
รัฐบาลจีนเตรียมออกมาตรการการคลังรอบใหม่ในช่วงที่เหลือของปี เพื่อกระตุ้นสินเชื่อภาคธุรกิจและผู้บริโภค ขณะที่เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่าเป้าหมาย 4.5-5% ที่รัฐบาลกำหนดไว้สำหรับปีนี้
เหลียว หมิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง จีน แถลงวันนี้ (21 ส.ค.) ว่า รัฐบาลจีนกำลังศึกษาและจัดทำมาตรการด้านการคลังและการเงินชุดใหม่ที่สอดประสานกัน ซึ่งจะทยอยประกาศใช้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
ความเคลื่อนไหวล่าสุดแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลจีนพยายามสนับสนุนเศรษฐกิจ โดยการออกมาตรการการคลังแบบเจาะจงเป้าหมาย เพื่อฟื้นฟูดีมานด์สินเชื่อและเพิ่มการใช้จ่ายของภาคเอกชน ท่ามกลางแรงกดดันด้านการคลังที่เพิ่มขึ้นในระดับรัฐบาลท้องถิ่น
มาตรการดังกล่าวได้รับการขยายขอบเขตเพิ่มเติมตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. โดยเปิดให้สินเชื่อประเภทต่างๆ มีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนดอกเบี้ยมากขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อม รวมถึงผู้บริโภค
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจีนจะออกแนวทางในการออกพันธบัตรให้แก่รัฐบาลท้องถิ่น เร่งการเบิกจ่ายงบประมาณ และเพิ่มการกำกับดูแลพื้นที่ที่มีความล่าช้าในการใช้จ่าย เพื่อผลักดันให้โครงการต่างๆ เริ่มดำเนินการได้เร็วขึ้น
กังวลฐานะการคลัง-หนี้รัฐบาลท้องถิ่น
ถ้อยแถลงของเหลียว หมิน สะท้อนว่า รัฐบาลจีนเริ่มมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับความสามารถในการบริหารรายจ่ายของรัฐบาล ขณะที่ต้องควบคุมความเสี่ยงจากหนี้ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
เหลียว หมิน ยังกล่าวว่า จีนจะเดินหน้าสร้างระบบการคลังที่แข็งแกร่งขึ้น เป็นเอกภาพ สมดุล และยั่งยืนมากขึ้น ภายใต้แผนเศรษฐกิจฉบับถัดไปจนถึงปี 2030
มุมมองจาก Bloomberg Economics
นักวิเคราะห์มองว่า การดำเนินนโยบายการคลังของรัฐบาลที่ล่าช้าในเดือนก.ค. ทำให้ต้องเร่งอัดฉีดมาตรการการคลังเพื่อพยุงเศรษฐกิจในเดือนส.ค. และก.ย. งบประมาณส่วนใหญ่ที่เหลือจำเป็นต้องถูกนำออกมาใช้ในไตรมาสนี้ การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณจำนวนมากจะเปิดโอกาสสำคัญในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายเดือน ก.ย.
เร่งคุมหนี้แฝง-ทบทวนมาตรการลดภาษี
รัฐบาลจีนยังเตรียมดำเนินมาตรการอย่างจริงจังเพื่อสกัดหนี้แฝงใหม่ พร้อมทั้งจะทบทวนมาตรการลดหย่อนภาษีที่มีการประกาศใช้ในช่วงที่ผ่านมาอย่างเป็นระบบ
เหลียว หมิน ระบุว่า เป้าหมาย คือ การยุติ หรือปรับมาตรการบางส่วน เพื่อแก้ไขปัญหานโยบายที่กระจัดกระจาย พร้อมทั้งลดการบิดเบือนของกลไกตลาด
นอกจากนี้ รัฐบาลจีนจะเพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามการให้เงินอุดหนุนที่ผิดกฎหมายโดยรัฐบาลท้องถิ่น พร้อมจัดตั้งกลไกอนุมัติมาตรการช่วยเหลือใหม่ ๆ โดยขณะนี้ได้รวบรวมรายชื่อมาตรการที่รัฐบาลท้องถิ่นจะไม่สามารถนำไปใช้ได้อีกต่อไป
ที่มา: Bloomberg, สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

