ฝรั่งเศส-เยอรมนีเห็นพ้องเสนอตั้งกองทุนฟื้นฟูวงเงิน 5 แสนล้านยูโร ช่วยผลกระทบโควิด-19

ฝรั่งเศส-เยอรมนีเห็นพ้องเสนอตั้งกองทุนฟื้นฟูวงเงิน 5 แสนล้านยูโร ช่วยผลกระทบโควิด-19

รายงานข่าวจากซีเอ็นบีซี ระบุว่า ผู้นำฝรั่งเศสและเยอรมนี เห็นพ้องกันในการเสนอจัดตั้งกองทุนฟื้นฟู โดยมีวงเงิน 5 แสนล้านยูโร (5.43 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประเทศในยุโรปที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในแถลงการณ์ร่วม นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีประเทศเยอรมนี และประธานาธิบดีฝรั่งเศส นายเอมมานูเอล มาครง กล่าวว่า กองทุนที่จัดตั้งขึ้นจะนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจและระดับภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรค และทั้ง 2 ประเทศ ยังเห็นพ้องกันในการเสนอให้มีการอนุญาตให้คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (อียู) ให้ทำการกู้ยืมเงินในตลาดการเงินในนามของอียู การที่ฝรั่งเศสและเยอรมนีเห็นพ้องต่อมาตรการดังกล่าวในครั้งนี้ ถือเป็นการยุติความขัดแย้งของทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา ฝรั่งเศสต้องการผลักดันการตั้งกองทุนดังกล่าว ในขณะที่เยอรมนีมีท่าทีไม่เห็นด้วย เนื่องจากจะขัดต่อการรักษาวินัยทางการคลัง

จับตา TSMC หยุดรับคำสั่งซื้อชิปจากหัวเว่ยเพิ่มเติม ตอบสนองแนวทางสหรัฐฯ

จับตา TSMC หยุดรับคำสั่งซื้อชิปจากหัวเว่ยเพิ่มเติม ตอบสนองแนวทางสหรัฐฯ

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงาน โดยอ้างอิงมาจากนิกเกอิว่า มีแหล่งข่าวใกล้ชิดออกมาให้ข้อมูลว่า บริษัท ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟคเจอริง หรือ TSMC ได้หยุดรับคำสั่งซื้อใหม่จากบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี เพื่อตอบสนองต่อแนวทางของสหรัฐฯ ที่มีเป้าหมายให้จำกัดการป้อนชิปให้กับบริษัทจีนรายนี้ สำหรับคำสั่งซื้อที่ TSMC รับไว้ก่อนที่จะมีการแบนหัวเว่ยรอบใหม่ และอยู่ในกระบวนการผลิตจะไม่ได้รับผลกระทบ โดยยังคงสามารถดำเนินการต่อไปได้ แต่การส่งชิปเหล่านั้นจะต้องดำเนินการก่อนกลางเดือน ก.ย. TSMC นับว่าเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นผู้ป้อนชิปรายสำคัญให้กับหัวเว่ยด้วย ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา TSMC ก็เพิ่งประกาศแผนงานสร้างโรงงานผลิตในสหรัฐฯ โดยย้ำว่าจะติดตามและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์การส่งออกของสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ เพิ่งออกกฎเกณฑ์ใหม่เมื่อวันศุกร์ของสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยให้อำนาจกับหน่วยงานกำกับในสหรัฐฯ เพิ่มเติมสำหรับการออกใบอนุญาตเพื่อจำหน่ายเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งผลิตในต่างประเทศด้วยเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ให้กับหัวเว่ย ถือเป็นการขยายขอบเขตในการจำกัดการส่งออกให้กับผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับ 2 ของโลกรายนี้ อย่างไรก็ตาม หัวเว่ย ยังปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นกับประเด็นที่เกิดขึ้น ส่วน TSMC ออกมาระบุว่า จะไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดคำสั่งซื้อใดๆ ออกมา ทั้งยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อมูลที่ออกมาเป็นเพียงข่าวลือในตลาดทั้งสิ้น

เทมาเส็กเข้าร่วมวงโครงการสกุลเงินดิจิทัล ‘ลิบรา’

เทมาเส็กเข้าร่วมวงโครงการสกุลเงินดิจิทัล ‘ลิบรา’

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ลิบรา โครงการสกุลเงินดิจิทัลที่เฟซบุ๊กริเริ่ม ขณะนี้มีผู้สนับสนุนรายใหม่เข้ามาเพิ่มเติม ได้แก่ เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ ซึ่งเป็นกองทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ สำหรับ เทมาเส็ก นับเป็นองค์กร 1 ใน 3 องค์กรใหม่ที่ประกาศเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มล่าสุดที่เข้าร่วมโครงการสมาคมลิบรา โดยปัจจุบันสมาคมนี้ก่อตั้งเป็นกลุ่มอิสระ ตั้งอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อบริหารโครงการสกุลเงินดิจิทัล ขณะที่ Paradigm ผู้ลงทุนในคริปโตเคอเรนซี และ Slow Ventures บริษัทเอกชน เป็นสมาชิกใหม่อีก 2 รายที่เข้าร่วมด้วย เฟซบุ๊ก เคยประกาศวิสัยทัศน์เกี่ยวกับโครงการลิบรา เมื่อปีที่ผ่านมาว่า ต้องการจะเป็นทางเลือกระบบการชำระเงินดิจิทัลโลก โดยเหรียญนี้จะเงินสกุลท้องถิ่นหลายๆ สกุลหนุนหลัง ซึ่งก็ทำให้หน่วยงานกำกับทั่วโลกเกิดความกังวลใจว่าโครงการนี้จะทำให้สกุลเงินดิจิทัลนี้กลายมาเป็นสกุลหลัก และอาจจะทำลายระบบการเงินได้ จากความกังวลของหน่วยงานกำกับนี้เอง ทำให้บริษัทให้บริการชำระเงินที่เคยเข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการ ถอนตัวจากโครงการนี้ ทั้งวีซ่า มาสเตอร์การ์ด และเพย์พาล สำหรับ เทมาเส็ก ซึ่งเข้าร่วมโครงการครั้งล่าสุด มีพอร์ตลงทุนมูลค่า 313,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ […]

แบงก์ชาติกัมพูชาเร่งแผนอี-เพย์เมนท์ คาดเปิดตัวเครือข่ายชำระเงินภายในปีนี้

แบงก์ชาติกัมพูชาเร่งแผนอี-เพย์เมนท์ คาดเปิดตัวเครือข่ายชำระเงินภายในปีนี้

ธนาคารกลางกัมพูชา เตรียมแผนจะเปิดตัวเครือข่ายเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ (DLT) เพื่อเปิดใช้งานร่วมกันในภาคการชำระเงินของประเทศ โดยผู้บริโภคจะสามารถชำระเงินได้ทันทีผ่านแพลตฟอร์มในแอปพลิเคชันบนมือถือและคิวอาร์ โค้ด Serey Chea ผู้ช่วยผู้ว่าการและผู้อำนวยการ ธนาคารแห่งชาติกัมพูชา กล่าวว่า เป้าหมายหลักของเครือข่าย DLT คือ การค่อยๆ ลดอำนาจของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ในกัมพูชา โดยปัจจุบันกัมพูชาพึ่งพิงเงินดอลลาร์สหรัฐเกือบจะมากที่สุดในโลก ระบบการเงินและระบบเศรษฐกิจของกัมพูชากว่า 90% ใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ เขา กล่าวว่า กัมพูชาได้พัฒนาระบบดังกล่าวมาเป็นเวลา 4-5 ปีแล้ว และเตรียมจะเปิดตัวภายในปีนี้ให้เร็วที่สุด โดยมีธนาคารที่เข้าร่วมทดลองใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวทั้งสิ้น 12 แห่ง และคาดหวังว่าสถาบันการเงินของประเทศทั้งหมดจะเข้าร่วมแพลตฟอร์มโดยสมัครใจ แพลตฟอร์มการชำระเงิน DLT ของกัมพูชา ได้รับการออกแบบเพื่อให้ง่ายขึ้นสำหรับธนาคารผู้ให้บริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-วอลเล็ท และลูกค้าธนาคารในการทำธุรกรรมซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ กัมพูชาได้เริ่มพัฒนา “โครงการการชำระเงินข้ามพรมแดน” ร่วมกับสถาบันการเงินชั้นนำของมาเลเซีย เมย์แบงก์ โดยตั้งเป้าหมายรองรับแรงงานข้ามชาติส่งเงินกลับประเทศ Chea กล่าวว่า กัมพูชามีพื้นฐานที่แข็งแกร่งทุกภาคส่วน ทั้งอัตราแลกเปลี่ยนที่มั่นคง อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำ และแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดี อย่างไรก็ดีจากการสำรวจที่จัดทำโดยธนาคารกลางกัมพูชา […]

อินเดียคลอดแพ็กเกจใหม่วงเงิน 2.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ กระตุ้นเศรษฐกิจฝ่าโควิด-19

อินเดียคลอดแพ็กเกจใหม่วงเงิน 2.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ กระตุ้นเศรษฐกิจฝ่าโควิด-19

นเรนทรา โมดี้ นายกรัฐมนตรีอินเดีย กล่าวว่า อินเดียเตรียมใช้งบประมาณ 20 ล้านล้านรูปี (2.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับมาตรการการคลังและการเงิน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาจากการล็อคดาวน์นานหลายสัปดาห์ในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ประเทศอินเดียมีผู้ป่วยมากกว่า 70,000 คน จากจำนวนประชากร 1,300 ล้านคน โดยประเทศอินเดียตั้งอยู่เหนือจีน ซึ่งเป็นที่มาของการระบาด ดังนั้นรัฐบาลจึงมีคำสั่งที่เข้มงวดให้ประชาชนอยู่บ้านเพื่อหยุดการแพร่เชื้อ ด้วยกฎชุดใหม่รัฐบาลได้ขยายระยะเวลาออกไปเกินกว่าวันที่ 17 พ.ค. แล้ว เขา กล่าวว่า อินเดียจะออกแพ็กเกจช่วยเหลือรอบใหม่เทียบเท่ากับ 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของอินเดียและมุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนจำนวนมากที่ไม่มีงานทำ ทั้งนี้ รายละเอียดของแพ็กเกจใหม่ครอบคลุมถึงการปฏิรูปที่ดิน แรงงาน สภาพคล่องและกฎหมาย ซึ่งจะตอบสนองต่อภาคส่วนต่างๆ รวมถึงอุตสาหกรรม องค์กรขนาดกลางและขนาดเล็ก คนงานชนชั้นกลางและอื่น ๆ

เกาหลีใต้ผุดโครงการใหญ่ด้านเอไอ-5G หวังกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างงาน

เกาหลีใต้ผุดโครงการใหญ่ด้านเอไอ-5G หวังกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างงาน

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า เกาหลีใต้เตรียมสร้างงานชิ้นโบว์แดงเป็นศูนย์ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และการสื่อสารไร้สาย เพื่อสร้างงานและกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ลดลง เมื่อวันพฤหัสบดี สัปดาห์ที่ผ่านา รัฐบาลเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ว่า จะสนับสนุนการใช้เอไอและเทคโนโลยีสื่อสารไร้สาย 5G เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจที่ขณะนี้อยู่ภายใต้สถานการณ์การควบคุมไวรัสแพร่ระบาด ในแถลงการณ์ ชี้ว่า เงินลงทุนจะมาจากงบฉุกเฉินครั้งที่ 3 ซึ่งขณะนี้กำลังร่างจัดทำอยู่ และมาจากงบประมาณประจำปีจากนี้จนถึงปี 2022 แต่ไม่ได้ระบุตัวเลขที่แน่ชัดเอาไว้ โดยเงินลงทุนนี้จะใช้ในการพัฒนาเอไอ สร้างอาคารสำหรับทดสอบหุ่นยนต์ และช่วยธุรกิจเปิดตัวบริการใหม่ที่ต้องใช้ข้อมูล นอกจากนี้รัฐบาลจะสนับสนุนการก่อสร้างเครือข่าย 5G ด้วย โดยรายละเอียดต่างๆ จะประกาศในเดือน มิ.ย. นี้ ประธานาธิบดีมูน แจอิน กล่าวว่า รัฐบาลของเขาจะดำเนินโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐเพื่อก่อให้เกิดการสร้างงานและนวัตกรรมหลังจบยุคไวรัส คิม จุงซิก นักเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยยอนเซ ในกรุงโซล เกาหลีใต้ กล่าวว่า การจัดทำโครงการนี้แตกต่างจากโครงการปกติ ที่จะสร้างงานจากการใช้จ่าย เพราะกระสุนทางการเงินของเกาหลีใต้มีจำนวนจำกัดมากขึ้นหลังจากที่ใช้จ่ายไปกับมาตรการต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โจเซฟ ฮัน นักเศรษฐศาสตร์สถาบันพัฒนาเกาหลี กล่าวว่า […]

จับตาเทคโนโลยีติดตามผู้ติดต่อสำหรับองค์กรกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด

จับตาเทคโนโลยีติดตามผู้ติดต่อสำหรับองค์กรกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า บริษัทเทคโนโลยี ตั้งแต่ผู้ให้บริการที่เชี่ยวชาญรายใหญ่ไปจนถึงสตาร์ทอัพที่เพิ่งเริ่มต้น ที่สร้างแอปพลิเคชันหรืออุปกรณ์สำหรับสวมใส่สำหรับภาคธุรกิจเพื่อติดตามและร่วมยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในหมู่พนักงานที่ทำงาน เทคโนโลยีที่เรียกว่า การติดตามผู้ติดต่อแบบดิจิทัล เป็นเทคโนโลยีซึ่งที่ผ่านมามีองค์กรขนาดใหญ่จำนวนหนึ่งที่ใช้เครื่องมือนี้อย่างเปิดเผยอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามบริษัทเทคโนโลยีก็มองเห็นโอกาสหลักๆ จากสำนักงานที่จะกลับมาเปิดใหม่ และต้องการปรับปรุงเทคโนโลยีที่มีอยู่เพื่อมุ่งเน้นการติดตามโควิด-19 Laura Becker นักวิเคราะห์ที่ดูเรื่องประสบการณ์พนักงานและสิทธิประโยช์ของ ไอดีซี กล่าวว่า การติดตามผู้ติดต่อแบบดิจิทัลสำหรับองค์กรเป็นเทคโนโลยีในพื้นที่ใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าตลาดหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากคาดว่า บริษัทที่กลับมาเปิดออฟฟิศใหม่กำลังมองหาแนวทางเพื่อสร้างความปลอดภัยให้พนักงานอยู่ “เมื่อมองไปที่องค์กรใหญ่ ซึ่งมีพนักงานมากกว่า 1,000 คน มีแนวโน้มจะใช้เทคโนโลยีนี้มาก แม้ว่าอาจจะมีบางส่วนที่ไม่ได้ใช้ แต่ถ้าให้มองรวมๆ แล้วก็คาดว่า จะทำให้มูลค่าตลาดของเทคโนโลยีนี้มีถึง 4,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ” Becker กล่าว แอปเปิ้ลและกูเกิล รวมถึงกลุ่มองค์กรไม่แสวงหากำไร ได้สร้างซอฟต์แวร์สำหรับติดตามผู้ติดต่อออกมาเช่นกัน แต่ระบบของพวกเขามีเป้าหมายเป็นสาธารณะและจะถูกใช้โดยหน่วยงานสาธารณสุขในยุโรป เพื่อสร้างแอปพลิเคชันติดตามผู้ติดต่อฟรี ซึ่งเป็นการทำงานในระดับชาติ โดยซอฟต์แวร์ของแอปเปิ้ลและกูเกิลไม่ได้มีไว้ซื้อขาย ทำให้แอปพลิเคชันติดตามผู้ติดต่อสำหรับองค์กรเป็นตลาดที่จะทำเงินได้

จีน-สหรัฐฯ เตรียมเดินหน้าข้อตกลงทวิภาคี ทั้งการค้า-เศรษฐกิจ-สาธารณสุข

จีน-สหรัฐฯ เตรียมเดินหน้าข้อตกลงทวิภาคี ทั้งการค้า-เศรษฐกิจ-สาธารณสุข

รายงานข่าวจากบลูมเบิร์ก ระบุว่า นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีของจีน ได้ออกมายืนยันว่า จีน และสหรัฐฯ ได้ตกลงร่วมกันทั้งสองฝ่ายที่จะทำงาน และสร้างเงื่อนไขที่อำนวยความสะดวกให้กับทั้งสองประเทศตามข้อตกลงทวิภาคี พร้อมทั้งให้ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ และสาธารณสุข ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นการพูดคุยทางโทรศัพท์กับนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์จีนได้กล่าวผ่านแถลงการณ์โดยระบุว่า ทั้งสองประเทศมีความเห็นพ้องต้องกันว่า ความก้าวหน้าในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเป็นสิ่งที่จำเป็นและต้องทำให้ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศก็หวังว่าจะสามารถปฎิบัติหน้าที่ได้ภายใต้ข้อตกลงที่วางไว้ในเวลาที่เหมาะสม แม้จะมีเหตุการระบาดของโควิด-19 การพูดคุยของผู้แทนการค้าทั้งสองประเทศในครั้งนี้ นับเป็นการพูดคุยกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่ทั้งสองประเทศได้ลงนามข้อตกลงการค้าในเฟสที่หนึ่งไปเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนนั้นแย่ลงเรื่อยๆ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ออกมาเผยว่า เตรียมที่จะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน โดยให้เหตุผลว่า จีนเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 และทำให้สหรัฐฯได้รับผลกระทบโดยตรงทั้งในด้านเศรษฐกิจ และด้านสุขภาพ จากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้

เพย์พาลคาดการณ์การชำระเงินออนไลน์ในไตรมาส 2 ฟื้นตัวแข็งแร่ง รับชอปปิงออนไลน์พุ่ง

เพย์พาลคาดการณ์การชำระเงินออนไลน์ในไตรมาส 2 ฟื้นตัวแข็งแร่ง รับชอปปิงออนไลน์พุ่ง

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า บริษัท เพย์พาล โฮลดิ้งส์ ออกมาคาดการณ์ว่า ปริมาณการชำระเงินในไตรมาสที่ 2 จะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่มีแรงขับเคลื่อนจากการรักษาระยะห่างทางสังคม หรือ Social distancing ซึ่งทำให้ผู้คนจำนวนมากชอปปิงออนไลน์ ทั้งนี้ ผู้ค้าปลีกออนไลน์เล็งเห็นถึงความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งก็กระตุ้นให้การชำระเงินดิจิทัลเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเพย์พาล ออกมาให้ข้อมูลเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า มีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นถึง 7.4 ล้านคนในเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ในรายงานประจำไตรมาส เพย์พาล มีกำไรเพิ่มขึ้น 87.4% จากการที่ต้องตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญลดลง แต่ก็ยังถือว่าเหนือความคาดหมายของตลาด เพย์พาล ให้ข้อมูลว่า ในเดือน มี.ค. สภาพแวดล้อมที่เป็นผลมาจาก โควิด-19 กระทบกับธุรกิจของเพย์พาล ทั้งในเชิงปริมาณและรายได้ที่มาจากภาคท่องเที่ยวและการจัดกิจกรรม ซึ่งได้รับผลกระทบด้านรายได้ ไตรมาสแรกที่ผ่านมา เพย์พาล มียอดทำธุรกรรมชำระเงิน 191,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อนหน้า แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์กันว่าจะมียอดทำธุรกรรมชำระเงิน 194,230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ […]

ก.ล.ต. สหรัฐฯ คลอดมาตรการชั่วคราวหนุนบริษัทขนาดเล็กระดมทุนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

ก.ล.ต. สหรัฐฯ คลอดมาตรการชั่วคราวหนุนบริษัทขนาดเล็กระดมทุนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

รายงานข่าวจากรอยเตอร์ส ระบุว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ของสหรัฐฯ (The U.S. Securities and Exchange Commission : SEC) ได้เปิดแนวทางช่วยบรรเทาปัญหาให้กับบริษัทขนาดเล็กที่ต้องการระดมทุนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อตอบสนองความต้องการเงินทุนเร่งด่วน เนื่องจากผลกระทบของ โควิด-19 มาตรการดังกล่าวพยายามที่จะแก้ไขข้อกำหนดที่มีอยู่ชั่วคราว เกี่ยวกับการระดมทุนผ่านคราวด์ฟันดิ้ง อย่างไรก็ตามบริษัทเหล่านั้นต้องเป็นบริษัทที่มีคุณสมบัติตรงตาม “ข้อกำหนดคุณสมบัติขั้นสูง” (the enhanced eligibility requirements) ในขณะเดียวกันต้องเปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจนและครบถ้วนแก่นักลงทุนเกี่ยวกับการพึ่งพามาตรการบรรเทาทุกข์ โดยสามารถยื่นรับข้อเสนอระหว่างวันที่มีผลบังคับใช้ของกฎชั่วคราวและวันที่ 31 ส.ค. นี้ ในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา หน่วยงานกำกับดูแลเสนอให้ บริษัทเอกชนขนาดเล็กสามารถเข้าถึงเงินทุนได้มากขึ้นก่อนที่พวกเขาจะมีคุณสมบัติตามที่ต้องการเพื่อจดทะเบียนกับหน่วยงานซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง