ผู้นำญี่ปุ่นเตรียมประกาศยุบสภา-เลือกตั้งก่อนกำหนด ย้ำความชอบธรรมรัฐบาลผสมชุดใหม่

ผู้นำญี่ปุ่นเตรียมประกาศยุบสภา-เลือกตั้งก่อนกำหนด ย้ำความชอบธรรมรัฐบาลผสมชุดใหม่

ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เตรียมประกาศยุบสภาและจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดในสมัยประชุมสภาที่จะเริ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะผู้นำทางการเมือง และโกยคะแนนเสียงจากประชาชนในการจัดตั้งรัฐบาลผสมชุดใหม่

ทาคาอิจิได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่จากพรรคร่วมรัฐบาลว่า จะเปิดเผยรายละเอียดการยุบสภาในวันที่ 19 ม.ค. ตามคำให้สัมภาษณ์ของชุนอิจิ ซูซูกิ เลขาธิการพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) และฮิโรฟุมิ โยชิมูระ หัวหน้าร่วมพรรค Japan Innovation Party (JIP) ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล โดยซูซูกิ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งล่าสุดจัดขึ้นภายใต้รัฐบาลผสม LDP–โคเมโตะ แต่ขณะนี้พันธมิตรได้เปลี่ยนไป และประชาชนยังไม่ได้ตัดสินต่อรัฐบาลผสมใหม่ พร้อมเสริมว่า ทาคาอิจิต้องการขอการรับรองจากสาธารณชนต่อแนวนโยบายสำคัญ เช่น การใช้นโยบายการคลังเชิงรุก และการทบทวนยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศของญี่ปุ่น

การยืนยันแผนเลือกตั้งครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังกระแสคาดการณ์ว่า ทาคาอิจิซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนต.ค. จะเร่งขอฉันทามติเพื่อผลักดันวาระการทูตเชิงแข็งกร้าวและนโยบายเศรษฐกิจแบบกระตุ้นการเติบโต อย่างไรก็ตาม แม้การคว้าชัยชนะเลือกตั้งครั้งนี้ ยังคงไม่แน่นอน แต่นักลงทุนมองว่า ทาคาอิจิมีแนวโน้มจะคว้าชัย และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ จะยังเดินหน้าขยายการใช้จ่ายภาครัฐเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันก็อาจช่วยชะลอจังหวะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)

ค่าเงินเยน แตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 18 เดือนเมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ผ่านมา ที่ระดับ 159.45 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะฟื้นตัวในเวลาต่อมา หลังซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีคลัง ออกมาเตือนนักเก็งกำไรค่าเงิน ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญญาณถึงความเป็นไปได้ของการแทรกแซงค่าเงิน โดยค่าเงินเยนแทบไม่ตอบสนองต่อข่าวเลือกตั้ง หลังมีรายงานข่าวคาดการณ์การยุบสภามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันอังคาร ขณะที่ตลาดหุ้นทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้งในวันพุธ

การเลือกตั้งอาจถูกประกาศอย่างเป็นทางการ ในวันเปิดสมัยประชุมรัฐสภา 23 ม.ค. และกำหนดวันลงคะแนนในวันที่ 8 ก.พ. หรือสัปดาห์ถัดไป โดยทาคาอิจิหวังใช้ช่วงที่คะแนนนิยมอยู่ในระดับสูง เพื่อฟื้นเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร และแสดงให้เห็นว่าเธอสามารถบริหารประเทศได้ในระยะยาว

อย่างไรก็ดี การตัดสินใจดังกล่าวมีความเสี่ยงเช่นกัน โดยชิเงรุ อิชิบะ อดีตนายกรัฐมนตรี เคยเลือกยุบสภาก่อนกำหนด และลงเอยด้วยการสูญเสียเสียงข้างมากของรัฐบาลผสม ขณะที่รัฐบาลผสมใหม่ระหว่าง LDP กับ JIP ยังไม่ผ่านบททดสอบการเลือกตั้ง และยังไม่มีข้อตกลงแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ อีกทั้งแม้ความนิยมส่วนตัวของทาคาอิจิจะสูงสุดในรอบกว่าทศวรรษ แต่คะแนนนิยมของพรรค LDP โดยรวมยังไม่ฟื้นตัวมากนัก

ทั้งนี้ ในปัจจุบัน รัฐบาลผสมร่วมกับ JIP และสมาชิกอิสระ ครองเสียงข้างมากด้วยคะแนนเพียงเล็กน้อยที่ 233 จากทั้งหมด 465 ที่นั่งในสภาล่าง โดย JIP มีฐานเสียงแข็งแกร่งในพื้นที่รอบโอซากา แต่ยังประสบความยากลำบากในการขยายฐานเสียงไปยังภูมิภาคอื่น

ขณะเดียวกัน พรรคขนาดเล็กอื่น ๆ เช่น พรรคประชาธิปไตยเพื่อประชาชน และซันเซโตะ ทำผลงานได้ดีในการเลือกตั้งช่วงที่ผ่านมา ทำให้ภาพรวมการแข่งขันมีความซับซ้อนมากขึ้น แม้ผลสำรวจชี้ว่า ทาคาอิจิสามารถดึงคะแนนนิยมกลับจากพรรคเหล่านี้ได้บางส่วน แต่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอาจไม่ตอบรับการเลือกตั้งก่อนกำหนด


ที่มา: Bloomberg , สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย