เฟดคงดอกเบี้ยตามคาด 3.50-3.75% พบกรรมการ 3 คนโหวตสวน-หนุนขึ้นดอกเบี้ย 0.25%

เฟดคงดอกเบี้ยตามคาด 3.50-3.75% พบกรรมการ 3 คนโหวตสวน-หนุนขึ้นดอกเบี้ย 0.25%

ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติ 9-3 คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ตามคาดการณ์ ซึ่งเป็นการคงดอกเบี้ยติดต่อกันครั้งที่ 5 โดยการลงมติครั้งนี้ กรรมการ 3 ราย สนับสนุนให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25%

กรรมการทั้ง 3 คน ประกอบด้วย เบธ แฮมแมค ประธานเฟด สาขาคลีฟแลนด์, ลอรี โลแกน ประธานเฟด สาขาดัลลัส และนีล แคชคารี ประธานเฟด สาขามินนีแอโพลิส ซึ่งเคยลงมติสวนในการประชุมครั้งสุดท้ายของเจอโรม พาวเวลล์ เมื่อเดือนเม.ย. โดยครั้งนั้นทั้ง 3 คน ต้องการให้เฟดยกเลิกการส่งสัญญาณว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

เฟด ระบุในแถลงการณ์หลังการประชุมว่า “เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับเป้าหมาย 2% ” โดยเนื้อหาในแถลงการณ์แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากแถลงการณ์เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง พร้อมย้ำว่า การจ้างงานยังคงเติบโตสอดคล้องกับการขยายตัวของกำลังแรงงาน ส่วนอัตราการว่างงานเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย

ด้าน เควิน วอร์ช ประธานเฟด กล่าวในการแถลงข่าวหลังการประชุมว่า “เฟดกำลังเข้าสู่ช่วงใหม่ของการดำเนินนโยบายและตระหนักดีว่าเงินเฟ้อที่อยู่เหนือเป้าหมายมานานกว่า 5 ปี ไม่สามารถแก้ไขได้ภายในเวลาเพียง 9 สัปดาห์ หรือจากตัวเลขเงินเฟ้อที่ชะลอลงเพียงเดือนเดียว เฟดชุดนี้จะยังคงเดินหน้ามุ่งมั่นนำเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% โดยจะไม่ลังเลหรือหวั่นไหวต่อภารกิจดังกล่าว”

วอร์ช ซึ่งเข้ารับตำแหน่งประธานเฟดเมื่อเดือนพ.ค. ระบุว่า เขาไม่สามารถยอมรับเงินเฟ้อที่สูงกว่าเป้าหมายของเฟด ซึ่งดำเนินต่อเนื่องมานานกว่า 5 ปี และจนถึงเดือนที่แล้วเงินเฟ้อยังเร่งตัวขึ้นจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาพลังงานและอาหารทั่วโลกสูงขึ้น รวมถึงการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์และการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งกระตุ้นอุปสงค์ในระบบเศรษฐกิจ

แม้จะปฏิเสธที่จะส่งสัญญาณถึงทิศทางนโยบายการเงินในระยะต่อไป แต่วอร์ชกล่าวว่า “ผมขอย้ำว่า การตัดสินใจของคณะกรรมการชุดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง และหากจำเป็นและเหมาะสม เราจะไม่ลังเลที่จะดำเนินการ”

ด้านมุมมองของนักวิเคราะห์ โอแมร์ ชารีฟ ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัทวิจัย Inflation Insights คาดว่า คณะกรรมการ FOMC จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย. เว้นแต่ว่าตลาดแรงงานจะทรุดลง หรือเงินเฟ้อพื้นฐานจะชะลอลงมาใกล้ระดับ 2% ต่อปี ซึ่งเขาคาดว่าจะไม่ปรากฏในข้อมูลเดือนก.ค. หรือส.ค. ก่อนการประชุมเดือนก.ย.”

จำนวนกรรมการที่ลงมติสนับสนุนการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า มุมมองภายในเฟดกำลังเปลี่ยนแปลง แม้ว่านักวิเคราะห์บางส่วนยังเชื่อว่าเฟดสามารถชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปได้ก็ตาม

แคธี บอสต์จันซิก หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Nationwide ระบุในบทวิเคราะห์ว่า “จำนวนผู้ลงมติคัดค้านที่สูงสะท้อนว่าเจ้าหน้าที่เฟดมีจุดยืนที่เข้มงวดมากขึ้น” แต่ยังคงเห็นว่า “เฟดสามารถและควรคงอัตราดอกเบี้ยต่อไปตลอดปีนี้ เพราะการขึ้นดอกเบี้ยไม่สามารถแก้ปัญหาการชะงักงันของอุปทานพลังงานจากตะวันออกกลาง และไม่สามารถชะลอการลงทุนด้าน AI ที่กำลังผลักดันให้ราคาสินค้าปรับสูงขึ้น”

นอกจากนี้ การที่เฟดคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิมตั้งแต่เดือนธ.ค. สะท้อนว่าเจ้าหน้าที่เฟดมองว่า ต้นทุนการกู้ยืมในปัจจุบันอยู่ในระดับสูงพอที่จะชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจ และช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ไม่ได้เกิดจากปัจจัยอย่างผลกระทบจากภาษีนำเข้า ที่คาดว่าจะทยอยลดลงเอง

ทั้งนี้ วอร์ชกล่าวถึงความเสี่ยงต่าง ๆ ค่อนข้างน้อย และไม่ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่เคยระบุว่าการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพที่ได้รับแรงหนุนจาก AI จะช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตได้เร็วขึ้นโดยไม่ทำให้เงินเฟ้อเร่งตัว

ที่มา: Reuters, สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย