👉 สรุป: ตลาดการเงินโลกผันผวนจากราคาพลังงานและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่ ความไม่แน่นอนของทิศทางนโยบายการเงินยังเป็นปัจจัยสำคัญ โดยความกังวลด้านอุปทานพลังงานจากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่คลี่คลาย ตลาดหุ้นเอเชียปรับลง ขณะที่ Gold ฟื้นตัวเล็กน้อยหลังปรับลงเกือบ -4% ในวันก่อนหน้า
📈 Markets Overview
– ตลาดหุ้นเอเชีย ปรับลง ขณะที่ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 หลังราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง โดย MSCI Asia Pacific Index ปรับลง -0.3% ขณะที่ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีอยู่ที่ 5.23% หลังเพิ่มขึ้นสูงสุด 11 bps ในวันก่อนหน้า
– ราคาน้ำมัน ปรับขึ้นต่อเนื่อง หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่อง Strait of Hormuz โดย Brent อยู่ที่ 106.44 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล (+1.1%) ขณะที่ WTI อยู่ที่ 93.51 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล
– ทองคำ ฟื้นตัวเล็กน้อย หลังปรับลงเกือบ -4% ในวันจันทร์ โดย Gold อยู่บริเวณ 4,120 ดอลลาร์ฯ/ออนซ์ (+0.1%) ขณะที่ Real Yield ที่เพิ่มขึ้นทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) ของการถือทองคำสูงขึ้น
📊 United States
– ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง โดย S&P 500 ปรับลง -0.8% ขณะที่ Nasdaq ลดลง -1.1% และ Dow Jones ลดลง 347 จุด
– ส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนจากหุ้นกับพันธบัตร แคบลงหลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเหนือ 5% โดยอัตราผลตอบแทนจากกำไร (Earnings Yield) ของ S&P 500 ลดลงมาใกล้กับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี
📊 Europe
– ตลาดหุ้นยุโรป ปรับขึ้นเป็นวันที่สอง แม้ราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรโลกยังอยู่ในระดับสูง โดย Euro Stoxx 50 ปรับขึ้น 0.3% และ Stoxx 600 เพิ่มขึ้น 0.2%
– อัตราผลตอบแทนพันธบัตรยุโรป ยังเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงาน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นของเยอรมนีและสหราชอาณาจักร เพิ่มขึ้นมากกว่า 125 bps นับตั้งแต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มขึ้น
📊 Japan
– ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปรับลงในช่วงเช้าวันอังคาร หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรโลกและราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น โดย Topix ปรับลง -1.7% ขณะที่ Nikkei 225 Futures ลดลง -0.3%
– อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น อายุ 10 ปีอยู่ที่ 3.090% ขณะที่ ตลาดเตรียมรับการประมูลพันธบัตรอายุ 40 ปีและ 2 ปี ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า BoJ อาจขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม
📊 China & Hong Kong
– ตลาดหุ้นจีนและฮ่องกง เคลื่อนไหวต่างทิศทาง โดย Shanghai Composite ลดลง -0.8% สู่ 3,859 จุด และ Shenzhen Component ลดลง -2.1% สู่ 13,033 จุด ขณะที่ Hang Seng Index ปรับขึ้นประมาณ 0.5%
– จีน ส่งสัญญาณเตรียมเพิ่มมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจ โดยเน้นภาคอสังหาริมทรัพย์ อุปสงค์ภายในประเทศ และการจ้างงาน พร้อมใช้เครื่องมือด้านการคลังและนโยบายการเงินมากขึ้น
📊 ASEAN
– ประเทศไทย: น้ำเหนือยังต้องเฝ้าระวัง โดยเขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำ 1,900 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ขณะที่ อ่างเก็บน้ำประแสร์มีปริมาณน้ำ 331 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 112.60% ของความจุ
– สิงคโปร์: STI ปรับขึ้น 0.5% สู่ 5,738 จุดและแตะระดับสูงสุดในรอบประมาณ 3 สัปดาห์ โดยกลุ่มธนาคารเป็นแรงหนุนหลัก
– อินโดนีเซีย: BI ลดสัดส่วนการแทรกแซงตลาด Spot (Spot Intervention) สู่ประมาณ 30% และเพิ่มการใช้ DNDF/NDF เพื่อรักษาเสถียรภาพรูเปียห์ ขณะที่ มาตรการลดต้นทุนป้องกันความเสี่ยง (Hedging Cost Incentive) สนับสนุนเงินทุนไหลเข้าผ่าน DNDF และ Swap ราว 6 พันล้านดอลลาร์ฯ
– มาเลเซีย: ข้อเสนอเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ (Minimum Wage) สู่ 2,000 ริงกิตยังไม่ได้รับการตัดสินใจ โดยรัฐบาลจะพิจารณาประเด็นดังกล่าวใน Budget 2027
– ฟิลิปปินส์: ราคาขายปลีกน้ำมันลดลงวันที่ 29 ก.ย. หลังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วง 3 สัปดาห์ก่อนหน้า โดย Seaoil และ Shell ลดราคา Diesel มากกว่า 7.5 เปโซ/ลิตร
📊 Other Asia & Emerging Markets
– เกาหลีใต้: ตลาดหุ้นปรับลงเล็กน้อยหลังกลับมาเปิดทำการ ขณะที่ Semiconductor และ High-Bandwidth Memory ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาด โดยตลาดจะติดตาม Micron Earnings และ CPI เกาหลีใต้ในวันศุกร์
– ออสเตรเลีย: ตลาดให้น้ำหนักสูงต่อการขึ้นดอกเบี้ย 25 bps ของ RBA สู่ 4.6% ขณะที่ให้น้ำหนักประมาณ 50% ต่อการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในวันที่ 3 พ.ย.
🌐 Corporate Highlights
– Nvidia (ในอุตสาหกรรม Semiconductor ของสหรัฐฯ) เพิ่มวงเงินซื้อหุ้นคืนอีก 1.5 แสนล้านดอลลาร์ฯ และหุ้นปรับขึ้น 1.7% ทำให้วงเงินซื้อหุ้นคืนที่ยังสามารถดำเนินการได้เพิ่มเป็นประมาณ 2.35 แสนล้านดอลลาร์ฯ
– AMD (ในอุตสาหกรรม Semiconductor ของสหรัฐฯ) ตกลงซื้อ World Labs มูลค่า 8.2 พันล้านดอลลาร์ฯ ผ่านการแลกหุ้น ขณะที่หุ้น AMD ปรับลง -3.6%
– SoftBank (ในอุตสาหกรรม Technology Investment ของญี่ปุ่น) ออก High-Yield Bond มูลค่า 1.11 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ เพื่อสนับสนุนการลงทุนด้าน AI โดยพันธบัตรอายุยาวที่สุดให้อัตราผลตอบแทน 9.75%
– Anthropic (ในอุตสาหกรรม AI ของสหรัฐฯ) รายงานผลขาดทุนสุทธิ 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ ในปี 2025 และวางแผนภาระการใช้จ่ายด้าน Cloud และ Computing ในระยะข้างหน้ารวม 5.18 แสนล้านดอลลาร์ฯ
🌐 Economic Indicators & Economic Issues
– สหรัฐฯ: Dallas Fed Manufacturing Index เดือน ก.ย. ลดลงสู่ 9.8 (vs. prev. 11.6) ขณะที่ดัชนีการจ้างงาน (Employment Index) และแรงกดดันด้านราคาเพิ่มขึ้น
– จีน: กำไรภาคอุตสาหกรรม (Industrial Profits) ช่วง ม.ค.–ส.ค. ขยายตัว 15.7% YoY ชะลอลงจาก 17.6% ในช่วง ม.ค.–ก.ค. ขณะที่กำไรเดือน ส.ค. ขยายตัว 4.2% YoY จาก 11.2% ในเดือน ก.ค.
– เกาหลีใต้: ดัชนีความเชื่อมั่นภาคการผลิต (Manufacturing Business Survey Index) เดือน ก.ย. ลดลงสู่ 79 (vs. prev. 81) โดยการผลิตและคำสั่งซื้อใหม่ (New Orders) ลดลง
– สิงคโปร์: ผลผลิตภาคการผลิต (Manufacturing Production) เดือน ส.ค. เร่งขึ้นสู่ 15.4% YoY (vs. prev. 6.8%) โดย Precision Engineering และ Electronics เป็นแรงสนับสนุนหลัก
– มาเลเซีย: ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ส.ค. เร่งขึ้นสู่ 10.7% YoY (vs. prev. 9.7%) สูงสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2022 ขณะที่ PPI เพิ่มขึ้น 1.0% MoM จาก 0.6% ในเดือนก่อนหน้า
⚠️ Political Issues
– สหรัฐฯ–อิหร่าน ยังเจรจาผ่านตัวกลางโดยแยกวงหารือ ขณะที่ เงื่อนไขการยุติความขัดแย้งและการเปิด Strait of Hormuz ยังไม่สามารถตกลงกันได้
– เส้นทางส่งออกพลังงาน ยังมีความไม่แน่นอน แม้การส่งออกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นสู่ประมาณ 12.8 ล้านบาร์เรล/วันในเดือน ก.ย. แต่ยังต่ำกว่าระดับประมาณ 18.8 ล้านบาร์เรล/วันก่อนความขัดแย้ง
📊 FX Movement
– DXY: 101.197 (+0.02%)
– EUR/USD: 1.137 (-0.03%)
– USD/JPY: 157.390 (+0.08%)
– USD/CNH: 6.713 (0.0%)
– USD/THB: 33.585 (+0.15%)
🥤 Commodities & Energy
– น้ำมัน: Brent 106.44 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล (+1.1%) และ WTI 93.51 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล (+1.0%) ขณะที่ ความเสี่ยงด้านอุปทาน (Supply) ผ่าน Strait of Hormuz ยังเป็นปัจจัยหลัก
– ทองคำ: Gold 4,120.02 ดอลลาร์ฯ/ออนซ์ (+0.1%) หลังปรับลงมากกว่า -3.5% ในวันจันทร์ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและ Real Yield ที่สูงขึ้นเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) ของการถือสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ย
📊 Fixed Income & ETFs
– Gold ETF Holdings ยังเพิ่มขึ้นแม้ราคาทองคำปรับลงในช่วงเดือน ก.ย. โดยปริมาณทองที่ถือผ่าน Gold-Backed ETFs ยังเพิ่มขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายปี
– Credit คุณภาพต่ำ เผชิญความเสี่ยงจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สูงขึ้นและต้นทุน Refinancing ขณะที่ Maturity Wall ตั้งแต่ปี 2028 ทำให้บริษัท High-Yield และ Leveraged Loan บางส่วนจะต้องเริ่มเข้าตลาดเพื่อ Refinancing มากขึ้น
🌟 Crypto & Digital Assets
– Bitcoin: 83,015.26 ดอลลาร์ฯ (-0.6%)
– Ether: 2,669.34 ดอลลาร์ฯ (-0.5%)
📅 Key Events to Watch
– อังคาร 29 ก.ย.: ออสเตรเลีย RBA Interest Rate Decision และ RBA Press Conference, Eurozone Economic Sentiment และ Consumer Confidence, สเปน Inflation Rate, สหรัฐฯ JOLTS Job Openings และ CB Consumer Confidence
– พุธ 30 ก.ย.: สหรัฐฯ ADP Employment Change, Core PCE Price Index, GDP, Personal Income และ Personal Spending; จีน NBS Manufacturing PMI, NBS Non-Manufacturing PMI และ RatingDog PMI; ประเทศไทย Industrial Production, Current Account, Private Consumption และ Private Investment; ฟิลิปปินส์ Balance of Trade, Exports, Imports และ PPI; ญี่ปุ่น Tankan และ BoJ Summary of Opinions
– พฤหัสบดี 1 ต.ค.: สหรัฐฯ Initial Jobless Claims และ ISM Manufacturing PMI; Eurozone S&P Global Manufacturing PMI และ Unemployment Rate; ญี่ปุ่น Tankan, S&P Global Manufacturing PMI และ BoJ Summary of Opinions; ประเทศไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ S&P Global Manufacturing PMI
– ศุกร์ 2 ต.ค.: สหรัฐฯ Non Farm Payrolls, Unemployment Rate และ Average Hourly Earnings; Eurozone Inflation Rate และ Core Inflation Rate; ญี่ปุ่น Tokyo CPI และ Unemployment Rate; สิงคโปร์ Retail Sales
มุมมองและคำแนะนำการลงทุน:
ตลาดการเงินโลกผันผวนจากราคาพลังงานและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่ ความไม่แน่นอนของทิศทางนโยบายการเงินยังเป็นปัจจัยสำคัญ หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังมีความเห็นต่างเกี่ยวกับการยุติความขัดแย้งและการเปิด Strait of Hormuz ส่งผลให้ความกังวลด้านอุปทาน (Supply) พลังงานยังไม่คลี่คลาย โดย Brent ปรับขึ้น 1.1% สู่ 106.44 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล และ WTI เพิ่มขึ้น 1.0% สู่ 93.51 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล ขณะที่ตลาดยังเพิ่มการคาดการณ์ว่า Fed อาจต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อเนื่อง เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีอยู่ที่ 5.23% หลังเพิ่มขึ้นสูงสุด 11 bps ในวันจันทร์และแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007
สำหรับการลงทุน แนะนำใช้ช่วงที่ตลาดเกิดความกังวลจากทิศทางนโยบายการเงิน ราคาน้ำมัน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่อยู่ในระดับสูง จนส่งผลให้ตลาดหุ้นและดัชนีสำคัญปรับลง เป็นจังหวะทยอยสะสมกองทุนที่มีปัจจัยพื้นฐานระยะยาวสนับสนุนในระดับราคาที่ปรับลง โดยกองทุนที่น่าสนใจ ได้แก่ B-NIPPON เพื่อรับโอกาสจากตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ได้รับแรงสนับสนุนจากการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น รวมถึงกลุ่มธนาคารที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และ B-ASIATECH สำหรับการลงทุนในเกาหลีใต้และไต้หวันที่ยังได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของ AI, Semiconductor และการลงทุนใน AI Infrastructure ขณะที่ B-GOLD เหมาะสำหรับช่วยกระจายความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของตลาด โดยภาพรวมยังเน้นการกระจายการลงทุนในหลายภูมิภาคและหลายสินทรัพย์เพื่อสร้างสมดุลระหว่างโอกาสสร้างผลตอบแทนกับความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง

