ภาคธนาคารของญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ หลังข้อมูลล่าสุดชี้ว่า สินเชื่อคงค้างเติบโตเร็วกว่าฐานเงินฝาก อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการเปลี่ยนจากยุคเงินฝืดที่ธนาคารญี่ปุ่นคุ้นชินมานานไปสู่สภาพแวดล้อมทางการเงินที่ตึงตัวขึ้น ประเด็นนี้ไม่เพียงกระทบต่อกำไรและต้นทุนเงินทุนของธนาคารพาณิชย์เท่านั้น แต่ยังอาจส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงตลาดการเงินในเอเชียด้วย
ข้อมูลจากธนาคารกลางญี่ปุ่น ระบุว่า สินเชื่อคงค้างของธนาคารญี่ปุ่นทุกแห่งเพิ่มขึ้น 5.4% เมื่อเทียบรายปีในเดือนเมษายน ขณะที่ เงินฝากเพิ่มขึ้นเพียง 1.9% หากไม่นับช่วงที่ธุรกิจเร่งกู้ในช่วงโควิด การขยายตัวของสินเชื่อครั้งนี้ถือว่าสูงที่สุด นับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในปี 2001 ซึ่งสะท้อนแรงหนุนจากความต้องการกู้ยืมในระบบเศรษฐกิจที่กลับมาคึกคักมากขึ้น
รายได้ดอกเบี้ยดีขึ้น แต่ต้นทุนระดมทุนเริ่มเป็นโจทย์ใหญ่
ธนาคารชั้นนำ อย่าง Sumitomo Mitsui Financial Group Inc. (SMFG), Mitsubishi UFJ Financial Group Inc. (MUFG) และ Mizuho Financial Group Inc. ได้ประโยชน์จากการปล่อยสินเชื่อที่ขยายตัว เพราะช่วยหนุนรายได้ดอกเบี้ยและผลตอบแทนจากพอร์ตสินทรัพย์ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ธนาคารต้องเผชิญแรงกดดันมากขึ้นหากเงินฝากขยายตัวไม่ทันความต้องการปล่อยกู้
เมื่อฐานเงินฝากโตช้ากว่าสินเชื่อ ธนาคารอาจต้องปรับกลยุทธ์โดย ชะลอการปล่อยกู้ หรือหันไปใช้แหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนสูงกว่า เช่น การออกตราสารหนี้ หรือการใช้รูปแบบ asset-turnover model เพื่อบริหารสภาพคล่องและโครงสร้างเงินทุนให้สมดุลมากขึ้น ภาวะเช่นนี้มักกดดันส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิและอาจทำให้การแข่งขันดึงดูดเงินฝากรุนแรงขึ้นในระยะต่อไป
SMFG ส่งสัญญาณคุมการเติบโตสินเชื่อ
SMFG ระบุชัดว่า จะ ชะลออัตราการเติบโตของสินเชื่อในช่วง 3 ปีข้างหน้า พร้อมตั้งเป้าเพิ่มเงินฝากในประเทศอีก 7 ล้านล้านเยน และคุมการเติบโตของสินเชื่อไว้ที่ 3 ล้านล้านเยน ทิศทางดังกล่าวสะท้อนว่า ธนาคารญี่ปุ่นเริ่มให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพของเงินทุนมากกว่าการเร่งขยายสินเชื่อเพียงอย่างเดียว
แนวโน้มนี้ยังสอดคล้องกับสภาวะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นทยอยปรับนโยบายการเงินจากเดิมที่ผ่อนคลายยาวนาน ส่งผลให้ต้นทุนเงินทุนและความอ่อนไหวต่อสภาพคล่องกลับมาเป็นประเด็นสำคัญอีกครั้ง สำหรับธนาคารขนาดใหญ่ ความสามารถในการรักษาฐานเงินฝาก จึงกลายเป็นปัจจัยชี้วัดคุณภาพธุรกิจที่สำคัญไม่แพ้การเติบโตของสินเชื่อ
มุมมองนักลงทุน: หุ้นแบงก์ เงินฝาก และสินทรัพย์ทางเลือก
สำหรับนักลงทุน ข่าวนี้เป็นสัญญาณให้จับตาธนาคารที่มี ฐานเงินฝากแข็งแรง และมีโครงสร้างเงินทุนยืดหยุ่น เพราะจะรับมือกับต้นทุนระดมทุนที่สูงขึ้นได้ดีกว่า ขณะเดียวกัน การที่สภาพคล่องตึงตัวขึ้นอาจทำให้ความต้องการลงทุนใน private credit และ ตราสารหนี้เอกชน เพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้กู้มองหาแหล่งเงินทุนทางเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่าเดิม
ในภาวะที่ต้นทุนเงินทุนมีแนวโน้มสูงขึ้น สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงอย่าง ทองคำ และ บอนด์คุณภาพดี อาจกลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุนอีกครั้ง โดยเฉพาะหากตลาดเริ่มกังวลว่าแรงตึงตัวในระบบธนาคารจะส่งผลต่อการปล่อยสินเชื่อและการขยายตัวทางเศรษฐกิจในวงกว้าง
โดยสรุป ภาพรวมของธนาคารญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนจากการใช้เงินฝากล้นระบบไปสู่ยุคที่ต้องบริหารเงินทุนอย่างระมัดระวังมากขึ้น การเติบโตของสินเชื่อที่เร็วเกินฐานเงินฝาก จึงไม่ใช่เพียงตัวเลขเชิงบัญชี แต่เป็นสัญญาณสำคัญต่อทิศทางกำไร สภาพคล่อง และความเสี่ยงของภาคการเงินในระยะถัดไป
ที่มา: สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

