OPEC ระส่ำ! UAE เตรียมโบกมือลาพ.ค. นี้ เดินหน้าเพิ่มกำลังผลิตระยะยาว

OPEC ระส่ำ! UAE เตรียมโบกมือลาพ.ค. นี้ เดินหน้าเพิ่มกำลังผลิตระยะยาว

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เตรียมถอนตัวจากการเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ (OPEC) และกลุ่มพันธมิตร (OPEC+) มีผลวันที่ 1 พ.ค. หลังเป็นสมาชิกเกือบ 60 ปี โดยให้เหตุผลว่า การตัดสินใจในครั้งนี้จะช่วยเสริมความคล่องตัวในการผลิตและสามารถตอบสนองความต้องการพลังงานโลกที่เพิ่มขึ้นในระยะยาวได้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของ UAE กล่าวว่า การที่ไม่ต้องมีพันธะภายใต้ข้อตกลงของกลุ่มจะช่วยให้ประเทศมีความคล่องตัวมากขึ้น

ด้านนักวิเคราะห์ ซอล คาโนวิค หัวหน้าฝ่ายวิจัยพลังงานจาก MST Financial มองว่า นี่คือ จุดเริ่มต้นแห่งการสิ้นสุดของกลุ่ม OPEC เพราะเมื่อ UAE ถอนตัวออกไป OPEC จะสูญเสียกำลังการผลิตไปประมาณ 15% และยังเป็นการสูญเสียหนึ่งในสมาชิกที่ปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัดไปด้วย

สำนักข่าว BBC รายงานว่า การถอนตัวของ UAE ถือเป็นชัยชนะของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเคยวิจารณ์ OPEC ว่าเอาเปรียบทั่วโลก โดยเมื่อเดือนม.ค ที่ผ่านมา ผู้นำสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้ซาอุดีอาระเบียและประเทศสมาชิก OPEC อื่นๆ ลดราคาน้ำมันลง พร้อมทั้งเดินหน้ากดดดันโดยใช้มาตรการทางภาษีมาขู่ การออกจากการเป็นสมาชิกในครั้งนี้ ยังปูทางไปสู่การกระชับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่าง UAE กับสหรัฐฯ

ทางด้านธนาคารโลก (World Bank) ได้ออกมาเตือนในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันว่า สงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันทั่วโลกลดลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ และคาดว่า ราคาพลังงานจะพุ่งสูงขึ้นเฉลี่ยประมาณ 25% ในปีนี้ ขณะที่ การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อาจต้องใช้เวลานานถึง 6 เดือนกว่าจะกลับเข้าสู่ระดับก่อนเกิดสงคราม ซึ่งการตัดสินใจออกจากกลุ่ม OPEC จะยังไม่ส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานโลกในทันที เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดอยู่ แต่ในระยะยาวอาจนำไปสู่การเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันได้

นักเศรษฐศาสตร์ ให้ความเห็นว่า UAE ได้ลงทุนมหาศาล เพื่อขยายกำลังการผลิต และมีความต้องการที่จะเพิ่มการผลิตน้ำมันมาเป็นเวลานานแล้ว

เดวิด อ็อกซ์ลีย์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ด้านภูมิอากาศและสินค้าโภคภัณฑ์ของ Capital Economics กล่าวว่า การตัดสินใจครั้งนี้อาจทำให้ราคาน้ำมันลดลง แต่จะส่งผลให้ตลาดมีความผันผวนสูงขึ้นในทศวรรษหน้า เพราะแม้ UAE จะมีสัดส่วนการผลิตไม่มากเมื่อเทียบกับทั่วโลก แต่จะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงหากมีสมาชิกรายอื่นออกจากกลุ่ม หรือหากประเทศอย่างรัสเซียและซาอุดีอาระเบียตัดสินใจเร่งผลิตน้ำมันเพื่อตอบโต้

ดร. แคโรล นัคห์เล่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Crystol Energy และเลขาธิการ Arab Energy Club ให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า การตัดสินใจของ UAE ได้มีการเตรียมการและวางแผนมานานแล้ว ซึ่ง UAE ได้ดำเนินนโยบายเพิ่มกำลังการผลิตอย่างจริงจัง แต่ที่ผ่านมา รู้สึกเหมือนถูกจำกัด เนื่องจากโควตาการผลิตของกลุ่ม โดยเฉพาะเมื่อมีสมาชิกบางรายไม่ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ท่าทีของอิหร่านในฐานะสมาชิก OPEC น่าจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่การตัดสินใจของ UAE ในครั้งนี้ด้วย

ข้อมูลล่าสุดจาก OPEC ระบุว่า UAE ผลิตน้ำมันได้ 2.9 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2024 ขณะที่ ซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นผู้นำกลุ่ม ผลิตได้ 9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ด้านผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า การออกจากกลุ่ม OPEC จะทำให้ UAE สามารถเพิ่มการผลิตน้ำมันได้อีกประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ที่มา: BBC, สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย