IMF หั่นคาดการณ์ศก.โลกปีนี้ เหลือโต 3.0% เพิ่มเป้าไทยเป็น 1.9%

IMF หั่นคาดการณ์ศก.โลกปีนี้ เหลือโต 3.0% เพิ่มเป้าไทยเป็น 1.9%

IMF หั่นคาดการณ์ศก.โลกปีนี้ เหลือโต 3.0% เพิ่มเป้าไทยเป็น 1.9% มองเศรษฐกิจโลกฟื้นแบบ V-Shape เตือนความเสี่ยงสงคราม

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2026 ลงมาอยู่ที่ 3.0% พร้อมเตือนว่า ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลาง การแบ่งขั้วทางการค้า และความเป็นไปได้ที่ตลาดจะปรับมุมมองต่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจโลก ด้านเศรษฐกิจไทยปีนี้ IMF ขยับเป้าเป็น 1.9% และ 2.2% ในปีหน้า

IMF เผยรายงาน World Economic Outlook Update ฉบับเดือนก.ค. 2026 ระบุว่า เศรษฐกิจโลกสามารถหลีกเลี่ยงภาวะชะลอตัวที่รุนแรงกว่านี้ได้ โดยความต้องการด้าน AI และเทคโนโลยีอื่นๆ ช่วยชดเชยผลกระทบจากการลดลงอย่างหนักของอุปทานพลังงาน พร้อมคาดว่า เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวกลับมาเติบโต 3.4% ในปี 2027 แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ 3.5% ในช่วงปี 2024 และ 2025 โดยก่อนหน้านี้ ในเดือนเม.ย.  IMF คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2026 ไว้ที่ 3.1%

ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ หลังราคาพลังงานพุ่ง

IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปในปี 2026 มาอยู่ที่ 4.7% เพิ่มขึ้น 0.3 จุดจากประมาณการเดือนเม.ย. และคาดว่า จะชะลอลงมาอยู่ที่ 3.9% ในปี 2027 พร้อมระบุว่า ราคาพลังงานในปัจจุบันสูงกว่าช่วงก่อนสงครามเริ่มต้น อยู่ที่ประมาณ 25% และมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อไป

ตัวเลขคาดการณ์ล่าสุด (สรุปเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.) ตั้งสมมติฐานว่า การสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซจะเริ่มกลับมาเปิดในช่วงกลางเดือนก.ค. และปริมาณการเดินเรือจะทยอยกลับสู่ภาวะปกติ ก่อนกลับไปสู่ระดับก่อนสงครามภายในเดือนมี.ค. 2027 โดย IMF ประเมินราคาน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

มองเศรษฐกิจฟื้นตัวแบบ V-Shape แต่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

เปตยา โคเอวา บรูคส์ รองผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยของ IMF กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวแบบ V-Shape โดยการเติบโตในปีนี้จะอ่อนแอกว่าที่ IMF เคยคาดการณ์ไว้ก่อนเกิดสงคราม แต่จะกลับมาฟื้นตัวในปีหน้า โดยรวมแล้ว เศรษฐกิจโลกสามารถรับมือกับผลกระทบจากสงครามได้ดีกว่าที่เคยกังวลในช่วงแรก จนถึงขณะนี้ยังมีหลักฐานจำกัดเกี่ยวกับผลกระทบระลอกสอง”

IMF ยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจสำหรับประเทศผู้ส่งออกพลังงานบางส่วน รวมถึงประเทศที่เชื่อมโยงกับภาคเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด ขณะที่ ประเทศผู้นำเข้าสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งไม่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนา AI มากนัก ถูกปรับลดประมาณการเติบโตลง

การค้าโลกชะลอตัว หลังเร่งนำเข้าสินค้าก่อนมาตรการภาษีสหรัฐฯ

IMF คาดการณ์ว่า การเติบโตของการค้าโลกจะชะลอลงมาอยู่ที่ 3.5% ในปี 2026 จาก 5% ในปี 2025 ซึ่งเป็นปีที่หลายประเทศเร่งนำเข้าสินค้าล่วงหน้า ก่อนมาตรการภาษีของสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้ และคาดว่า การค้าโลกจะกลับมาฟื้นตัวแตะ 4.3% ในปี 2027

บรูคส์ กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นระหว่างสงครามถูกจำกัดจากหลายปัจจัย ได้แก่ การระบายน้ำมันจากคลังสำรอง การเพิ่มกำลังการผลิตนอกภูมิภาคอ่าว การเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน ตลอดจนสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ ภาคเอกชนยังสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการหาเส้นทางขนส่งและแหล่งพลังงานทางเลือก

อย่างไรก็ตาม “ยังมีความไม่แน่นอนอีกมาก หากความขัดแย้งกลับมารุนแรงอีกครั้ง อาจทำให้เกิดความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตามมา นำไปสู่แรงกดดันต่อการเงินและนโยบายเศรษฐกิจ รวมไปถึงปัญหาความมั่นคงทางอาหารในประเทศรายได้ต่ำรุนแรงขึ้น” บรูคส์ กล่าว

นอกจากนี้ การปรับฐานของตลาดหุ้นกลุ่ม AI ยังเป็นความเสี่ยงด้านลบต่อเศรษฐกิจโลก ขณะที่ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจทำให้ความคาดหวังเงินเฟ้อหลุดออกจากกรอบควบคุม และนำไปสู่การปรับฐานของภาวะการเงินในตลาด

สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านรอบใหม่ เพิ่มความกังวลต่อเศรษฐกิจโลก

กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ ขณะที่ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวกับอิหร่านสิ้นสุดลงแล้ว ส่งผลให้เกิดความกังวลครั้งใหม่ต่ออนาคตข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบาง

เดนิซ อิกาน ผู้ดูแลงานด้านการวิเคราะห์เศรษฐกิจของ IMF ระบุว่า ความขัดแย้งในภูมิภาคที่กลับมาปะทุอีกครั้งจะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกอยู่ในจุดที่แย่กว่าครั้งแรก หลายประเทศได้ใช้ปริมาณน้ำมันสำรองไปแล้ว ทำให้มีพื้นที่ในการรับมือกับวิกฤตน้อยลง และการที่หลายประเทศเร่งเติมน้ำมันสำรองกลับเข้าสู่ระดับเดิม อาจผลักดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

IMF ระบุว่า ขณะนี้ เงินเฟ้อและคาดการณ์เงินเฟ้อยังคงอยู่ในกรอบ ยกเว้นบางประเทศ และยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า การคาดการณ์เงินเฟ้อระยะกลางมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลง

ยกเลิก 3 ฉากทัศน์เดิม กลับสู่ประมาณการพื้นฐาน

IMF ได้ยกเลิก 3 ฉากทัศน์ที่ประกาศไว้ในเดือนเม.ย. ก่อนที่สหรัฐฯ และอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิง โดยกลับมาใช้ประมาณการพื้นฐาน การเปรียบเทียบนี้อิงกับคาดการณ์เดือนเม.ย. ซึ่งประเมินจากสมมติฐานว่า สงครามจะยุติในระยะเวลาที่สั้น

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจรายประเทศ-กลุ่มเศรษฐกิจ IMF ประเมินไว้ดังนี้

สหรัฐฯ: คงคาดการณ์การเติบโตปีนี้ อยู่ที่ 2.3% และปรับเพิ่มประมาณการปี 2027 ขึ้น 0.1 จุด มาอยู่ที่ 2.2%

ยูโรโซน: ปรับลดคาดการณ์การเติบโตปีนี้ เหลือ 0.9% จากเดิม 1.1% ในเดือนเม.ย. และคงคาดการณ์ปี 2027 ไว้ที่ 1.2%

กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา: ถูกปรับลดคาดการณ์การเติบโตปี 2026 ลง 0.1 จุด มาอยู่ที่ 3.8% ขณะที่คาดการณ์ปี 2027 ปรับเพิ่มขึ้น 0.3 จุด เป็น 4.5%

ญี่ปุ่น: ปรับลดคาดการณ์การเติบโตปีนี้ ลง 0.1 จุด เหลือ 0.6% แต่ปรับเพิ่มคาดการณ์ปี 2027 ขึ้นในสัดส่วนเดียวกันเป็น 0.7%

เกาหลีใต้: ปรับเพิ่มประมาณการปีนี้ 0.7 จุด เป็น 2.6% จากการเติบโตที่แข็งแกร่งของการส่งออกฮาร์ดแวร์สำหรับ AI และขยายตัว 2.5% ในปี 2027 เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิม 0.4 จุด

จีน: คาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโต 4.6% ในปี 2026 หลังเศรษฐกิจไตรมาสแรกขยายตัวแข็งแกร่ง เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดือนเม.ย. ซึ่งคาดว่าจะเติบโตที่ 4.4% ส่วนปี 2027 คาดว่า เศรษฐกิจจีนเติบโต 4.1% เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิม ซึ่งอยู่ที่ 4%

อินเดีย: ถูกปรับลดคาดการณ์ปี 2026 ลงเล็กน้อย มาอยู่ 6.4% จาก 6.5% ในเดือนเม.ย. แต่ปรับเพิ่มคาดการณ์ปี 2027 เป็น 6.7% จากเดิม 6.5%

ไทย: คาดว่า เศรษฐกิจจะขยายตัว 1.9% ในปีนี้ เพิ่มขึ้น 0.4 จุดจากประมาณการเม.ย. ก่อนจะขยายตัว 2.2% ในปีหน้า เพิ่มขึ้น 0.1 จุด จากประมาณการเดิม

– ภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชียกลาง: ถูกปรับลดคาดการณ์การเติบโตปีนี้ ลง 1.2 จุด เหลือโต 0.7% แต่คาดว่า จะกลับมาขยายตัวในปี 2027 เป็น 6.5% เพิ่มขึ้น 1.9 จุด โดยสะท้อนถึงแนวโน้มการฟื้นตัวหลังผลกระทบจากสงครามคลี่คลายลง

ที่มา: Reuters, สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย