
ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติ 8-1 เสียง คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ในการประชุมวันนี้ (31 ก.ค.) เตือนเงินเฟ้อพื้นฐานของประเทศอาจปรับตัวสูงกว่าเป้าที่ 2% ในช่วงครึ่งหลังของปีงบการเงิน 2026
ในการลงมติครั้งนี้ นายฮาจิเมะ ทาคาตะ เป็นกรรมการนโยบายที่เสนอให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 1.25%
BOJ ระบุในรายงานเศรษฐกิจว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นสูงกว่าเป้าหมายที่ 2% อย่างชัดเจน ในช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณ 2026 ซึ่งครอบคลุมช่วงเดือนก.ย. – มี.ค. โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับขึ้นค่าจ้างที่ส่งผ่านไปยังราคาสินค้า การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบ และการอ่อนค่าของเงินเยนในช่วงที่ผ่านมา โดยคาดว่า เงินเฟ้อจะค่อย ๆ ชะลอลงใกล้ระดับ 2% เมื่อราคาน้ำมันดิบปรับลดลง
การคงดอกเบี้ยในการประชุมล่าสุดเกิดขึ้นหลังมีรายงานว่า ญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนวานนี้ (30 ก.ค.) โดยสหรัฐฯ ได้ดำเนินการ “Rate Check” หรือการสอบถามราคาซื้อขายในตลาด ซึ่งโดยทั่วไป มักเป็นการส่งสัญญาณล่วงหน้าก่อนเข้าแทรกแซงค่าเงิน โดยก่อนหน้านั้น เงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ที่ 163 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วแตะที่ 157.96 เยนต่อดอลลาร์
ด้านนักวิเคราะห์จับตาการแถลงหลังการประชุมของนายคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางนโยบายการเงินในระยะต่อไป
นายวาตารุ อาโสะ ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์การลงทุนของ RBC BlueBay Asset Management ระบุว่า “คำถามสำคัญคือ ผู้ว่าการอุเอดะและ BOJ จะส่งสัญญาณเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคตหรือไม่ ประเด็นนี้จะเป็นจุดสนใจหลักของการประชุม ตลาดจะจับตาคำแถลงของผู้ว่าการอุเอดะเพื่อหาคำตอบ”
ที่มา: CNBC, สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

