
ความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับตลาดทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นจีนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญสำหรับรัฐบาลจีนในการรักษาแนวโน้มขาขึ้นของตลาดให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
กลไกหลักที่หน่วยงานกำกับดูแลใช้รับมือความผันผวนคือ กองทุน National team ซึ่งเป็นกองทุนที่รัฐบาลจีนตั้งขึ้นเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาด ประกอบด้วยบริษัทลงทุนของรัฐที่เข้ามาแทรกแซงตลาดโดยตรง ผ่านการเข้าซื้อและขายหุ้น รวมถึงกองทุน ETF โดยกองทุน National team กำลังเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง หลังการเก็งกำไรในหุ้น AI ทำให้ตลาดผันผวนอย่างรุนแรง ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำหลายแห่งกำลังเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น
อาร์เธอร์ บูดักห์ยาน หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดเกิดใหม่ของ BCA Research ให้ความเห็นว่า “นักลงทุนอาจตื่นเต้น จากแนวโน้มที่หุ้นอาจพุ่งขึ้นอีกในช่วง 6 เดือน ก่อนจะร่วงหนักในอีก 6 เดือนถัดมา สิ่งนี้จะทำให้ตลาดหุ้นจีนเข้าสู่วัฏจักรขึ้น-ลงอย่างรุนแรง และจะทำให้รัฐบาลบริหารจัดการตลาดได้ยากขึ้น”
พบกองทุน National Team ยื่นมือ ก่อน CXMT เข้าตลาด
กองทุนพยุงหุ้นจีนเริ่มเข้ามาเคลื่อนไหวตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. ประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อน CXMT ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ เปิดขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) หลังหุ้นกลุ่มชิปในเกาหลีใต้และญี่ปุ่นร่วงลงอย่างหนัก สร้างแรงสั่นสะเทือนไปยังตลาดจีน และกดดันต่อ IPO ขนาดใหญ่ที่สุดของจีนในปีนี้
China Reform Holdings และ China Chengtong Holdings ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทการเงินของรัฐบาลจีน ใช้เงิน 60,000 ล้านหยวน หรือ 8,900 ล้านดอลลาร์ เข้าพยุงตลาด ผ่านโครงการ Relending facility ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกลางจีน (PBOC)
รัฐบาลจีนเร่งสร้างความเชื่อมั่น
รัฐบาลจีนไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น โดยอู๋ ชิง ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จีน (China Securities Regulatory Commission – CSRC) จัดประชุมร่วมกับนักลงทุนเมื่อวันที่ 20 ก.ค. ซึ่งเสียงสะท้อนจากที่ประชุมระบุว่า ความผันผวนของตลาดมีสาเหตุมาจากความเสี่ยงในฝั่งต่างประเทศที่ถูกส่งผ่านเข้ามา
ขณะที่บริษัทหลายสิบแห่ง รวมถึง CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ เริ่มประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน ส่งผลให้ราคาหุ้นฟื้นตัว
หุ้น CXMT พุ่งกว่า 5 เท่า หลังเข้าตลาด
ราคาหุ้น CXMT พุ่งขึ้นกว่า 5 เท่าหลังเข้าซื้อขายวันแรกเมื่อวันที่ 27 ก.ค. ส่งผลให้บริษัทกลายเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในจีนแผ่นดินใหญ่
แม้หุ้นกลุ่มชิปในเอเชียยังคงผันผวนในช่วงหลายวันหลังจากนั้น แต่หุ้น CXMT ยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่ดัชนี Shanghai Stock Exchange Composite โดยรวมปรับตัวลงราว 4% นับตั้งแต่เดือนก.ค.
ความผันผวนดังกล่าว ยังถือว่าไม่รุนแรงเมื่อเทียบกับตลาดเกาหลีใต้และญี่ปุ่น โดยดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วงลงไป 27% ขณะที่ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นลดลงประมาณ 7%
เงินไหลเข้า ETF สะท้อนสัญญาณหนุนตลาด
นักวิเคราะห์ชี้ว่า กระแสเงินที่ไหลเข้า ETF เป็นสัญญาณว่า National Team ได้เข้ามาพยุงตลาดหุ้นอย่างจริงจัง นับตั้งแต่เดือนก.ค. โดยโฟกัสหุ้นเทคโนโลยีเป็นพิเศษ
ข้อมูลของ Wind Information ระบุว่า ETF สองกองที่ติดตามดัชนี Shanghai STAR 50 และ Shenzhen ChiNext มียอดซื้อสุทธิรวม สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 73,700 ล้านหยวน หรือ 10,900 ล้านดอลลาร์ในเดือนก.ค.
ขณะเดียวกัน ETF ที่ติดตามดัชนี CSI 300 ซึ่งครอบคลุมตลาดในวงกว้างกว่า มียอดขายสุทธิสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนม.ค. สะท้อนว่าทีมชาติอาจกำลังปรับสมดุลพอร์ตลงทุน ด้วยการเพิ่มสัดส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมากขึ้น
ฮิโรยะ ยามาอุจิ ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดจีนและเอเชียของ Amova Asset Management กล่าวว่า “เมื่อเงินกำลังไหลเข้าสู่ ETF ทั้งที่นักลงทุนโดยรวมยังมีมุมมองเชิงลบต่อตลาด เป็นเรื่องปกติที่จะสันนิษฐานว่า เงินทุนของรัฐบาลกำลังย้ายไปสู่หุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี”
เปลี่ยนกลยุทธ์ “หยุดตลาดร่วง” สู่การสร้างความเชื่อมั่นระยะยาว
การตอบสนองอย่างเป็นระบบของรัฐบาลจีนต่อแรงเทขายครั้งนี้ เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2025 ซึ่งเป็นช่วงที่ภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความหวาดวิตกไปทั่วโลก
ดันแคน ริกลีย์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จีนของ Pantheon Macroeconomics กล่าวว่า การแทรกแซงตลาดของทีมชาติมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ จะเห็นได้ว่า หน่วยงานกำกับดูแลของจีนให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาวมากขึ้น แทนที่จะใช้มาตรการเพื่อมุ่งสกัดราคาหุ้นที่ร่วงลง
ในทางปฏิบัติ หมายถึงการใช้มาตรการแทรกแซงเพื่อชะลอความเร็วของการปรับตัวลง และป้องกันไม่ให้ตลาดเข้าสู่ช่วงขาลงที่รุนแรง ซึ่งอาจนำไปสู่การเรียกหลักประกันเพิ่มเติมจากนักลงทุนที่ใช้มาร์จิน และนำไปสู่การบังคับขายหรือ Force sell ตามมา
ที่มา: Nikkei Asia, สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

