เงินเยนของญี่ปุ่น อ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 18 เดือน หลังสื่อญี่ปุ่นว่า ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เผยกับสมาชิกพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) มีความตั้งใจจะยุบสภา ขณะที่ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นและรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ออกมาแสดงความกังวลต่อการอ่อนค่าของสกุลเงินในครั้งนี้
ค่าเงินเยนอ่อนค่าลง 0.5% แตะระดับ 158.91 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยแรงขายเร่งตัวขึ้น หลังสำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่นรายงานว่า นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรี ได้แจ้งกับแกนนำอาวุโสของพรรค LDP ว่าเธอตั้งใจจะยุบสภา เพื่อจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกจับตามองว่าเป็นการปลุกกระแส “Takaichi trade” กลับมาอีกครั้ง ซึ่งส่งผลกดดันตลาดพันธบัตรรัฐบาล และทำให้เงินเยนยังคงเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง

การอ่อนค่าของเงินเยนยังคงเพิ่มขึ้น แม้ว่า ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น เปิดเผยว่า เธอได้แสดงความกังวลต่อการอ่อนค่าของเงินเยนในทิศทางเดียว ในการประชุมกับสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ โดยคาตายามะกล่าวว่า “เบสเซนต์มีความกังวลในประเด็นเดียวกัน” โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังญี่ปุ่น ซึ่งเข้าร่วมการประชุมระบุว่า ทั้ง 2 ประเทศจะยังคงติดต่อประสานงานกันอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของค่าเงิน
ก่อนหน้านี้ เบสเซนต์เคยเรียกร้องให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อพยุงค่าเงินเยน โดยการประชุมครั้งนี้นำไปสู่การคาดการณ์ว่า คาตายามะกำลังมองหาสัญญาณไฟเขียวสำหรับการแทรกแซงตลาดเงินตรา
รินโตะ มารุยามะ นักกลยุทธ์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยจาก SMBC Nikko Securities กล่าวว่า “ความเสี่ยงในการเข้าแทรกแซงค่าเงิน น่าจะกลับมาเป็นประเด็นสำคัญอีกครั้ง” พร้อมระบุว่า ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐจะถูกจับตาอย่างใกล้ชิดในฐานะเส้นแทรกแซง
ทางการญี่ปุ่น เคยเข้าแทรกแซงตลาดมาแล้ว 4 ครั้งในปี 2024 เมื่อเงินเยนเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นจุดอ้างอิงสำหรับระดับความเคลื่อนไหวที่อาจมีการแทรกแซงในอนาคต โดยการที่คาตายามะเน้นย้ำถึงการเคลื่อนไหวในทิศทางเดียว สะท้อนถึงความกังวลต่อความผันผวนที่ไร้ระเบียบในตลาด ซึ่งเจ้าหน้าที่เคยระบุว่า อาจเป็นเงื่อนไขกระตุ้นให้มีการดำเนินการเพิ่มเติม โดยในเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา คาตายามะเคยระบุว่า ญี่ปุ่นมีอิสระเต็มที่ในการดำเนินมาตรการในตลาด หากเห็นว่ามีความจำเป็น หลังเงินเยนอ่อนค่าหลุดระดับ 157 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ
เงินเยนที่อ่อนค่าลงยังเสี่ยงเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้น ขณะที่ทาคาอิจิพยายามบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ด้วยการออกแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ซึ่งรวมถึงเงินอุดหนุนเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค
ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น จะรอจนถึงเดือนมิ.ย. ก่อนดำเนินการปรับนโยบายอีกครั้ง หลังปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. สู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 30 ปี อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของเงินเยนอย่างต่อเนื่อง อาจเพิ่มแรงกดดันให้ BOJ ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วขึ้น
ที่มา Bloomberg , สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย
