จีนปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นครั้งที่สองในเดือนนี้ และเป็นการปรับขึ้นในอัตราสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้รัฐบาลจะใช้มาตรการฉุกเฉิน เพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันเบนซินก็ตาม ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันในการลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ที่สืบเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) ปรับเพดานราคาน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 1,160 หยวนต่อตัน คิดเป็นราวครึ่งหนึ่งของการปรับขึ้น 2,205 หยวนตามกลไกปกติ โดยระบุว่า เป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งขึ้นผิดปกติ เพื่อลดภาระของผู้ใช้และรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
มาตรการดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่จีนประกาศใช้ระบบกำหนดราคาปัจจุบัน เมื่อปี 2013 ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น
ข้อมูลของ Wind ระบุว่า การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ ซึ่งมีผลตั้งแต่เที่ยงคืนวันจันทร์ ยังเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่จีนเริ่มใช้กลไกราคาน้ำมันในประเทศโยงกับราคาตลาดโลกเมื่อปี 2000 และสูงกว่าการปรับขึ้น 695 หยวนต่อตันเมื่อวันที่ 9 มี.ค. และมากกว่าการปรับขึ้น 1,000 หยวนในเดือนมิ.ย. 2008
แม้จีนจะมีโครงสร้างพลังงานที่หลากหลาย รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อาจช่วยลดผลกระทบได้บางส่วน แต่ราคาน้ำมันที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องคาดว่า จะเพิ่มต้นทุนให้ทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ
ทั้งนี้ NDRC จะทบทวนราคาน้ำมันทุก 10 วันทำการ โดยการปรับขึ้นรอบล่าสุดนับเป็นครั้งที่ 5 ในปีนี้ ขณะที่การขึ้นราคายังครอบคลุมเกือบทุกมณฑล แม้ราคาจำหน่ายปลีกจะแตกต่างกันตามพื้นที่ โดยในนครเซี่ยงไฮ้ ราคาน้ำมันเบนซินออกเทน 92 คาดว่าจะเพิ่มจาก 7.6 หยวนต่อลิตร เป็นราว 8.5 หยวน ขณะที่เพดานราคาน้ำมันดีเซลถูกปรับขึ้น 1,115 หยวนต่อตัน
ขณะที่ Sinopec บริษัทพลังงานของรัฐส่งข้อความแจ้งลูกค้าบางส่วนเกี่ยวกับการปรับขึ้นราคา และแนะนำให้เติมน้ำมันล่วงหน้าเพื่อลดความแออัดในช่วงที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจจีนมีความเปราะบางต่อราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าประเทศอื่น เนื่องจากมีสัดส่วนการใช้ถ่านหินและพลังงานหมุนเวียนในระดับสูง โดยสัดส่วนราคาน้ำมันเบนซินคิดเป็น 3.6% ของดัชนีราคาผู้บริโภค ขณะที่ถ่านหินมีสัดส่วน 53% ของการใช้พลังงานทั้งหมดของจีนในปี 2024
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์เตือนว่า ธุรกิจขนาดเล็กในจีนอาจไม่สามารถผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังผู้บริโภคได้ ท่ามกลางอุปสงค์ที่ยังอ่อนแอ และรัฐบาลอาจต้องใช้มาตรการอุดหนุนหรือช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม
สถาบันการเงินประเมินว่า หากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น 10% จะทำให้ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพิ่มขึ้น 0.2 และ 0.4 จุดเปอร์เซ็นต์ตามลำดับ โดยดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 1.3% ในเดือนก.พ. ส่วนหนึ่งมาจากราคาสินค้าที่สูงขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน
ขณะที่ดัชนี PPI ปรับตัวลดลงต่อเนื่องตั้งแต่เดือนต.ค. 2022 ชะลอลงมาอยู่ที่ 0.9% ในเดือนก.พ. จากระดับ 1.4% ในเดือนม.ค. จากแรงหนุนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยนักเศรษฐศาสตร์บางส่วนคาดว่า ดัชนีดังกล่าวอาจกลับมาเติบโตในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า
ที่มา: Nikkei Asia , สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

