
ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เสร็จสิ้นภารกิจเดินทางเยือนจีน วานนี้ (20 พ.ค.) พร้อมย้ำมิตรภาพที่แน่นแฟ้นและยั่งยืนระหว่างจีนกับรัสเซีย รวมถึงประกาศข้อตกลงระดับทวิภาคีหลายด้าน อย่างไรก็ดี การเยือนจีนครั้งนี้ยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจนเกี่ยวกับโครงการท่อส่งก๊าซ Power of Siberia 2 อย่างที่รัสเซียคาดหวัง
“Power of Siberia 2” ยังไม่คืบ
ผู้นำทั้งสองยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่สำคัญในโครงการท่อส่งก๊าซ Power of Siberia 2 แม้ก่อนหน้านี้ รัสเซียเคยส่งสัญญาณว่า จะหารือในรายละเอียดเชิงลึก ขณะที่ ปริมาณการส่งออกก๊าซธรรมชาติของรัสเซียไปยังยุโรป ซึ่งเคยเป็นตลาดหลักดิ่งลงไปมาก เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตร จากการที่รัสเซียบุกยูเครนในปี 2022
หลังการหารือ ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัสเซีย เปิดเผยว่า ปักกิ่งและมอสโกได้บรรลุความเข้าใจในกรอบการดำเนินงานหลักๆ ของโครงการนี้แล้ว แต่ยังคงมีรายละเอียดปลีกย่อยบางส่วนที่ต้องปรับปรุงแก้ไข โดยยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับโครงการนี้
ด้านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แม้จะกล่าวว่า ความร่วมมือด้านพลังงานจะเป็นเสาหลักที่ค้ำจุนความสัมพันธ์ ระหว่างจีนและรัสเซีย แต่ผู้นำจีนไม่ได้กล่าวถึงโครงการท่อส่งก๊าซดังกล่าวเลย
ลิลล์ มอร์ริส นักวิชาการอาวุโส ด้านความมั่นคงแห่งชาติของจีนและนโยบายต่างประเทศ จากสถาบันนโยบายสมาคมเอเชีย (Asia Society Policy Institute) กล่าวว่า นี่เป็นความล้มเหลวอย่างมากสำหรับรัสเซียและปูติน ซึ่งเขาเคยส่งสัญญาณก่อนเยือนจีนว่า จะมีความคืบหน้าครั้งสำคัญเกิดขึ้น ปักกิ่งอาจกำลังทำทุกวิถีทางในช่วงที่รัสเซียสูญเสียอำนาจต่อรองบางส่วนไป จากการที่สหภาพยุโรปตัดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติบางส่วน ไม่มีทางปิดบังได้ว่า ปูตินรู้สึกเสียหน้า เพราะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงโครงการท่อส่งก๊าซได้
สำหรับรัสเซีย โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนเส้นทางการส่งออกก๊าซจากยุโรปไปยังจีน ขณะที่ จีนยังคงระมัดระวังในการพึ่งพาผู้จัดส่งก๊าซรายเดียวมากเกินไป โดยรัสเซียเป็นหนึ่งในผู้จัดหาพลังงานรายใหญ่ที่สุดของจีน และได้เพิ่มการขนส่งน้ำมันไปยังจีน หลังจากเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้รับผลกระทบ
ย้อนไปเมื่อเดือนก.ย. 2025 ทั้งสองฝ่ายลงนามในบันทึกความเข้าใจ เพื่อผลักดันการก่อสร้างโครงการท่อส่งก๊าซไซบีเรีย 2 แต่การเจรจาหยุดชะงักไป เพราะความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องการกำหนดราคา เงื่อนไขทางการเงิน และกรอบเวลาในการส่งมอบ หากแล้วเสร็จคาดว่าจะรองรับการขนส่งก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียไปยังจีนผ่านทางมองโกเลีย ได้มากถึง 50,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี นอกเหนือจากโครงการไซบีเรีย 1 ในปัจจุบันที่ส่งก๊าซไปยังจีนได้ประมาณ 38,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี
ย้ำชัดสัมพันธ์แน่นแฟ้น-ปิดดีล 40 ฉบับ
แม้ยังไร้ความคืบหน้าในข้อตกลงโครงการก๊าซธรรมชาติ แต่ปักกิ่งและมอสโกได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกว่า 40 ฉบับ ครอบคลุมด้านการค้า การศึกษา เทคโนโลยี และความมั่นคงทางนิวเคลียร์ ตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ของสองประเทศที่มีมายาวนาน
ผู้นำทั้งสองประเทศยังได้ให้คำมั่นที่จะกระชับความสัมพันธ์เป็นเพื่อนบ้านที่ดีและความร่วมมือฉันมิตร โดยสี จิ้นผิง แสดงความชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซียในปัจจุบันว่า อยู่ในจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์
ทั้งนี้ จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย แม้ว่า การค้ากับรัสเซียจะมีสัดส่วนเพียง 4% ของมูลค่าการค้าทั้งหมดของจีนก็ตาม นอกจากนี้ จีนและรัสเซียยังตกลงที่จะกระชับความเชื่อมั่นและความร่วมมือทางทหาร รวมถึงการขยายการซ้อมรบร่วม การลาดตระเวนทางอากาศและทางทะเล
รัสเซียยังยืนยันสนับสนุนหลักการจีนเดียว ซึ่งถือว่าเกาะไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน และคัดค้านการประกาศเอกราชของไต้หวันในทุกรูปแบบ ส่วนประเด็นยูเครน จีนระบุว่า ยังคงสนับสนุนการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยวิธีทางการทูต พร้อมทั้งสนับสนุนอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของรัสเซียอย่างชัดเจน
ทั้งสองฝ่ายยังวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐฯ โดยนัย โดยประณามการใช้กำลังโจมตีทางทหารต่อประเทศที่สาม การลอบสังหารผู้นำของรัฐที่มีอธิปไตย และความพยายามที่จะสั่นคลอนเสถียรภาพต่อการเมืองภายในของประเทศ ว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง และระบุในแถลงการณ์ว่า การแทรกแซงที่มุ่งทำลายล้างจากภายนอกเช่นนี้เป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ทำให้เกิดความไม่มั่นคงไปทั่วภูมิภาคยูเรเชีย
รักษาสมดุลทางการทูต
การเดินทางเยือนของปูตินเกิดขึ้น หลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางเยือนจีนประมาณหนึ่งสัปดาห์ โดยรัฐบาลปักกิ่งจัดพิธีต้อนรับผู้นำรัสเซียอย่างสมเกียรติแทบจะเหมือนกันทุกประการกับผู้นำสหรัฐฯ ทั้งการปูพรมแดงบนรันเวย์สนามบิน และกลุ่มเด็กๆ ที่โบกธงพร้อมถือช่อดอกไม้รอต้อนรับ
สี จิ้นผิง ต้อนรับผู้นำทั้งสองด้วยพิธีการที่ยิ่งใหญ่และสมเกียรติบริเวณด้านนอกมหาศาลาประชาชนกลางกรุงปักกิ่ง พร้อมสลุตปืนใหญ่ 21 นัดที่ดังก้องไปทั่วจัตุรัสเทียนอันเหมิน ต่างกันตรงที่ทรัมป์เดินทางมาพร้อมกับคณะผู้บริหารจากภาคธุรกิจจำนวนมาก แต่คณะของปูตินประกอบด้วยรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และผู้บริหารจากบริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของรัฐเป็นหลัก
อีแวน เมเดรอส ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ด้านเอเชียศึกษา ประจำมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ กล่าวว่า มีการแสดงท่าทีที่ละเอียดอ่อนและรักษาสมดุลอย่างมาก เพื่อให้มั่นใจว่า ความสัมพันธ์ของจีนต่อผู้นำทั้งสองคนมีความเท่าเทียมกันในระดับหนึ่ง
เมื่อเทียบกับทรัมป์ ซึ่งเพิ่งเดินทางเยือนจีนเป็นครั้งที่สอง ปูตินเคยเดินทางมาเยือนประเทศนี้มากกว่า 20 ครั้งแล้ว ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในอำนาจกว่า 25 ปี
เมเดรอส กล่าวว่า สำหรับสี จิ้นผิง การเดินทางเยือนของผู้นำโลกที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ ช่วยตอกย้ำถึงบทบาทความเป็นศูนย์กลางในเวทีโลก สี จิ้นผิง กำลังพยายามวางตำแหน่งให้จีนเป็นมหาอำนาจภายนอกที่ขาดไม่ได้ในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ เห็นได้จากคณะผู้นำจำนวนมากจากทั้งยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ที่ได้เดินทางมาเยือนจีนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
เมเดรอส ยังข้อสังเกตว่า นี่คือ ความพยายามของจีนในการประกาศตนว่า เป็นหนึ่งในมหาอำนาจชั้นนำ หรืออาจเป็นมหาอำนาจชั้นนำที่สุดของโลกในเวลานี้
ที่มา: CNBC , สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

