จีนออกตั๋วเงินคลังสูงเป็นประวัติการณ์ ทะลุ 2 แสนล้านดอลล์ เร่งกระตุ้นศก.-รับมือการค้าโลกผันผวน

จีนออกตั๋วเงินคลังสูงเป็นประวัติการณ์ ทะลุ 2 แสนล้านดอลล์ เร่งกระตุ้นศก.-รับมือการค้าโลกผันผวน

กระทรวงการคลังจีน เผยว่า ยอดระดมทุนสุทธิผ่านการออกตั๋วเงินคลัง (Sovereign notes) มีมูลค่าอยู่ที่ 1.45 ล้านล้านหยวน (200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปีนี้ เพิ่มขึ้น 3 เท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และถือเป็นสถิติสูงสุดสำหรับช่วงไตรมาสแรก จากการคำนวณของบลูมเบิร์ก สะท้อนถึงสัญญาณการเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจีนและป้องกันความร้อนแรงซ้ำรอยในตลาดบอนด์

การระดมทุนผ่านการรออกหนี้ของรัฐบาลจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ยังตอกย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนของรัฐบาลในการขยายการใช้จ่ายทางการคลัง เพื่อรับมือปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงแรงกดดันด้านภาวะเงินฝืด และความตึงเครียดทางการค้า ขณะเดียวกัน ยังลดความตึงเครียดจากตลาดบอนด์ที่พุ่งสูงเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงทางการเงินในระยะยาว

Xing Zhaopeng นักกลยุทธ์อาวุโส ตลาดจีน จาก Australia & New Zealand Banking Group กล่าวว่า “เหตุผลที่ต้องเร่งออกพันธบัตรรัฐบาล เพราะความจำเป็นที่ต้องเร่งระดมทุนให้เร็วขึ้น รวมถึงเร่งการใช้จ่ายทางการคลัง เพื่อรับมือกับผลกระทบจากนโยบายภาษีนำเข้าที่อาจเกิดขึ้นในไตรมาสที่สอง และอาจทำให้เส้นอัตราผลตอบแทน (Yield Curve) สูงขึ้นได้ เมื่อพิจารณาจากอุปทานในตลาดบอนด์ ขณะที่ความเสี่ยงยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้”

การออกหนี้ของจีนยังเกิดขึ้นท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศที่ยังคงไม่แน่นอน หลังข้อมูลทางเศรษฐกิจของจีนล่าสุดนั้น ออกมาทั้งในเชิงบวกและลบ โดยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนออกมาดีกว่าที่คาดไว้ สวนทางกับยอดขายอสังหาริมทรัพย์และความต้องการสินเชื่อที่ยังคงอ่อนแออย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ จีนวางแผนที่จะเพิ่มการออกพันธบัตรรัฐบาลใหม่เป็น 11.86 ล้านล้านหยวนในปีนี้ เพื่อรับมือความท้าทายดังกล่าว หลังจากเพิ่มเป้าขาดดุลงบประมาณเป็น 4% ของ GDP ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 30 ปี

ขณะที่แรงกดดันต่ออุปทานและการย้ายเงินลงทุนไปสู่หุ้นเทคโนโลยีของจีน ยังทำให้เกิดแรงเทขายพันธบัตรมาตั้งแต่ต้นเดือนก.พ. โดยธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้อัดฉีดสภาพคล่องเพื่อพยุงค่าเงินหยวน ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น

ที่มา: บลูมเบิร์ก