“คุมเยนหรือยีลด์” โจทย์หินรัฐบาล “ทาคาอิจิ” รับมือตลาดผันผวน ก่อนเลือกตั้งญี่ปุ่น

“คุมเยนหรือยีลด์” โจทย์หินรัฐบาล “ทาคาอิจิ” รับมือตลาดผันผวน ก่อนเลือกตั้งญี่ปุ่น

ความพยายามของซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ในการหาเสียงเลือกตั้งโดยไม่ทำให้ตลาดการเงินปั่นป่วนกำลังเผชิญความท้าทายท่ามกลางแรงกดดันจากตลาดที่เพิ่มขึ้น โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังญี่ปุ่นระบุว่า ปัญหาคือ หากมีการดำเนินการใดๆ เพื่อสกัดไม่ให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น จะยิ่งกดดันให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลง กระตุ้นเงินเฟ้อในภาคนำเข้า และเพิ่มแรงกดดันให้ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ การเข้าแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงินเยน จะเสี่ยงกระทบต่อการปรับขึ้นของตลาดหุ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดตลาดเพียงไม่กี่ตัวที่เอื้อต่อรัฐบาลทาคาอิจิก่อนถึงวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. นี้

แหล่งข่าวดังกล่าวยังระบุว่า ไม่ว่ารัฐบาลจะเลือกทางใด ก็ไม่มีทางออกที่สามารถแก้ปัญหาได้ทุกด้าน ในระยะนี้ รัฐบาลจึงพยายามรับมือความผันผวนของตลาดด้วยวาทกรรมที่แข็งกร้าว ควบคู่ไปกับแรงสนับสนุนจากสหรัฐฯ อีกเล็กน้อย

การหาเสียงอย่างเป็นทางการเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ขณะที่ ทาคาอิจิมุ่งรักษาเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ผลสำรวจความคิดเห็นที่จัดทำในช่วงสุดสัปดาห์ระบุว่า คะแนนนิยมของเธอยังคงอยู่ในระดับสูง แม้จะปรับลดลงเล็กน้อยในภาพรวม

การคาดการณ์เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ และญี่ปุ่นร่วมกันดำเนินการในตลาดปริวรรตเงินตราได้ช่วยหนุนค่าเงินเยนให้แข็งค่าขึ้น โดยยังไม่มีสัญญาณว่า การแทรกแซงจะเกิดขึ้นจริงแต่อย่างใด ขณะเดียวกัน การที่ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น และ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ออกมาเรียกร้องให้ตลาดพันธบัตรลดความกังวลลงนั้น ยังช่วยชะลอแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งขึ้นในช่วงดังกล่าวด้วย

เงินเยนแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 153.31 เยนต่อดอลลาร์ในวันจันทร์ จาก 159.23 เยนในวันศุกร์ หลังมีการคาดการณ์ว่ากระทรวงการคลังได้ติดต่อกับนักลงทุน รวมถึงรายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐสาขานิวยอร์กได้ขอให้ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเงินเยนซื้อขายอยู่ที่ราว 154.15 เยนต่อดอลลาร์ในเช้าวันนี้ที่กรุงโตเกียว

ด้านนักวิเคราะห์จาก Lombard Odier ระบุว่า การหาจุดสมดุลที่เหมาะสมระหว่างการบริหารค่าเงินเยนและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะทำได้ง่ายขึ้นหลังจากมีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายหลังการเลือกตั้ง และงบประมาณประจำปีผ่านความเห็นชอบแล้ว โดยหัวใจสำคัญในช่วงนี้ คือ การรักษาเสถียรภาพในช่วง 2–3 สัปดาห์ข้างหน้า เขากล่าวว่า “รัฐบาลญี่ปุ่นหวังใช้เครื่องมือเชิงนโยบาย เพื่อทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นและค่าเงินเยนมีเสถียรภาพ แต่การทำทั้งสองอย่างพร้อมกันไม่ใช่เรื่องง่าย”

นักลงทุนเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้นกับแนวโน้มสถานะการคลังของญี่ปุ่นในระยะยาว หลังทาคาอิจิส่งสัญญาณพร้อมใช้นโยบายการคลังแบบขยายตัวมากขึ้น เพื่อกระตุ้นเงินเฟ้อจากฝั่งอุปสงค์ แผนการลดภาษีอาหารเป็นเวลา 2 ปีที่เสนอนั้นได้สร้างความกังวลในตลาดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้น และนำไปสู่การสื่อสารจากรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ส่งสัญญาณซ้ำๆ ว่า BOJ จำเป็นต้องเร่งปรับนโยบายให้เร็วขึ้น การหารือระหว่างเบสเซนต์กับคาตายามะยิ่งกระตุ้นการคาดการณ์ว่าสหรัฐฯ ต้องการให้ญี่ปุ่นดำเนินการมากขึ้นเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดพันธบัตร

ที่มา Bloomberg, สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย