BBLAM Weekly Investment Insights 26 – 30 มิถุนายน 2023

BBLAM Weekly Investment Insights 26 – 30 มิถุนายน 2023

2023 – The Rise of Asia

INVESTMENT STRATEGY

BBLAM X Nippon Life India – The Rise of Asia

“Healthcare เป็นหนึ่งใน 7 Mega Investment Theme ที่เป็นหนึ่งในคำตอบว่า “Why India” โดยธุรกิจกลุ่นนี้ นอกจากที่จะเติบโตจากการเพิ่มขึ้นของชนชั้นกลางแล้ว ภาครัฐยังผลักดันการเข้าถึงระบบสาธารณสุขของคนในประเทศ รวมไปถึงผลักดันให้ระบบสาธารณสุขยกระดับเทียบเท่ามาตรฐานโลกเพื่อเปิดธุรกิจ Medical tourism”

ผู้จัดการกองทุนจาก Nippon Life India ซึ่งดูแลกองทุนหลักของกองทุน B-BHARATA พูดถึงอินเดียถึงโอกาสลงทุนที่มี 7 ธีมที่จะมาบอกว่า “Why India”

7 Mega Investment Themes ที่ทางผู้จัดการกองทุนคาดว่าจะเป็นธีมที่ผลักดันการเติบโตของอินเดีย ประกอบด้วย Healthcare, Consumption, Data / Internet / IT services, Investment / Industrials, Formalization of economy, Financials และ Manufacturing โดยสัปดาห์นี้จะมาจัดประเด็น Healthcare กัน 

Healthcare 

ผู้จัดการกองทุนมองว่า สำหรับอินเดีย โอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้น่าสนใจ เพราะ อินเดียเองกำลังแก้ปัญหาการขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพ (Shortage of healthcare infrastructure) การบริการประกันด้านสุขภาพก็เริ่มพัฒนามากขึ้น

สถาบัน INDIA BRAND EQUITY FOUNDATION (IBEF) ออกรายงานถึงสถานการณ์ด้าน Healthcare ของอินเดียช่วงต้นปีนี้ โดยกล่าวถึงแรงผลักดันของอุตสาหกรรมนี้มากับ 4 ปัจจัย (Growth Drives) ประกอบด้วย

  • ความต้องการดูแลด้านสุขภาพมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ (Growing Demand) : การเติบโตของเศรษฐกิจที่ผ่านมา ผลักดันให้คนอินเดียมีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อชนชั้นกลางเพิ่มขึ้น  ความใส่ใจเรื่องของสุขภาพ ซึ่งรวมถึงความสามารถในการจ่ายก็เพิ่มมากขึ้นด้วย (Rising income and affordability / Better awareness of welliness, preventive care and dignosis)

ปัจจุบัน GDP per capita ของอินเดียคาดว่า จะเพิ่มขึ้นไปแตะที่ 3,277.28 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2024 ซึ่งเพิ่มขึ้นถึงกว่า 86% เมื่อเทียบจากปี 2016

  • การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร (Changing demographics) : ที่มีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นทำให้มีการใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ปัจจุบันอินเดียมีผู้สูงอายุประมาณ 98.9 ล้านคน และจะเพิ่มเป็น 168 ล้านคนในปี 2026
  • แรงผลักดันจากภาครัฐ (Policy support) : สำหรับการพัฒนาด้านคุณภาพการรักษาและการให้บริการ รัฐบาลออกมาตรการต่างๆ เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านนี้ โดยครอบคลุมในหลายๆ ด้าน เช่น
    • Pradhan Mantri Jan Arogya Yojana (PMJAY) : รัฐบาลอัดฉีดงบประมาณกว่า 10.76 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯสำหรับ 6 ปีถัดจากนี้ ในงบประมาณปี 2023-2024 ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาด้านสาธารณสุขตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงขั้นสูง เช่น การผลักดันให้เกิดสถาบันค้นคว้าและการรักษาโรคใหม่ ๆ หรือรักษาให้หายยาก
    • Tax incentives : แรงจูงใจด้านภาษี เช่น การยกเว้นการจัดเก็บสำหรับการศึกษาและอบรมด้าน Healthcare, การสนับสนุนด้านภาษีเพื่อให้เกิดการครอบคลุมด้านสาธารณสุข เช่น การรักษาแบบระยะไกล (Telemedicine and remote radiology) และการยกเว้นภาษีรายได้ 15 ปีสำหรับผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ได้รับการพัฒนาภายในประเทศ เป็นต้น
    • Credit incentives for healthcare infrastructure : รัฐบาลมีแผนที่จะใช้ Credit incentive program มูลค่ากว่า 6.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งในโปรแกรมนี้จะผลักดันให้โรงพยาบาลขยายกำลังรองรับการรักษาได้เพิ่มขึ้น หรือการเพิ่มกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์ยา โดยรัฐบาลจะเข้าไปช่วยค้ำประกัน เป็นต้น
    • National Nutrition Mission : รัฐบาลกำหนดเป้าหมายเพื่อส่งเสริมสุขภาพอนามัยของประชาชนในการได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ และลดสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ลง ตัวอย่างเช่น โปรแกรมที่จะลดระดับของประชากรที่มีภาวะแคระแกร็นลง 2%, ภาวะโภชนาการต่ำ 2% ภาวะโลหิตจาง 3% และลดอัตราการเกิดลง 2% ทุกปี
    • Liberalised Pricing & Accelerated National COVID-19 Vaccination Strategy : กลยุทธ์เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2021 โดยในทุก ๆ เดือนจะมีการแบ่งวัคซีนไปแจกจ่ายแก่ท้องถิ่นแบบไม่คิดค่าใช้จ่าย
    • National Health Mission : รัฐบาลกำหนดให้เป็น Mission ของประเทศที่มาพร้อมกับเงินสนับสนุนกว่า 4.44 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
    • Incentives in the medical travel industry : ที่อินเดียกำหนดให้โรงพยาบาลที่มีหน่วยงานให้บริการแก่นักท่องเที่ยวด้านนี้ (Health travel facilities) จะได้รับประโยชน์จากมาตราการภาษี Incentive and tax holidays นอกจากนี้ผู้ที่มีอายุเกินกว่า 80 ปีและไม่ได้มีประกันสุขภาพจะได้รับการสนับสนุนค่ารักษาคนละ 491 ดอลลาร์สหรัฐฯ
    • Universal health : ในปี 2021 รัฐบาลได้กำหนด “Jal Jeevan Mission” โดยครอบคลุมภาระกิจในการกระจาย น้ำดื่ม น้ำใช้    ครอบคลุมทั่วประเทศ และรวมไปถึงระบบการบำบัดน้ำเสีย
    • Tele-medicine initiatives : รัฐบาลส่งเสริมโดยครอบคลุมในส่วนของการพัฒนาความไวในการส่งสัญาณอินเทอร์เน็ต การใช้บริการด้านสาธารณสุขผ่านเครือข่ายไร้สาย เป็นต้น
  • Medical tourism : แรงผลักดันใหม่จากการปรับระบบสุขภาพเพื่อรองรับผู้คนจากประเทศอื่นๆ ( Medical tourism) สองจุดเด่นที่ดันให้อินเดียก้าวขึ้นมาเป็นประเทศที่ดึงดูดคนต่างชาติเข้ามาใช้บริการสุขภาพ ได้แก่  การที่อินเดียมีโรงพยาบาลระดับโลกที่มากับความพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญ และต้นทุนการรักษาด้านศัลยกรรมที่ถูก โดยคิดเป็นประมาณ 20% ของประเทศที่พัฒนาแล้ว

ในอนาคตเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะภาครัฐเข้ามาสนับสนุนอย่างจริงจัง โดยรัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยว (The Ministry of Tourism) เปิดเผยถึงร่างแผน The National Strategy and Roadmap for Medical and Wellness Tourism เพื่อผลักดันให้เกิดรูปแบบแผนงานที่ชัดเจนและต่อเนื่องเพื่อรองรับตลาดด้านนี้ นอกจากนี้ ในระยะสั้น รัฐบาลอินเดียขยายการใช้ e-medical visa ให้แก่นักเดินทางด้านนี้จาก 156 ประเทศ

ตลาดด้าน Medical tourism ของอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปี 2020 มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 2.89 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดว่ามูลค่าตลาดจะไปอยู่ระดับที่ 13.42 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2026 นอกจากนี้ จากสถิติจากหน่วยงานภาครัฐ ยังระบุว่า ในปี 2019 มีนักท่องเที่ยวประเภท Medical tourism จำนวน 697,300 คน ซึ่งคิดเป็น 7% ของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศอินเดีย สำหรับในระดับโลก สถาบัน The Medical Tourism Association ระบุว่าจากผลสำรวจปี 2020-21 ในจำนวน 46 ประเทศที่เป็นเป้าหมายของ Medical tourism อินเดียได้รับความสนใจเป็นอันดับ 10

  • Health insurance : การส่งเสริมให้การทำประกันสุขภาพกระจายครอบคลุมประชากรให้ได้เพิ่มขึ้น รวมไปถึงการขยายตัวของคนชั้นกลางที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหมายถึง กำลังเงินที่เพียงพอต่อความต้องการคุณภาพของระดับการดูแลด้านสุขภาพ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนชั้นกลางมีความต้องการซื้อประกันสุขภาพมากขึ้น โดยความต้องการเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดในช่วงหลังโควิด โดยในปี 2022 ค่าเบี้ยประกันสุขภาพมีมูลค่าถึง 9.21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเป็นสัดส่วนถึงประมาณ 33% ของค่าเบี้ยประกันทั้งหมดของปีนั้น

การที่อินเดียมีเศรษฐกิจขยายตัวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้จำนวนคนชั้นกลางมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งก็หมายถึง การมีเงินจ่ายเพื่อเพิ่มความสุขได้มากขึ้น Healthcare ก็เป็นธุรกิจหนึ่งที่ได้ประโยชน์ตามไปด้วย ที่สำคัญ ภาครัฐเองก็มีนโยบายส่งเสริมจริงจังทั้งในการพยายามให้คนอินเดียเข้าถึงการรักษาขั้นพื้นฐาน รวมไปถึงการทำให้ระบบสาธารณสุขเข้าถึงมาตรฐานระดับโลก ทำให้สามารถดึงดูดเม็ดเงินจากคนต่างชาติให้เข้ามารักษาสุขภาพได้ด้วย และนี่เป็นเพียงหนึ่งปัจจัยที่กำลังเป็นแรงผลักดันให้อินเดียมีความน่าสนใจและเมื่อราคาเหมาะสมก็น่าลงทุนสะสม

BBLAM แนะนำกองทุนในธีม The Rise of Asia

กองทุนลงทุนเอเชีย : B-ASIA หรือกองทุนลดหย่อนภาษี ได้แก่ B-ASIARMF และ B-ASIASSF

กองทุนลงทุนอินเดีย : B-BHARATA หรือกองทุนลดหย่อนภาษี ได้แก่ B-INDIAMRMF

กองทุนลงทุนอาเซียน : B-ASEAN หรือกองทุนลดหย่อนภาษี ได้แก่ B-ASEANRMF

กองทุนลงทุนเวียดนาม : B-VIETNAM หรือกองทุนลดหย่อนภาษี ได้แก่ B-VIETNAMRMF และ B-VIETNAMSSF

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.bblam.co.th/bualuang-insights/bblam-investment-insights/26-30-2023