IMF เตรียมเพิ่มคาดการณ์ปี 2025 ชี้ศก.โลกยังแกร่ง แม้เผชิญความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์–การค้าโลก

IMF เตรียมเพิ่มคาดการณ์ปี 2025 ชี้ศก.โลกยังแกร่ง แม้เผชิญความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์–การค้าโลก

คริสตาลินา กอร์เกียวา (Kristalina Georgieva) กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า รายงานคาดการณ์เศรษฐกิจของ IMF ซึ่งจะเผยแพร่ในสัปดาห์หน้า จะสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจโลกในการรับมือแรงกระแทกจากการค้าโลก และการเติบโตที่ยังอยู่ในระดับค่อนข้างแข็งแกร่ง

กอร์เกียวาระบุว่า IMF อาจปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจโลกเล็กน้อยในรายงานคาดการณ์ฉบับใหม่ที่จะเผยแพร่วันที่ 19 ม.ค.นี้ โดยในเดือนต.ค.ที่ผ่านมา IMF ได้ปรับคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2025 ขึ้นเป็น 3.2% และคงมุมมองปี 2026 ที่ 3.1% หลังผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ รุนแรงน้อยกว่าที่กังวลไว้ และเมื่อถูกถามว่าคาดการณ์เดือนม.ค. จะสะท้อนภาพอย่างไร หลังจากการปรับเพิ่มในเดือนต.ค. กอเกียร์วากล่าวว่า “ยังเป็นภาพเดิม ๆ นั่นคือ เศรษฐกิจโลกมีความยืดหยุ่นอย่างน่าทึ่ง แรงกระแทกจากการค้าไม่ได้ทำให้การเติบโตโลกสะดุด แม้ว่าความเสี่ยงจะยังเอนเอียงไปทางด้านลบ แต่ผลการดำเนินงานในปัจจุบันถือว่าค่อนข้างแข็งแกร่ง”

กอร์เกียวาระบุว่า ความเสี่ยงสำคัญยังคงอยู่ที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยแม้สถานการณ์อาจออกมาในเชิงบวกได้ แต่เศรษฐกิจโลกก็อาจเผชิญภาวะตึงตัวทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ หากเม็ดเงินมหาศาลที่ไหลเข้าสู่ปัญญาประดิษฐ์ไม่สามารถสร้างผลผลิตและประสิทธิภาพได้ตามที่คาดหวัง “เราอยู่ในโลกที่คาดเดาได้ยากขึ้น แต่ภาคธุรกิจและผู้กำหนดนโยบายจำนวนไม่น้อยกลับปฏิบัติราวกับว่าโลกยังไม่เปลี่ยนไป”

พร้อมกันนี้ ผู้อำนวยการ IMF แสดงความกังวลว่า หลายประเทศยังไม่ได้สะสมเงินสำรองเพียงพอเพื่อรับมือกับแรงกระแทกใหม่ที่อาจเกิดขึ้น โดยปัจจุบัน IMF มีโครงการปล่อยกู้ถึง 50 โครงการ ซึ่งถือว่าสูงเมื่อเทียบกับมาตรฐานในอดีต และยังเตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ที่หลายประเทศจะขอรับความช่วยเหลือทางการเงินเพิ่มเติม โดยจอร์จีวากล่าวว่า ผลการดำเนินงานของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ถือว่า “น่าประทับใจพอสมควร” แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศใช้มาตรการภาษีจำนวนมากในปีที่แล้ว ซึ่งครอบคลุมเกือบทุกประเทศทั่วโลก

เธอชี้ว่า ระดับภาษีโดยรวมต่ำกว่าที่เคยขู่ไว้ในตอนแรก และสหรัฐฯ มีสัดส่วนเพียงราว 13-14% ของการค้าโลก ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ส่วนใหญ่ยังหลีกเลี่ยงการใช้มาตรการตอบโต้กลับอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งช่วยจำกัดผลกระทบจากระลอกภาษีของสหรัฐได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี เธอเตือนว่า เงินเฟ้อและภาวะเศรษฐกิจมหภาคอาจกลับมาแย่ลงได้ หากสถานการณ์การค้าทวีความตึงเครียดมากขึ้น

ทั้งนี้ ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงบดบังแนวโน้มเศรษฐกิจ และมีบทบาทสำคัญมากกว่าช่วงหลายปีก่อน โดยกอร์เกียวากล่าวว่า โดยเธอเข้ารับตำแหน่งในเดือนต.ค. 2019 เพียงไม่กี่เดือนก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงต้นปี 2020 “น่าเสียดายที่ตั้งแต่ฉันรับตำแหน่งนี้มาในปี 2019 ก็เกิดแรงกระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่หยุด”

ที่มา: Reuters