กองทุนเปิดบัวหลวงเพิ่มพูน (B-ENHANCED)

กองทุนเปิดบัวหลวงเพิ่มพูน (B-ENHANCED)

ภาพรวมตลาด ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีการประชุมในวันที่ 2 – 3 พ.ย. ที่ผ่านมามีมติเป็นเอกฉันท์ (11 – 0) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย Federal Funds Rate ไว้ที่กรอบ 0 – 0.25% ตามการคาดการณ์ของตลาด Fed ยังระบุเช่นเดิมว่าจะคงอยู่ที่ระดับดังกล่าวจนกว่าตลาดแรงงานจะอยู่ในระดับที่คณะกรรมการประเมินว่าเป็นระดับการจ้างงานเต็มอัตรา (Full Employment) และเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 2% และเกินระดับดังกล่าวพอสมควร (Exceed moderately) เป็นระยะเวลาหนึ่ง (For some time) โดยนาย Powell ระบุว่า Fed ยังไม่คิดว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากยังต้องการให้ตลาดแรงงานฟื้นตัวต่อ แต่ก็ระบุเสริมว่า Fed สามารถที่จะอดทนรอได้ แต่หากมีความจำเป็น ก็พร้อมที่จะดำเนินการทันการ ทั้งนี้ ประธาน Fed พยายามกล่าวอย่างชัดเจนว่าการทำ Asset […]

กองทุนเปิดบัวหลวงเพิ่มพูน (B-ENHANCED)

กองทุนเปิดบัวหลวงเพิ่มพูน (B-ENHANCED)

ภาพรวมตลาด ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติคงนโยบายการเงินในการประชุมในวันที่ 27 – 28 ก.ค. โดยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย Federal Funds Rate ไว้ที่ระดับต่ำ 0 – 0.25% และระบุเช่นเดิมว่าจะคงอยู่ที่ระดับดังกล่าวจนกว่าตลาดแรงงานจะอยู่ในระดับที่คณะกรรมการประเมินว่าเป็นระดับการจ้างงานเต็มศักยภาพและเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 2% และเกินระดับดังกล่าวพอสมควรเป็นระยะเวลาหนึ่ง นอกจากนี้ ยังคงวงเงินการเข้าซื้อสินทรัพย์ (QE) อย่างน้อย 1.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน พร้อมทั้งระบุว่าจะเข้าซื้อไปจนกว่าจะเห็นพัฒนาการที่ชัดเจนว่าการจ้างงานจะกลับเข้าสู่ระดับที่คณะกรรมการประเมินว่าเป็นการจ้างงานเต็มศักยภาพและเงินเฟ้อเข้าสู่เป้าหมาย ซึ่งสอดคล้องกับที่นายเจอโรม พาวเวล ประธาน Fed กล่าวในแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อสภาคองเกรสในวันที่ 15 ก.ค. ว่า Fed จะยังคงเดินหน้าซื้อสินทรัพย์ (QE) ที่ระดับ 1.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน และจะยังไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยมองว่าอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวจากการเปิดเศรษฐกิจและจะปรับตัวลดลงเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ อีกทั้งตลาดแรงงานยังคงปรับตัวต่ำกว่าระดับก่อนเกิด COVID-19 ดังนั้น เศรษฐกิจสหรัฐฯ จึงยังคงห่างไกลจากเป้าหมายของ Fed […]

กองทุนเปิดบัวหลวงเพิ่มพูน (B-ENHANCED)

กองทุนเปิดบัวหลวงเพิ่มพูน (B-ENHANCED)

ภาพรวมตลาด การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐฯ (FOMC) ในวันที่ 27 – 28 เม.ย. ที่ผ่านมา มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.00-0.25% และเน้นย้ำว่าเศรษฐกิจยังคงมีความผันผวนจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของ COVID-19 จึงต้องดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไปเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเพื่อให้มีการจ้างงานเต็มประสิทธิภาพและอัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 2% และเกินระดับดังกล่าวพอสมควรเป็นระยะเวลาหนึ่ง นอกจากนี้ Fed จะยังคงซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในระดับอย่างน้อย 120,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนเช่นเดิม แบ่งเป็นการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ วงเงิน 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน และซื้อตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันการจำนอง (MBS) ในวงเงิน 40,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะยาวของภาคเอกชนอยู่ในระดับต่ำต่อไป ทั้งนี้ ถึงแม้นายพาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ แถลงว่า ยังไม่มีแผนการลดปริมาณการซื้อพันธบัตร แต่ตลาดเริ่มมีมุมมองภายหลังจากการประชุมว่าการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (non-farm payroll) รวมถึงอัตราเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นเกินกว่าเป้าหมายภายในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้ Fed สามารถเริ่มส่งสัญญาณการลดปริมาณการซื้อพันธบัตรได้ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงนโยบายการเงินเดิมตามคาด […]

กองทุนเปิดบัวหลวงเพิ่มพูน (B-ENHANCED)

กองทุนเปิดบัวหลวงเพิ่มพูน (B-ENHANCED)

ประเด็นเด่นในตลาดตราสารหนี้ ในปีที่ผ่านมานับว่าเป็นปีที่หนักสำหรับตลาดตราสารหนี้ไทยที่ต้องเผชิญกับความผันผวนตลอดทั้งปี 2563 เนื่องจากการระบาดของไวรัส Covid-19 ทั่วโลก อีกทั้งยังมีสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้น และยังไม่มีแนวทางการรักษาอย่างแน่ชัด รวมทั้งยังไม่มีวัคซีนที่เพียงพอ จนก่อให้เกิดปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจและตลาดการเงิน ทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกต่างลดดอกเบี้ยลงมาในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อเศรษฐกิจในช่วงวิกฤติ โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ มีการดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงรุกด้วยการลดดอกเบี้ยนโยบายจาก 1.50% ต่อปี เหลือ 0.00% ต่อปี และประกาศทำอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบการเงิน หรือ QE แบบไม่จำกัดวงเงิน ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกปรับตัวลงต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ รวมถึงอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลไทยด้วยเช่นกัน โดยอัตราผลตอบแทนปรับลดลงทุกช่วงอายุนับจากต้นปี หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงจาก 1.25% มาเป็น 0.75% ต่อปี และลงมาต่ำสุดเหลือ 0.5% ต่อปี  เพราะสถานการณ์การของ Covid-19 ยังไม่ดีขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยในเดือน ม.ค. 2564 ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงไม่เกิน +10 bp เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนก่อน โดยอัตราผลตอบแทนปรับเพิ่มขึ้นมากในพันธบัตรอายุ 4-5 ปี และ […]

กองทุนเปิดบัวหลวงเพิ่มพูน (B-ENHANCED)

กองทุนเปิดบัวหลวงเพิ่มพูน (B-ENHANCED)

ประเด็นเด่นในตลาดตราสารหนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่ผ่านมาอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกค่อนข้างผันผวนและปรับตัวลดลงทุกช่วงอายุจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกหดตัวอย่างรุนแรง รัฐบาลและธนาคารกลางในหลายๆ ประเทศเร่งออกมาตรการสนับสนุนต่างๆ และดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ทั้งการลดดอกเบี้ยและการอัดฉีดสภาพคล่องอย่างต่อเนื่อง โดยภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มคลี่คลาย หลายประเทศเริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองทำให้เศรษฐกิจโลกมีสัญญาณฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด (bottoming out) และนักลงทุนเริ่มกลับมาถือสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มมากขึ้น ในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปี 2563 นักลงทุนยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและความผันผวนในตลาดการเงิน ได้แก่ ความเสี่ยงจากการกลับมาระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในประเทศต่างๆ ทำให้ภาครัฐอาจต้องเลื่อนการเปิดเมืองหรืออาจต้องกลับไปใช้มาตรการปิดเมืองอีกครั้ง และก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยความกังวลนี้จะทยอยคลี่คลายเมื่อมีการแจกจ่ายวัคซีนเป็นการทั่วไป ความต่อเนื่องและการเปลี่ยนแปลงขนาดของมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐยังคงมีความไม่แน่นอน จากข้อจำกัดในด้านต่างๆ อาทิ ความสามารถในการก่อหนี้ และงบประมาณคงเหลือ เป็นต้น การเคลื่อนย้ายเงินลงทุนซึ่งมีแนวโน้มจะไหลเข้าสู่กลุ่มประเทศเกิดใหม่และแนวโน้มการแข็งค่าของเงินบาทจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และการปรับเพิ่มขึ้นของราคาทองคำ ด้านธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ในวันที่ 4 พ.ย.นี้ ไม่มีการปรับเปลี่ยนนโยบายตามคาด โดยยังคงดอกเบี้ยใน range 0 – 0.25% ขณะที่มองว่าความเห็นต่อนโยบาย และมุมมองต่อเศรษฐกิจจาก FOMC ไม่มีอะไรใหม่ แม้จะยังคงอยู่ใน stance ผ่อนปรนมาก […]

กองทุนเปิดบัวหลวงเพิ่มพูน (B-ENHANCED)

กองทุนเปิดบัวหลวงเพิ่มพูน (B-ENHANCED)

ประเด็นเด่นในตลาดตราสารหนี้ “อัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะมีความผันผวนตามปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะปัจจัยที่เกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 การดำเนินนโยบายทางการเงินและการคลังของภาครัฐ ปริมาณพันธบัตรรัฐบาล(Bond supply) ความผันผวนในตลาดการเงินโลก อัตราแลกเปลี่ยน และเงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาดตราสารหนี้” ด้านธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ในช่วงปลายเดือน คณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.00 – 0.25% พร้อมส่งสัญญาณว่าจะผ่อนคลายมาตรการเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและจำกัดผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะยาว และชี้ว่าจะยังคงเพิ่มการถือครองพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน (MBS) อย่างน้อยในระดับปัจจุบัน นอกจากนี้ยังขยายเวลาการทำธุรกรรม Swap Line และ Repo Facility ออกไปจนถึง 31 มี.ค. 2564 เพื่อรักษาสภาพคล่องเงินดอลลาร์สหรัฐ และขยายระยะเวลามาตรการช่วยเหลือด้านสภาพคล่องไปอีก 3 เดือนไปสิ้นสุด ณ สิ้นปี 2563 นายพาวเวล ประธาน FED ประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะหดตัวรุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสที่ 2 และจะเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อลดลงจากเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ทั้งนี้ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเริ่มชะลอลงเมื่อการระบาดรุนแรงขึ้นอีกครั้งในเดือนมิถุนายน แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปความรุนแรงของผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ด้านยุโรป ธนาคารกลางยุโรป (ECB) […]

กองทุนเปิดบัวหลวงเพิ่มพูน (B-ENHANCED)

กองทุนเปิดบัวหลวงเพิ่มพูน (B-ENHANCED)

ประเด็นเด่นในตลาดตราสารหนี้ ไตรมาสแรกเริ่มต้นด้วยความคาดหวังว่าปี 2563 น่าจะเป็นปีที่ดีสำหรับนักลงทุน เพราะปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน มีแนวโน้มการเจรจาที่ดีขึ้น นโยบายการเงินของธนาคารกลางหลายประเทศผ่อนคลายมีการปรับลดดอกเบี้ยหลายครั้งในปี 2562 แต่แล้วสิ่งต่างๆ ก็เปลี่ยนไปเมื่อวิกฤติโรคระบาด COVID-19 ทวีความรุนแรง จนลุกลามเป็นวิกฤติเศรษฐกิจที่มีหนทางรับมือทางเดียวคือ หยุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ด้วยความที่ COVID-19 เป็นสิ่งที่ยังไม่มีใครรู้จัก ความไม่รู้ ก่อให้เกิดความเสี่ยง (ความไม่แน่นอน) มากมาย ส่งผลให้ราคาสินทรัพย์ต่างๆ ปรับตัวลง แม้จะเดาได้ยาก ว่าสถานการณ์ของโรคระบาดจะเลวร้ายกว่านี้หรือไม่ แต่เราเชื่อว่าจุดเลวร้ายที่สุดของความตื่นกลัว (panic) ในตลาดเงินตลาดทุนน่าจะได้ผ่านไปแล้ว สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นต่อไปคือความพยายามหาสมดุลใหม่ เช่น การทยอยเปิดเศรษฐกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่างในไทย จีน และเกาหลี เพราะไม่ว่าอย่างไร คงไม่สามารถหยุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปได้ตลอด แต่เราก็ไม่อาจยอมให้เกิดการระบาดรุนแรงกลับมาอีกครั้ง ทางออกจึงน่าจะเป็นจุดสมดุลระหว่างด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ สำหรับปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดตราสารหนี้ในปี 2563 นี้ มีปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่ ความกังวลต่อการแพร่ระบาดของ COVID-19 และผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะเป็นปัจจัยให้เงินลงทุนไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย […]

B-ENHANCED โอกาสของกองทุนรวมตราสารหนี้

B-ENHANCED โอกาสของกองทุนรวมตราสารหนี้

โดย     พริ้มพัชร จิรบวรพงศา AFPTTM ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนทางการเงิน BF Knowledge Center กองทุนรวมตราสารหนี้ เป็นเครื่องมือการลงทุนที่นักลงทุนต่างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาให้ผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยเงินฝากอยู่นิดหน่อย และค่อนข้างสม่ำเสมอ  ผู้ลงทุนส่วนใหญ่จึงเลือกใช้เป็นแหล่งพักเงินหรือสำรองไว้ในยามฉุกเฉิน อีกทั้งยังใช้เป็นส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยงสำหรับการจัดพอร์ตลงทุน (Asset Allocation) และใช้เป็นสภาพคล่องในการปรับพอร์ตการลงทุนอีกด้วย ความคุ้นเคยจากการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น  อาจทำให้ผู้ลงทุนส่วนหนึ่งเข้าใจคลาดเคลื่อนไปว่าการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ “ไม่มีทางขาดทุน” แต่ในความเป็นจริงการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้มีโอกาสขาดทุนได้เช่นกัน โดยขึ้นอยู่กับอัตราผลตอบแทนของตลาด (Market Yield) ในวันนั้นคำนวณกับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมตราสารหนี้ให้สะท้อนราคาที่เป็นธรรม (Mark to Market) ตามกฎเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. รวมถึงความเสี่ยงจากการที่ผู้ออกตราสารจะผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งผู้ลงทุนสามารถพิจารณาจากการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ จึงมีความเสี่ยงในระดับต่ำถึงปานกลางค่อนข้างสูง ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ตามที่กล่าวข้างต้น และแม้ว่าจะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ก็ยังน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ การลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจของนักลงทุน  โดยเฉพาะในภาวะที่ตลาดการลงทุนมีความผันผวนเช่นปัจจุบัน  ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การเลือกกองทุนรวมตราสารหนี้ให้เหมาะสมกับเป้าหมายที่ต้องการ ภายใต้ความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้ ปัจจุบันนักลงทุนแสวงหาโอกาสจากการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้กันมากขึ้น โดยเลือกลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะปานกลางและระยะยาวเพื่อรับผลตอบแทน อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนต้องเข้าใจเรื่องความผันผวนของราคาว่าอาจมีขึ้นลงอยู่บ้าง […]

กองทุนบัวหลวงเปิดพอร์ตลงทุนกองทุนตราสารหนี้ ของดีมีคุณภาพ ที่ผู้ลงทุนวางใจได้

กองทุนบัวหลวงเปิดพอร์ตลงทุนกองทุนตราสารหนี้ ของดีมีคุณภาพ ที่ผู้ลงทุนวางใจได้

กองทุนบัวหลวงนำข้อมูลพอร์ตลงทุนของกองทุนตราสารหนี้ทั้งหมด 4 กองทุนที่มีอยู่มาเปิดเผยให้ผู้ลงทุนได้รับทราบชัดเจน ประกอบด้วย กองทุนเปิดบัวหลวงตราสารหนี้ภาครัฐ (B-TREASURY) กองทุนเปิดบัวหลวงธนทวี (B-TNTV) กองทุนเปิดบัวหลวงตราสารหนี้ (BFIXED) รวมถึง กองทุนเปิดบัวหลวงตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ (BFRMF) เพื่อให้ผู้ลงทุนสบายใจได้ว่า เงินที่นำมาลงทุนผ่านหน่วยลงทุนกองทุนรวมเหล่านี้ นำไปใช้ลงทุนในสินทรัพย์ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับสูง และมีคุณภาพ เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ลงทุนอีกระดับหนึ่ง  คุณวศิน วัฒนวรกิจกุล กรรมการผู้จัดการ กองทุนบัวหลวง ให้คำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับพอร์ตลงทุนของกองทุนรวมตราสารหนี้เหล่านี้ พร้อมทั้งให้คำแนะนำที่น่าสนใจเกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ในช่วงเวลาที่ตลาดอ่อนไหวกับโควิด-19 คุณวศิน อธิบายว่า โดยภาพรวมแล้ว ทางเลือกการลงทุนในบ้านเราก็อาจจะไม่ได้มีมากนัก ยิ่งในสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน บางคนต้องการอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่หากว่า จะให้ไปลงทุนในหุ้น ก็อาจจะยังไม่กล้ายอมรับความเสี่ยงมากเกินไป ดังนั้น กองทุนตราสารหนี้ก็ยังเป็นทางเลือกในการลงทุนอยู่ เพราะหากว่า การฝากเงินไว้กับธนาคารเพียงอย่างเดียวนั้น มีความปลอดภัยก็จริงอยู่ แต่ว่า ดอกเบี้ยที่ได้รับอยู่ในอัตราที่ต่ำมาก อย่างไรก็ดี กองทุนตราสารหนี้ของกองทุนบัวหลวงที่มีอยู่ ก็ล้วนแต่มีพอร์ตการลงทุนที่เข้มแข็งมาก ทั้งนี้ ผู้ลงทุนจึงสามารถลงทุนได้ กรรมการผู้จัดการ กล่าวต่อว่า หากพิจารณาเฉพาะพอร์ตลงทุนของกองทุนตราสารหนี้ ที่เป็นกองทุนเปิดทั่วไป ซึ่งมีทั้งหมด […]

ณ จุดๆ นี้ ลงทุนอะไรดี

ณ จุดๆ นี้ ลงทุนอะไรดี

โดย…อรพรรณ บัวประชุม CFP® จังหวะนี้จะลงทุนอะไรก็ดูน่ากลัวน่ากังวลไปหมด แม้แต่ตลาดหุ้นไทย เมื่อไม่กี่วันก่อน แค่เปิดตลาดมาก็ถึงกับช็อคไป เพราะ SET Index ตัวแดงเถือก ติดลบไปเกือบ 100 จุด จะหันไปลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ตลาดน้ำมัน ก็ดูน่ากลัวอีกสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคย จะไปลงทุนในทองคำก็ปรับตัวสูงปรี๊ดจนไม่กล้าเข้าไปลงทุนอีก เพราะกลัวจะอยู่บนดอยอันเดียวดาย นั่นเป็นเพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำเอานักลงทุนอย่างเราถึงกับหน้ามืด ตาลาย เห็นแต่ตัวแดงระยิบระยับ เหมือนอยู่ท่ามกลางหมู่ดาวภายใต้ฝุ่น PM2.5 แม้ว่าจะมีเหตุการณ์ร้ายๆ เข้ามา แต่ถึงอย่างไรเราก็ยังต้องกินต้องใช้ ดังนั้นการจัดการกับเงินที่มีอย่างจำกัดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เงินว่าหายากแล้ว ผลตอบแทนยิ่งหายากกว่า หากอยาก Safe ต้นไม่หายดอกไม่ค่อยออกคงต้องฝากออมทรัพย์หรือลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นกันต่อไป หากอยาก Fixed แบบลงทุนยาว 6 เดือนในกองทุนตราสารหนี้ (Term Fund) ฉุกเฉินอยากใช้เงินก็คงลำบาก เพราะไม่สามารถขายคืนได้ ดังนั้น หากอยากได้ผลตอบแทนเพิ่มอีกนิด เสี่ยงเพิ่มอีกหน่อย ก็ต้องขยับเข้าไปหาตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว เพราะการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุในการลงทุนยาว ยิ่งมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงภาวะที่นับวันอัตราดอกเบี้ยยิ่งน้อยลงๆ […]