จีนปักหมุดตลาดอาเซียน สนามทดสอบแบรนด์ลักชัวรี แดนมังกร

จีนปักหมุดตลาดอาเซียน สนามทดสอบแบรนด์ลักชัวรี แดนมังกร

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลายเป็นสนามทดสอบแบรนด์ลักชัวรี จีน ขยายเครื่องประดับ นาฬิกา และไวน์

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ใหม่ของ แบรนด์ลักชัวรีจีน ที่ต้องการขยายธุรกิจนอกประเทศ หลังความต้องการในจีนยังอ่อนแรงต่อเนื่อง โดยเมืองสำคัญ อย่าง กรุงเทพฯ ฮ่องกง สิงคโปร์ และเวียดนาม ถูกมองเป็นตลาดเริ่มต้นสำหรับการเปิดตัวสินค้าแบรนด์ของตนเอง ครอบคลุมตั้งแต่กระเป๋า เครื่องประดับ นาฬิกา น้ำหอม เครื่องสำอาง ไปจนถึงไวน์

ทิศทางดังกล่าวสะท้อน ทั้งการเปลี่ยนรูปแบบการเติบโตของบริษัทจีนกลุ่มพรีเมียมและลักชัวรี และการไหลของเงินทุนในภูมิภาค เมื่อผู้บริโภคระดับบนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แบรนด์จีนจึงมีแรงจูงใจย้ายเป้าหมายการเติบโตจากตลาดในประเทศไปยังประเทศที่ยังมี demand สูงกว่า โดยข้อมูลจาก Bain & Company ระบุว่า การใช้จ่ายส่วนบุคคลกับสินค้าลักชัวรีในจีนหดตัว 20.1% ในปี 2024 และลดลงอีก 7.3% ในปี 2025 ขณะที่ HSBC ระบุว่า สัดส่วนกำไรจากต่างประเทศของบริษัทจีน เพิ่มเป็น 16% ในปี 2025 และรายได้รวม 26% มาจากต่างประเทศในปีก่อนหน้า

กรุงเทพฯ จุดเริ่มต้นของการบุกตลาดแบรนด์จีน

สำหรับประเทศไทย กรุงเทพฯ ถูกใช้เป็นฐานเปิดตัวของหลายแบรนด์จีนที่ต้องการทดสอบการตอบรับของผู้บริโภคระดับพรีเมียม เช่น Songmont ที่เปิดป๊อปอัปใน centralwOrld และ Chow Tai Fook ที่เปิดบูติกแรกในไทยที่ Siam Paragon เมื่อเดือนพฤษภาคม พร้อมเปิดตัวคอลเล็กชัน Dawn ซึ่งนำลายดอกสี่กลีบแบบจีนดั้งเดิมมาปรับให้ร่วมสมัยมากขึ้น

การเลือกไทยเป็นจุดเริ่มต้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะประเทศมีทั้งฐานนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง เครือข่ายศูนย์การค้าระดับพรีเมียม และผู้บริโภคในเมืองใหญ่ที่เปิดรับสินค้าแบรนด์ใหม่ๆ มากขึ้น ขณะเดียวกันสภาพแวดล้อมด้านค้าปลีกยังเอื้อต่อการทดลองตลาดแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ว่าจะเป็น การเปิดป๊อปอัป ร้านชั่วคราว หรือบูติกขนาดเล็ก เพื่อประเมินความต้องการก่อนขยายสาขาเต็มรูปแบบ

ผลต่อศูนย์การค้าและธุรกิจท่องเที่ยว

การเข้ามาของแบรนด์ลักชัวรี จีนอาจส่งแรงหนุนต่อศูนย์การค้า ห้างพรีเมียม ร้านค้าปลอดภาษี โรงแรม และธุรกิจบริการที่พึ่งพานักท่องเที่ยวระดับกำลังซื้อสูงโดยตรง เพราะแบรนด์เหล่านี้มักดึงลูกค้าที่มียอดใช้จ่ายต่อบิลสูงและมองหาประสบการณ์ช้อปปิ้งระดับพรีเมียม หากกระแสนี้ขยายตัวต่อเนื่อง เมืองศูนย์กลาง อย่างกรุงเทพฯ อาจได้ประโยชน์ทั้งในแง่ทราฟฟิกของผู้บริโภคและภาพลักษณ์ในฐานะฮับค้าปลีกของภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม การรุกตลาดของแบรนด์จีนยังเพิ่มระดับการแข่งขันต่อแบรนด์แฟชั่น เครื่องประดับ และสินค้าพรีเมียมที่ทำตลาดอยู่ในไทยแล้ว ผู้เล่นเดิมอาจต้องปรับกลยุทธ์ด้านสินค้า ราคา และประสบการณ์หน้าร้านให้แตกต่างมากขึ้น เพื่อรักษาฐานลูกค้าในตลาดที่มีตัวเลือกหลากหลายและเปลี่ยนเร็ว

มุมมองต่อแนวโน้มตลาดลักชัวรีในภูมิภาค

ภาพรวมของแนวโน้มนี้ชี้ว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังถูกยกระดับจากตลาดรองไปสู่พื้นที่ทดลองสำคัญของแบรนด์จีน โดยเฉพาะในหมวดเครื่องประดับ นาฬิกา และ ไวน์ ซึ่งเป็นสินค้าที่สะท้อนตัวตนและกำลังซื้อของผู้บริโภคระดับบน หากความต้องการในจีนยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน การขยายสู่ต่างประเทศจะยิ่งมีความสำคัญต่อรายได้และกำไรของบริษัทจีนมากขึ้น

สำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการในภูมิภาค สัญญาณนี้สะท้อนว่า โอกาสใหม่ในธุรกิจค้าปลีกลักชัวรีไม่ได้มาจากแบรนด์ตะวันตกเท่านั้น แต่แบรนด์จีนกำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้น และอาจกลายเป็นผู้เล่นหลักในการขับเคลื่อนตลาดพรีเมียมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงต่อไป

ที่มา: สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย