แบงก์ชาติทั่วโลก ผนึกกำลังหนุนพาวเวลล์ หลังทรัมป์กดดันเฟดหนัก เสี่ยงบ่อนทำลายนโยบายการเงิน

แบงก์ชาติทั่วโลก ผนึกกำลังหนุนพาวเวลล์ หลังทรัมป์กดดันเฟดหนัก เสี่ยงบ่อนทำลายนโยบายการเงิน

ผู้ว่าการธนาคารกลางจากหลายประเทศทั่วโลก ออกมาแสดงการสนับสนุนอย่างพร้อมเพรียงต่อเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนปัจจุบัน หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่มระดับแรงกดดันต่อเฟดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้น เพื่อตอบโต้ความเสี่ยงที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ อาจตั้งข้อหาทางอาญาต่อหน่วยงานกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐฯ โดยผู้ว่าการธนาคารกลางรายสำคัญ อาทิ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ธนาคารกลางอังกฤษ และธนาคารกลางแคนาดา ระบุว่า พวกเขายืนหยัดเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวอย่างเต็มที่กับเฟดและพาวเวลล์ ด้านพาวเวลล์เองก็แสดงท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ พยายามแย่งชิงการควบคุมนโยบายการเงิน หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ วิพากษ์วิจารณ์มาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาว่า อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงเกินไป

บรรดาผู้ว่าการธนาคารกลาง ระบุในแถลงการณ์ร่วมว่า “ความเป็นอิสระของธนาคารกลาง คือ รากฐานสำคัญของเสถียรภาพด้านราคา การเงิน และเศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์ของประชาชนที่เรารับใช้  ดังนั้น การปกป้องความเป็นอิสระดังกล่าวจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยต้องเคารพหลักนิติธรรมและความรับผิดชอบตามระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มที่”

การออกแถลงการณ์ประสานเสียงครั้งนี้ สะท้อนความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่า ความเป็นอิสระทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก กำลังถูกบั่นทอนอย่างชัดเจน โดยปกติแล้ว การแสดงจุดยืนร่วมลักษณะนี้ มักเกิดขึ้นในภาวะวิกฤตระดับโลก เช่น วิกฤตการเงินปี 2008 หรือช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่ใช่เพื่อปกป้องผู้กำหนดนโยบายทางการเงินรายบุคคล

เฟดถูกส่งหมายเรียกจากคณะลูกขุนใหญ่ของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งอาจนำไปสู่การฟ้องร้องทางอาญา โดยพาวเวลล์ระบุว่า ประเด็นดังกล่าวเชื่อมโยงกับคำให้การต่อสภาคองเกรสเมื่อเดือนมิ.ย. เกี่ยวกับการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ของเฟด พร้อมกล่าวว่า ความเคลื่อนไหวนี้ควรถูกมองในบริบทที่กว้างขึ้นของคำขู่และแรงกดดันอย่างต่อเนื่องจากรัฐบาล โดยการขู่ตั้งข้อหาทางอาญาเป็นผลมาจากการที่เฟดกำหนดอัตราดอกเบี้ยบนพื้นฐานของการประเมินอย่างดีที่สุด ว่าอะไรจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ไม่ใช่การทำตามความต้องการของประธานาธิบดี”

อย่างไรก็ดี ผู้ว่าการธนาคารกลางบางราย ไม่ได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วม โดยพบว่า ในกลุ่ม G7 ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น คาซุโอะ อุเอดะ ไม่ได้ร่วมลงชื่อ ซึ่งธนาคารกลางญี่ปุ่น ระบุผ่านฝ่ายสื่อสารว่า “ขอหลีกเลี่ยงที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับการตอบสนองของธนาคารกลางอื่นๆ”

ทั้งนี้ ผู้นำธนาคารกลางรายอื่นๆ รวมถึง คริสติน ลาการ์ด ต่างย้ำความสำคัญของความเป็นอิสระด้านนโยบายการเงิน และออกมาปกป้องพร้อมชื่นชมการทำงานของพาวเวลล์ ขณะที่ โยอาคิม นาเกิล ประธานธนาคารกลางเยอรมนี ระบุว่า ความเป็นอิสระของธนาคารกลางเป็นเงื่อนไขพื้นฐานของเสถียรภาพด้านราคาและเป็นทรัพย์สินที่มีคุณค่า พร้อมชี้ว่าพัฒนาการล่าสุดในสหรัฐฯ เกี่ยวกับประธานเฟดเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง

ที่มา: Bloomberg, สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย