ยอดออกหุ้นกู้ทั่วโลกครึ่งปีแรกทุบสถิติ แตะ 3.68 ล้านล้านดอลล์ รับลงทุน AI – ตลาดเริ่มกังวลก่อหนี้พุ่ง

ยอดออกหุ้นกู้ทั่วโลกครึ่งปีแรกทุบสถิติ แตะ 3.68 ล้านล้านดอลล์ รับลงทุน AI – ตลาดเริ่มกังวลก่อหนี้พุ่ง

มูลค่าการออกหุ้นกู้ทั่วโลกช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ อยู่ที่ 3.68 ล้านล้านดอลลาร์ ทำสถิติสูงสุดสำหรับช่วงครึ่งปีแรกจากการระดมทุนเพื่อขยายการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่ความกังวลต่อการก่อหนี้ที่เพิ่มขึ้นทำให้นักลงทุนต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้นเช่นกัน

ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า มูลค่าการออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปี 2025 ซึ่งเป็นสถิติเดิมในช่วงครึ่งปีแรกนับตั้งแต่มีการจัดเก็บข้อมูลในปี 2000 โดยมูลค่าของการออกหุ้นกู้ในปีนี้ ยังเพิ่มขึ้นจากที่เคยลงไปแตะระดับต่ำสุดในปี 2022 ถึง 50% ขณะที่จำนวนดีลการออกหุ้นกู้ลดลง 12% เมื่อเทียบรายปี มาอยู่ที่ 10,408 รายการ สะท้อนว่าการระดมทุนแต่ละครั้งมีขนาดใหญ่ขึ้น

นอกจากหุ้นกู้แล้ว บริษัททั่วโลกยังระดมทุนผ่านตราสารประเภทอื่น อาทิ หุ้นสามัญและหุ้นกู้แปลงสภาพ รวมมูลค่า 470,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทำสถิติสูงสุดเป็นอันดับสองของช่วงครึ่งปีแรก รองจากปี 2021

Big Tech สหรัฐฯ พาเหรดระดมทุน

สิ่งที่น่าสังเกตคือ การออกหุ้นกู้ขนาดใหญ่กระจุกตัวในสหรัฐฯ มากขึ้น โดยมีสัดส่วนเกิน 30% ของมูลค่าการออกหุ้นกู้ทั่วโลกเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี โดยมีดีลใหญ่สุดคือ การออกหุ้นกู้ของ Amazon มูลค่า 36,800 ล้านดอลลาร์ในเดือนมี.ค. รวมถึงการออกหุ้นกู้สกุลยูโรของบริษัท ส่งผลให้มูลค่าการระดมทุนรวมกันอยู่ที่ 54,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับนำเงินไปลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์และ AI

ขณะที่ Meta และ Nvidia ออกหุ้นกู้รายละประมาณ 25,000 ล้านดอลลาร์ โดย Nvidia เตรียมนำเงินที่ได้ไปลงทุนพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง

รายงานของ Bank of America ล่าสุดระบุว่า มูลค่าการออกหุ้นกู้ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI ทั่วโลกนับตั้งแต่ต้นปี 2026 อยู่ที่ 220,000 ล้านดอลลาร์

ญี่ปุ่นส่งสัญญาณคึกคัก 

การออกหุ้นกู้เพื่อขับเคลื่อนการลงทุนด้าน AI ยังขยายตัวไปสู่ประเทศอื่น ๆ อาทิ ญี่ปุ่น โดย SoftBank Group ออกหุ้นกู้สกุลดอลลาร์และยูโรมูลค่า 570,000 ล้านเยน หรือประมาณ 3,490 ล้านดอลลาร์ ในเดือนเม.ย. เพื่อรองรับการลงทุนใน OpenAI ขณะที่ Panasonic Holdings ได้ออกหุ้นกู้สกุลดอลลาร์มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ในเดือนนี้

นักลงทุนกังวลหนี้พุ่ง เรียกร้องผลตอบแทนสูงขึ้น

การออกหุ้นกู้ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนั้น สร้างความกังวลให้กับตลาด โดยเมื่อ Amazon ประกาศออกหุ้นกู้เพิ่มเติมมูลค่า 25,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนนี้ ขณะที่ส่วนต่าง Credit Spread ระหว่างหุ้นกู้ Amazon และบริษัทในกลุ่ม Hyperscaler รายอื่น ๆ ขยายตัวอย่างรวดเร็ว จากราว 1.2% เป็น 1.4%

ด้านนักลงทุนเริ่มเรียกร้องผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยง โดยนักวิเคราะห์บางส่วนเริ่มตั้งข้อสังเกตว่า การลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์จะสร้างผลตอบแทนได้ตามที่คาดหวังหรือไม่ โดยในไตรมาสแรกของปีนี้ เงินลงทุนของ Amazon, Alphabet, Microsoft และ Meta สูงกว่ากำไรจากธุรกิจหลักเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2020

Oracle ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือจากภาระลงทุน AI

รายงานประจำปีของ Oracle ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนมิ.ย. ระบุถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการขาดทุนจากการลงทุนด้าน AI โดยมีปัจจัยเสี่ยงหลัก ได้แก่ ความล่าช้าในการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ และลูกค้ารายใหญ่ไม่ใช้บริการหลังโครงการแล้วเสร็จ

ด้าน S&P Global Ratings ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือหุ้นกู้ระยะยาวของ Oracle ลงสู่ระดับ BBB- ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในกลุ่ม Investment grade โดยให้เหตุผลว่าการลงทุนด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ภาระหนี้ของบริษัทสูงขึ้น

หวั่นฟองสบู่ AI สะเทือนเสถียรภาพการเงิน- Goldman Sachs ชี้เกมนี้ “ผู้ชนะกินรวบ”

การที่ตลาดการเงินให้น้ำหนักกับธุรกิจ AI มากขึ้นกำลังเพิ่มความเปราะบางให้กับระบบการเงิน

ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ระบุว่า “เสถียรภาพทางการเงินอาจเผชิญความเสี่ยงเช่นกัน หากเกิดภาวะฟองสบู่ AI แตก ตลาดตราสารหนี้เป็นหนึ่งในจุดเปราะบางที่เห็นได้ชัด”

ด้านจอห์น วอลดรอน ประธาน Goldman Sachs ให้สัมภาษณ์ว่า การระดมทุนเพื่อพัฒนา AI เป็นการแข่งขันในลักษณะ “ผู้ชนะกินรวบ” โดยบริษัทขนาดใหญ่สามารถเข้าถึงตลาดทุนได้ดีกว่า จึงมีศักยภาพในการระดมเงินลงทุนและนำเงินไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าคู่แข่งรายเล็ก

ที่มา: Nikkei Asia, สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย