
คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวว่า โลกจำเป็นต้องสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจและสถาบันที่แข็งแกร่งมากพอ เพื่อรับมือกับแรงกระแทกจากวิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
กอร์เกียวา ให้สัมภาษณ์ในรายการพอดแคสต์ของบลูมเบิร์ก โดยแสดงความกังวลว่า “โลกยังไม่ได้ตระหนักอย่างเต็มที่ว่านี่คือ สภาพแวดล้อมใหม่ที่เราต้องเผชิญ เราจะไม่ได้กลับไปอยู่ในโลกที่ปราศจากวิกฤต หรือแรงกระแทกอีกต่อไป”
เธอยังระบุว่า หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้น คือ การแพร่หลายของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และผลกระทบต่อตลาดแรงงานและเศรษฐกิจของประเทศ โดยยอมรับว่า องค์กรต่าง ๆ รวมถึง IMF เคยประเมินผลกระทบด้านความเหลื่อมล้ำที่เกิดจากโลกาภิวัตน์ต่ำเกินไป และไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดซ้ำรอยเดิมกับเรื่อง AI
“พวกเราทุกคน รวมถึง IMF ไม่ได้ตระหนักมากพอถึงกระแสต่อต้านโลกาภิวัตน์ที่เกิดขึ้น เพราะแม้เศรษฐกิจโลกโดยรวมจะเติบโตดีขึ้น แต่หลายชุมชนกลับสูญเสียงานและถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โดยไม่ได้รับความสนใจมากเพียงพอ” กอร์เกียวา กล่าว
ทั้งนี้ IMF จะทบทวนและปรับประมาณการเศรษฐกิจโลกรอบใหม่ในเดือนก.ค. หลังจากปรับลดคาดการณ์การเติบโตในเดือนเม.ย. เนื่องจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ IMF ยังส่งสัญญาณเตรียมกลับมาประเมินเศรษฐกิจรัสเซีย ภายใต้กรอบ Article IV อีกครั้งในอนาคต หลังระงับการจัดทำรายงานดังกล่าว นับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครน โดยก่อนหน้านี้ IMF เคยมีแผนรื้อฟื้นกระบวนการดังกล่าวในปี 2024 แต่ตัดสินใจเลื่อนออกไป ท่ามกลางข้อถกเถียงจากหลายประเทศในยุโรป ซึ่งเคยตั้งคำถามกับกอร์เกียวาว่า การเข้าไปข้องเกี่ยวกับรัสเซียในประเด็นเศรษฐกิจอาจถูกมองว่า เป็นการสร้างความชอบธรรมให้กับความพยายามของรัสเซียในการหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร
“มันเป็นช่วงเวลาที่ซับซ้อนมาก เพราะยังคงมีการโจมตีเกิดขึ้นจากทั้งสองฝ่าย เราจึงตัดสินใจเลื่อนออกไปก่อน เราจำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลด้านการค้า นำเข้า และส่งออก แต่รัสเซียไม่ค่อยเต็มใจที่จะเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ แต่ในอนาคต เราจะกลับมาประเมินเศรษฐกิจรัสเซียตามปกติอีกครั้ง” กอร์เกียวา กล่าว แต่ไม่ได้เปิดเผยกรอบเวลาที่ชัดเจน
ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งผู้นำ IMF มาตั้งแต่ปี 2019 กอร์เกียวาต้องรับมือกับเหตุการณ์สำคัญหลายครั้ง ทั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19, สงครามในยูเครน, ความปั่นป่วนจากมาตรการภาษีการค้า และล่าสุด คือ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่ IMF มีศักยภาพในการปล่อยกู้เกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ และหน้าที่สำคัญในฐานะผู้นำ IMF คือการทำให้ประเทศสมาชิกทั้ง 191 ประเทศร่วมมือกัน เพื่อประโยชน์ของเศรษฐกิจโลกโดยรวม
ที่มา: Bloomberg, สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

