 102.30 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรลในช่วงเช้าเอเชีย ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับ Strait of Hormuz
– ดอลลาร์ฯ ยังได้รับแรงสนับสนุนจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย ขณะที่เยนอ่อนค่าเข้าใกล้ระดับที่ญี่ปุ่นเคยทำ Rate Check โดย USD/JPY อยู่บริเวณ 158.24 เยนต่อดอลลาร์ฯ
📊 United States
– หุ้นสหรัฐฯ S&P 500 ปรับลง -0.8% หลังอัตราผลตอบแทนเพิ่มขึ้นประมาณ 17–19 bps โดยความเร็วในการเพิ่มขึ้นของ Yield กดดัน Discount Rate ของหุ้น Growth และต้นทุนการกู้ยืมของภาคเอกชน
– Nasdaq 100 ยังมีความกระจุกตัวสูง โดยประมาณครึ่งหนึ่งของการปรับขึ้นในช่วงหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้ามาจาก Micron, AMD, Nvidia และ Intel ขณะที่ดัชนี Equal Weight ยังคงตามหลัง Market Cap Weighted
– Fed ส่งสัญญาณว่านโยบายอาจต้องตึงตัวขึ้นเพิ่มเติม โดย Michael Barr ระบุว่าอาจจำเป็นต้องปรับนโยบายเพื่อให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% ขณะที่ตลาด Swap สะท้อนการขึ้นดอกเบี้ยรวม 75 bps ในช่วง 1 ปีข้างหน้าเต็มจำนวนแล้ว
📊 Europe
– หุ้นยุโรป Euro STOXX 50 ปรับลง -0.4% สู่ประมาณ 6,300 จุด และ STOXX Europe 600 ลดลง -0.3% สู่ 640.7 จุด หลังข้อมูลกิจกรรมเศรษฐกิจ Eurozone และราคาน้ำมันเพิ่มแรงกดดันต่อคาดการณ์นโยบาย ECB
– อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี อายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นสู่ 3.57% ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 ขณะที่ ECB ยังติดตามผลของราคาพลังงานต่อเงินเฟ้อ
– ฝรั่งเศส ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีเทียบกับเยอรมนียังอยู่ใกล้ 100 bps จากความกังวลด้านหนี้ ต้นทุน Refinancing และข้อจำกัดในการลดการขาดดุลงบประมาณ
📊 Japan
– หุ้นญี่ปุ่น Nikkei 225 เพิ่มขึ้น 1.7% และ Topix เพิ่มขึ้น 0.2% หลังกลับมาเปิดตลาด ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้น 7 bps สู่ 3.055% ตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ
– เยน อ่อนค่าเข้าใกล้ 158 เยนต่อดอลลาร์ฯ แม้ BoJ เพิ่งขึ้นดอกเบี้ย โดยทิศทางระยะต่อไปยังขึ้นกับส่วนต่างนโยบายระหว่าง Fed และ BoJ
📊 China & Hong Kong
– จีน Xi Jinping เดินทางถึงสหรัฐฯ เพื่อเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 11 ปี โดยการประชุมกับ Donald Trump วันที่ 24 ก.ย. จะเน้นการรักษา Trade Truce ขณะที่ประเด็น AI, Taiwan และความสัมพันธ์จีน–อิหร่านยังมีความเห็นต่าง
📊 ASEAN
– อินโดนีเซีย: Bank Indonesia คง BI-Rate ที่ 5.75%, Deposit Facility ที่ 4.75% และ Lending Facility ที่ 6.50% พร้อมยืนยันกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2026–2027 ที่ 2.5±1%
– มาเลเซีย: การเยือนจีนหนุนความร่วมมือด้าน Transport และ Technology โดยมาเลเซีย–จีนลงนาม MoU ด้านขนส่ง ขณะที่ AgiBot ระบุ Potential Investment มูลค่า 1 พันล้านริงกิตภายในปี 2035 และคาดสร้างงานประมาณ 5,000 ตำแหน่ง
– มาเลเซีย: Anthony Loke ยืนยันจะลาออกจากตำแหน่ง Transport Minister แต่ ณ ช่วง Cut-off ยังไม่มี Formal Resignation Letter และยังไม่มี Cabinet Vacancy อย่างเป็นทางการ
– ฟิลิปปินส์: PSEi ลดลง -0.33% สู่ 5,795.14 จุด และปรับลงเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน ขณะที่เปโซฟิลิปปินส์แข็งค่าสู่ 62.585 เปโซต่อดอลลาร์ฯ จาก 62.725 ในวันก่อนหน้า
– สิงคโปร์: เงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) เดือน ส.ค. เพิ่มขึ้นสู่ 2.3% YoY (vs. prev. 2.2%) ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) เพิ่มขึ้นสู่ 2.2% YoY (vs. prev. 2.0%)
📊 Other Asia & Emerging Markets
– เกาหลีใต้: Semiconductor และ Memory ยังสนับสนุนตลาดหุ้น หลัง Philadelphia Semiconductor Index ปรับขึ้นมากกว่า 2% ในช่วงก่อนหน้า แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ยังจำกัด Valuation
– แอฟริกาใต้: SARB ขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 bps สู่ 7.25% ตามคาด พร้อมปรับลดประมาณการ GDP ปี 2026 สู่ 1.2% จาก 1.4% และเพิ่มสมมติฐานราคา Brent เฉลี่ยสู่ 90 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล
🌐 Corporate Highlights
– SoftBank (ในอุตสาหกรรม Technology Investment ของญี่ปุ่น) ออกตราสารหนี้ High Yield เพื่อระดมทุนด้าน AI โดย Yield ของดีลล่าสุดเข้าใกล้ 10% และ Credit Default Swap ปรับขึ้น
– Meta Platforms (ในอุตสาหกรรม Technology ของสหรัฐฯ) ขยาย Muse สู่ตลาดอุปกรณ์ AI ผ่านการเปิดตัวอุปกรณ์ขนาดเล็กสำหรับใช้งาน AI Assistant ของบริษัท
– Geely (ในอุตสาหกรรม Automotive ของจีน) เปิดตัวเทคโนโลยีชาร์จ EV ที่ใช้ AI ซึ่งสามารถเพิ่มแบตเตอรี่จาก 10% สู่ 70% ภายในไม่ถึง 5 นาที
🌐 Economic Indicators & Economic Issues
– สหรัฐฯ: S&P Global Composite PMI เดือน ก.ย. เพิ่มขึ้นสู่ 58.4 (vs. prev. 56.0, mkt. 55.3) พร้อมต้นทุนและการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ตลาดปรับคาดการณ์เส้นทางดอกเบี้ย Fed ขึ้น
– Eurozone: กิจกรรมภาคเอกชนเดือน ก.ย. ขยายตัวต่อเนื่อง โดย PMI ของเยอรมนีและฝรั่งเศสปรับดีขึ้น ขณะที่ต้นทุนพลังงานยังเป็นปัจจัยต่อแนวโน้มนโยบาย ECB
⚠️ Political Issues
– สหรัฐฯ–จีน จะหารือระดับผู้นำวันที่ 24 ก.ย. โดยตลาดติดตามความต่อเนื่องของ Trade Truce รวมถึงการค้า AI, Taiwan และความสัมพันธ์กับอิหร่าน
– สหรัฐฯ–อิหร่าน ยังไม่บรรลุข้อตกลงเรื่อง Strait of Hormuz โดยอิหร่านระบุว่าพร้อมเปิดช่องแคบหากสหรัฐฯ ลดแรงกดดันทางทหารและยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือ
– สหรัฐฯ ปฏิเสธรายงานว่าจะห้ามส่งออก Diesel เป็นเวลา 90 วัน แต่กำลังหารือให้โรงกลั่นลดการส่งออกโดยสมัครใจ
📊 FX Movement
– DXY: 101.096 (+0.01%)
– EUR/USD: 1.138 (-0.03%)
– USD/JPY: 158.320 (-0.25%)
– USD/CNH: 6.712 (+0.07%)
– USD/THB: 33.250 (+0.06%)
🥤 Commodities & Energy
– น้ำมัน: Brent อยู่ที่ประมาณ 102.30 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล (-0.8%) หลังปรับขึ้น 3.9% ในวันก่อนหน้า ขณะที่ WTI อยู่ที่ 91.61 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล (-0.6%) โดยความเสี่ยงด้านอุปทาน (Supply) จาก Strait of Hormuz ยังจำกัดการปรับลง
– ทองคำ: Spot Gold อยู่ที่ประมาณ 4,294 ดอลลาร์ฯ/ออนซ์ (+0.2%) หลังปรับลง -1.7% ในวันก่อนหน้า ขณะที่อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงและดอลลาร์ฯ ยังจำกัดแรงซื้อ แม้ Gold ETF และธนาคารกลางยังช่วยพยุงราคา
📊 Fixed Income & ETFs
– การประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 5 ปีมูลค่า 7 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ มี Bid-to-Cover Ratio ที่ 2.21 ต่ำที่สุดตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2018 และมี Tail ราว 3 bps ทำให้อัตราผลตอบแทนได้รับแรงกดดันให้เพิ่มขึ้น
– ตลาด Credit มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในกลุ่มคุณภาพต่ำ โดยตราสารหนี้ US Junk ที่มีความเสี่ยงสูงบางส่วนให้ Yield มากกว่า 14% ขณะที่มูลค่าการออก Syndicated Debt ทั่วโลกตั้งแต่ต้นปีทะลุ 6 ล้านล้านดอลลาร์ฯ
🌟 Crypto & Digital Assets
– Bitcoin: 84,341.42 ดอลลาร์ฯ (+0.1%)
– Ether: 2,685.32 ดอลลาร์ฯ (+0.5%)
📅 Key Events to Watch
– พฤหัสบดี 24 ก.ย.: ออสเตรเลีย Employment Change และ Unemployment Rate, สหรัฐฯ–จีน Xi Jinping พบ Donald Trump, สหรัฐฯ Initial Jobless Claims, New Home Sales และ Fed’s John Williams Speaks, เม็กซิโก Banxico Interest Rate Decision, นอร์เวย์ Norges Bank Interest Rate Decision, สวีเดน Riksbank Interest Rate Decision, สวิตเซอร์แลนด์ SNB Interest Rate Decision
– ศุกร์ 25 ก.ย.: สหรัฐฯ University of Michigan Consumer Sentiment และ Durable Goods, สเปน GDP, อิตาลี โอมาน สหภาพยุโรป และโมร็อกโก Sovereign Credit Rating Review
มุมมองและคำแนะนำการลงทุน:
ตลาดผันผวนในระยะสั้นจากการที่ตลาดปรับเพิ่มคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed หลังข้อมูลกิจกรรมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าคาด โดย S&P Global Composite PMI ที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 5 ปี พร้อมกับการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่ การจ้างงาน และแรงกดดันด้านต้นทุน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับขึ้นทั่วทั้ง Yield Curve โดยอายุ 10 ปีขึ้นเหนือ 5% และอายุ 5 ปีแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 สะท้อนการปรับขึ้นของ Real Yield และความคาดหวังต่อเส้นทางดอกเบี้ยที่อาจอยู่ในระดับสูงนานขึ้น นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังเคลื่อนไหวเหนือ 100 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรลจากความไม่แน่นอนด้านอุปทานในตะวันออกกลางและสถานการณ์ Strait of Hormuz ทำให้ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังไม่ลดลง
สำหรับการลงทุน แนะนำใช้ช่วงที่ตลาดเกิดความกังวลจากทิศทางนโยบายการเงิน ราคาน้ำมัน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่อยู่ในระดับสูง จนส่งผลให้ตลาดหุ้นและดัชนีสำคัญปรับลง เป็นจังหวะทยอยสะสมกองทุนที่มีปัจจัยพื้นฐานระยะยาวสนับสนุนในระดับราคาที่ปรับลง โดยกองทุนที่น่าสนใจ ได้แก่ B-NIPPON เพื่อรับโอกาสจากตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ได้รับแรงสนับสนุนจากการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น รวมถึงกลุ่มธนาคารที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และ B-ASIATECH สำหรับการลงทุนในเกาหลีใต้และไต้หวันที่ยังได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของ AI, Semiconductor และการลงทุนใน AI Infrastructure ขณะที่ B-GOLD เหมาะสำหรับช่วยกระจายความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของตลาด โดยภาพรวมยังเน้นการกระจายการลงทุนในหลายภูมิภาคและหลายสินทรัพย์เพื่อสร้างสมดุลระหว่างโอกาสสร้างผลตอบแทนกับความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง

