IMF เตือนญี่ปุ่นคุมวินัยการคลัง เลี่ยงลดภาษีท่ามกลางดอกเบี้ยขาขึ้น

IMF เตือนญี่ปุ่นคุมวินัยการคลัง เลี่ยงลดภาษีท่ามกลางดอกเบี้ยขาขึ้น

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนญี่ปุ่น ระมัดระวังการปรับลดภาษีการขาย (Sales Tax) ในช่วงที่ต้นทุนการกู้ยืมของหนี้สาธารณะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า หลังซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรี เตรียมเร่งพิจารณามาตรการระงับการเก็บภาษีสินค้าในหมวดอาหารเป็นการชั่วคราว

รายงานประเมินภาวะเศรษฐกิจญี่ปุ่นประจำปี 2025 ของ IMF ระบุว่า ญี่ปุ่นควรเลี่ยงการลดภาษีบริโภค ซึ่งเป็นมาตรการที่ไม่เจาะกลุ่มเป้าหมายชัดเจน และอาจบั่นทอนพื้นที่และเพิ่มความเสี่ยงด้านการคลัง

ราหุล อนันด์ หัวหน้าคณะผู้แทน IMF ประจำญี่ปุ่น กล่าวว่า ญี่ปุ่นไม่ควรผ่อนคลายนโยบายการคลังในช่วงที่ภาระดอกเบี้ยหนี้และค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งจะซ้ำเติมระดับหนี้สาธารณะของประเทศที่สูงอยู่แล้ว ซึ่งส่วนหนึ่งที่ทำให้ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้นนั้น มาจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) โดย IMF คาดว่า ญี่ปุ่นจะปรับขึ้นดอกเบี้ยสองครั้งในปีนี้ และอีกหนึ่งครั้งในปี 2027 สู่ระดับเป็นกลางที่ 1.5%

ทั้งนี้ ทาคาอิจิเตรียมเร่งกระบวนการพิจารณาระงับการจัดเก็บภาษีอาหารเป็นเวลา 2 ปี ตามที่ให้คำมั่นเมื่อช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ก่อนจะยืนยันเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนในเวลาต่อมาว่า มาตรการนี้ไม่จำเป็นต้องออกพันธบัตรเพิ่มเติมเพื่อชดเชยรายได้ที่คาดว่าจะหายไปราว 5 ล้านล้านเยน (ประมาณ 32,700 ล้านดอลลาร์) ต่อปี

ทั้งนี้ IMF มองว่า การจำกัดขอบเขตมาตรการเฉพาะสินค้าหมวดอาหารและกรอบเวลาที่แน่ชัดจะช่วยจำกัดผลกระทบทางการคลัง ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้ใช้แนวทางที่สมดุลต่องบประมาณ และมุ่งช่วยเหลือครัวเรือนและภาคธุรกิจที่เปราะบางโดยตรง

ส่วนภาพรวมนโยบายการคลัง IMF แนะนำให้ญี่ปุ่นจัดทำกรอบวินัยการคลังระยะกลาง โดยมีเป้าหมายทางการคลังที่ชัดเจน ด้านทาคาอิจิ ระบุว่า รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการลดสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ซึ่งถือเป็นการลดความสำคัญของเป้าหมายเดิมในการทำให้ดุลการคลังเบื้องต้นกลับมาเกินดุล ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่เข้มงวดกว่า


ที่มา: Bloomberg, สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย