เวียดนามหนุนบริษัทผู้ผลิตซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนโดยตรง ลดการผูกขาด

เวียดนามหนุนบริษัทผู้ผลิตซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนโดยตรง ลดการผูกขาด

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนามกำลังพิจารณาอนุญาตให้บริษัทต่างๆ สามารถซื้อไฟฟ้าโดยตรงจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแทนการผูกขาดของผู้จัดจำหน่าย Vietnam Electricity นโยบายสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง หรือ DPPA จะช่วยให้บริษัทผู้ผลิตที่มีสายไฟขั้นต่ำ 22 กิโลโวลต์ สามารถเจรจาและซื้อจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมได้ โดยในช่วง 3 ปีแรก ระหว่างที่ทดลองใช้นโยบาย ทางบริษัทผู้ซื้อไฟฟ้าต้องซื้ออย่างน้อย 80% ของพลังงานไฟฟ้าที่ตกลงกันไว้ โซลาร์ฟาร์มและกังหันลมที่มีกำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ขึ้นไป สามารถลงนามในข้อตกลงเหล่านี้ได้และจำเป็นต้องเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายใน 9 เดือนหลังจากเข้าร่วมโครงการนำร่อง โครงการนี้มีแนวโน้มที่จะเริ่มในเร็วๆ นี้ และจะดำเนินการไปจนถึงปี 2030 โดยมีกำลังการผลิตรวมประมาณ 1,000 เมกะวัตต์ เมื่อสิ้นสุดระยะทดลองงาน กระทรวงฯ จะตรวจสอบและหากพอใจกับผลลัพธ์จะพยายามทำให้โปรแกรมถาวรต่อไป

ปีลีปีลีเตรียมซื้อหุ้นยูซู 765 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รุกคืบตลาดเกมออนไลน์จีน

ปีลีปีลีเตรียมซื้อหุ้นยูซู 765 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รุกคืบตลาดเกมออนไลน์จีน

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องออกมาเปิดเผยว่า BiliBili (ปีลีปีลี) ซึ่งเป็นบริษัทวิดีโอเกมออนไลน์ของจีน กำลังเจรจาเพื่อซื้อหุ้น 24% จากผู้ถือหุ้น Yoozoo (ยูซู) บริษัทเกม หรือคิดเป็นประมาณ 5,000 ล้านหยวน หรือ 765 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยบริษัทมีเป้าหมายเจาะกลุ่มผู้ใช้งานวัยรุ่นที่กำลังเติบโตในตลาดเกมชั้นนำของโลก ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจาก ปีลีปีลี ซึ่งเป็นบริษัทที่เทนเซ็นต์ โฮลดิ้งส์ รวมถึงอาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เป็นผู้สนับสนุน เพิ่งระดมทุน 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ ความเคลื่อนไหวยังเกิดขึ้นในขณะที่ยูซู กำลังเผชิญความท้าทายด้านการจัดการ หลังประธานบริษัทเสียชีวิตอย่างน่าสงสัยเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่ผ่านมา ปีลีปีลี มีจำนวนผู้ใช้งานเป็นประจำทุกเดือนมากกว่า 200 ล้านคน ในเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น ซึ่งถือเป็นฐานลูกค้าสำคัญตามตัวเลขข้อมูลประชากร และบริษัทซึ่งมีฐานที่ตั้งในเซี่ยงไฮ้ต้องการที่จะเติบโตในตลาดเกมจีน ซึ่งมีมูลค่า 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ […]

ญี่ปุ่นเล็งเพิ่มเป้าลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อย 40% ในปี 2030

ญี่ปุ่นเล็งเพิ่มเป้าลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อย 40% ในปี 2030

รายงานข่าวจากรอยเตอร์ส ระบุว่า ญี่ปุ่นกำลังพิจารณาที่จะเพิ่มเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นอย่างน้อย 40% ในปี 2030 จากระดับปีงบประมาณ 2013 ที่ 26% นายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ ซูงะ ของญี่ปุ่น ได้ตั้งเป้าหมายที่จะทำให้การปล่อยคาร์บอนของญี่ปุ่นเป็นกลางภายในปี 2050 และรัฐบาลจะสรุปเป้าหมายของปี 2030 อีกครั้ง ในการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศผู้นำอุตสาหกรรมระดับโลก G7 ในเดือน มิ.ย. แหล่งข่าวใกล้ชิดได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเกียวโดว่า ซูงะ จะพบกับประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตันในวันที่ 16 เม.ย. นี้ ก่อนเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ 40 ท่าน ผ่านช่องทางเสมือน เพื่อหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในวันที่ 22-23 เม.ย. นี้ รายงานข่าว ยังระบุว่า ไบเดนเรียกร้องให้มีการประชุมฝ่ายบริหารของเขา โดยคาดว่าจะมีการประกาศเป้าหมายที่ทะเยอทะยานในปี 2030 เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นไปตามเวลาที่มีการประชุม      

เงินไหลเข้าลงทุนในคริปโตเคอเรนซีทำสถิติสูงสุด 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสแรก

เงินไหลเข้าลงทุนในคริปโตเคอเรนซีทำสถิติสูงสุด 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสแรก

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ในไตรมาสแรกที่ผ่านมา มีเงินทุนไหลเข้ามาในกองทุนและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอเรนซีทำสถิติสูงสุด 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากนักลงทุนสถาบันเข้ามามีส่วนร่วมในกลุ่มนี้มากขึ้น ตามข้อมูลของ Coinshares ผู้จัดการสินทรัพย์ดิจิทัล ทั้งนี้ ในไตรมาสแรก เงินทุนที่ไหลเข้ามาลงทุนในคริปโตเคอเรนซี เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับไตรมาสสุดท้ายของปี 2020 ซึ่งอยู่ในระดับ 3,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม เมื่อดูอัตราการเติบโตของเงินทุนไหลเข้า พบว่า ชะลอตัวกว่า เมื่อเทียบกับไตรมาสสุดท้ายของปี 2020 ที่มีการเติบโตถึง 240% Coinshares ระบุในรายงานว่า เงินทุนไหลเข้าที่มีการเติบโตชะลอตัว ไม่ได้บ่งบอกถึงแนวโน้มในวงกว้าง เพราะอัตราการเติบโตในแต่ละไตรมาสมีความแตกต่างกันมาก เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มูลค่าตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของคริปโตเคอเรนซี ทำสถิติสูงสุดอีกครั้ง อยู่ที่ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยบิตคอยน์มีมาร์เก็ตแคปมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ “มีความเคลื่อนไหวมากมายที่ทำให้คนเข้ามาสนใจเหรียญดิจิทัลต่างๆ นอกเหนือจากบิตคอยน์”  Edward Moya นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโส OANDA […]

แบงก์ชาติญี่ปุ่นเตรียมทดลองออกสกุลเงินดิจิทัล

แบงก์ชาติญี่ปุ่นเตรียมทดลองออกสกุลเงินดิจิทัล

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เริ่มทดลองศึกษาความเป็นไปได้ในการออกสกุลเงินดิจิทัลของตัวเอง ถือเป็นการเข้าร่วมกับธนาคารกลางอื่นๆ ที่พยายามจะจับคู่กับนวัตกรรมที่ภาคเอกชนประสบความสำเร็จ ในการทดลองระยะแรก จะดำเนินการจนถึงเดือน มี.ค. 2022 โดยจะมุ่งเน้นทดสอบความสามารถทางเทคนิคในการออก กระจาย และการแลกสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง หรือ CBDC หลังจากนั้นแล้ว ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะเคลื่อนที่ไปสู่การทดลองระยะที่ 2 ซึ่งจะมีการกลั่นกรองรายละเอียดการทำงานต่างๆ มากขึ้น เช่น การจำกัดจำนวนเงินสกุลดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางที่ถือครองได้ ชินอิจิ ยูชิดะ ผู้อำนวยการบริหาร ธนาคารกลางญี่ปุ่น กล่าวว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจจะเปิดตัวโครงการนำร่องที่จะเกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการชำระเงินและผู้ใช้งานปลายทาง “จุดยืนของธนาคารกลางญี่ปุ่นยังไม่เปลี่ยนแปลง เพียงแต่ในเวลานี้ยังไม่มีแผนที่จะออก CBDC โดยเราเชื่อว่าการเริ่มต้นทดลองเป็นขั้นตอนที่จำเป็น” ยูชิดะ กล่าว ทั้งนี้ ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังมองหากการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลเพื่อปรับปรุงระบบการเงินให้ทันสมัย ขจัดภัยคุกคามจากคริปโตเคอเรนซีและเร่งความเร็วของระบบการชำระเงินทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ

จีนพยายามผลักดันการใช้เงินหยวนดิจิทัลสำหรับการชำระเงินข้ามพรมแดน

จีนพยายามผลักดันการใช้เงินหยวนดิจิทัลสำหรับการชำระเงินข้ามพรมแดน

รายงานข่าวจากซินหัว ระบุว่า ธนาคารกลางจีนได้ทำงานร่วมกับองค์การเงินตราฮ่องกง (HKMA) ในการทดสอบทางเทคนิคของการใช้เงินหยวนดิจิทัลสำหรับการชำระเงินข้ามพรมแดนในจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง นายหวัง ซิน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของธนาคารกลางจีน ยังร่วมมือกับ HKMA และธนาคารกลางของไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในโครงการวิจัยพหุภาคี การทดสอบเงินหยวนดิจิทัลของจีนกำลังดำเนินไปอย่างมั่นคงโดยมีสถานการณ์เข้ามาทดสอบการใช้งานมากขึ้น ภายในประเทศจีนหลายเมืองรวมถึงปักกิ่ง เซินเจิ้นและซูโจวได้ทดลองใช้สกุลเงินดิจิทัลนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ขณะที่จีนกำลังเดินหน้าสำรวจวิธีการใช้เงินหยวนดิจิทัลสำหรับการทำธุรกรรมข้ามพรมแดนเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดให้แพร่หลายมากขึ้น

จีนแซงหน้าสหรัฐฯ 3 เดือนแรกออกกรีนบอนด์ 1.57 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

จีนแซงหน้าสหรัฐฯ 3 เดือนแรกออกกรีนบอนด์ 1.57 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

จีนแซงหน้าสหรัฐฯ เพื่อเป็นผู้นำในการออกกรีนบอนด์ (Green Bond) ทั่วโลกในไตรมาสแรก โดยกรีนบอนด์เป็นตราสารหนี้ที่ผู้ออกมีเจตนาระดมทุนเพื่อนำเงินไปขยายธุรกิจผ่านโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ดีจำเป็นต้องมุ่งมั่นมากกว่านี้เพื่อดึงดูดนักลงทุนให้ช้วยสนับสนุนเงินทุนภายใต้นโยบายของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง วงเงินประมาณ 21 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ทั้งนี้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างความตระหนักรู้ให้กับนักลงทุนเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม การประสานกฎระเบียบต่างๆ ที่กระจัดกระจายและการจัดการกับการฟอกเขียว หรือ greenwashing ซึ่งคือการกล่าวอ้างว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือความพยายามของผู้ออกหลักทรัพย์ในการขยายข้อมูลรับรองสีเขียว เป็นต้น ตามข้อมูลของ Refinitiv พบว่า บริษัทผู้ออกตราสารหนี้ของจีนซึ่งรวมถึงธนาคาร นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผู้ผลิตไฟฟ้าและผู้ให้บริการรถไฟได้ต่างขายพันธบัตรโดยพบว่ามีมูลค่า 1.57 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเดือนม.ค.-มี.ค.เพื่อระดมเงินทุนในโครงการสีเขียว เช่น พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน โดยปริมาณของกรีนบอนด์ส่วนใหญ่เป็นสกุลเงินหยวนซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าจากปีก่อนหน้านี้ ขณะที่ มูลค่าเกินกว่าประมาณ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐของพันธบัตรดังกล่าว ออกโดยสหรัฐฯ ในไตรมาสแรกและช่วยผลักดันการออกพันธบัตรสีเขียวเพิ่มขึ้น 3 เท่าทั่วโลก Nathan Chow นักยุทธศาสตร์ของ DBS กล่าวว่า พันธบัตรสีเขียวกำลังอยู่ในความสนใจซึ่งรัฐบาลจีนกำลังจะพัฒนาตลาดนี้ในปีนี้

เพย์พาลเปิดตัวบริการชำระเงินด้วยคริปโต

เพย์พาลเปิดตัวบริการชำระเงินด้วยคริปโต

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า เพย์พาลจะอนุญาตให้ผู้บริโภคในสหรัฐฯ ใช้คริปโตเคอเรนซีที่พวกเขาถืออยู่ในการชำระเงินกับร้านค้าออนไลน์ทั่วโลกกว่าหลายล้านแห่งที่เป็นเครือข่ายได้ ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้มีนัยสำคัญในการกระตุ้นให้เกิดการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในกิจกรรมเชิงพาณิชย์ที่เกิดขึ้นทุกวัน ผู้บริโภค ที่ถือครองบิตคอยน์ อีเธอเรียม บิตคอยน์ แคช และไลท์ คอยน์ ในกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของเพย์พาล จะได้รับอนุญาตให้แปลงคริปโตเคอเรนซีเหล่านี้ที่ถือครองอยู่เป็นเงินสกุลท้องถิ่นเพื่อชำระรายการซื้อขายกับร้านค้าได้ บริการนี้ เพย์พาลเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยจะพร้อมให้ใช้ได้กับร้านค้ากว่า 29 ล้านแห่งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า “นี่เป็นครั้งแรกที่คุณจะใช้คริปโตเคอเรนซีได้แบบไร้รอยต่อในแนวทางเดียวกับบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตที่อยู่ในวอลเล็ทเพย์พาล” Dan Schulman ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประกาศอย่างเป็นทางการ การชำระเงินโดยใช้คริปโตเคอเรนซีจะเพิ่มความสามารถให้ผู้ใช้งานเพย์พาลที่ซื้อ ขาย และถือครองคริปโตเคอเรนซี ขณะที่ในซานโฮเซ แคลิฟอเนีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท เปิดตัวการใช้งานนี้ไปตั้งแต่เดือน ต.ค. 2020 แล้ว ทั้งนี้ การนำเสนอทางเลือกนี้ ทำให้เพย์พาลเป็นหนึ่งในบริษัทการเงินกระแสหลักที่ใหญ่ที่สุดที่เปิดเครือข่ายของตัวเองรับคริปโตเคอเรนซี และช่วยเพิ่มแรงวิ่งของราคาเหรียญดิจิทัลด้วย  

ผู้เชี่ยวชาญคาดเรือไม่ขวางคลองสุเอซแล้ว แต่ปัญหาการขนส่งจะยังเกิดต่อไปอีก

ผู้เชี่ยวชาญคาดเรือไม่ขวางคลองสุเอซแล้ว แต่ปัญหาการขนส่งจะยังเกิดต่อไปอีก

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า เรือเอเวอร์ กีฟเวน ลอยลำได้เป็นอิสระในคลองสุเอซแล้วในวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังขวางการจราจรทางน้ำมากว่า 6 วัน แต่ผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า ผลกระทบด้านการค้าที่หยุดชะงักทั่วโลกจะมีต่อไป โดย Douglas Kent รองประธานบริหารฝ่ายกลยุทธ์และพันธมิตร สมาคมการจัดการห่วงโซ่อุปทาน กล่าวว่า เรายินดีกับความสำเร็จในการนำเรือที่ปิดกั้นคลองสุเอซให้กลับมาลอยลำได้ แต่นี่ยังไม่ใช่ตอนจบของเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ สิ่งที่จะยังเกิดขึ้นต่อไป คือ ผลที่เกิดขึ้นกับสินค้าที่ยังไม่ได้ส่งออกจากท่าเรือ และกลไกการจัดส่งอื่นๆ ขณะเดียวกันยังมีเรื่องความโกลาหลและการหยุดชะงักที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น แม้การจราจรทางน้ำในคลองสุเอซจะกลับเป็นปกติ แต่ผลจากการหยุดชะงักหลายวันที่ผ่านมาจะยังมีอยู่ เนื่องจาก 12% ของการค้าโลก ผ่านคลองสุเอซนี้ ด้วยการขนส่งทางเรือ เช่น เรือเอเวอร์ กีฟเวน ซึ่งรองรับตู้สินค้าได้ 20,000 ตู้ โดย Lloyd’s List คาดว่า มีสินค้าที่ขนส่งผ่านคลองนี้เฉลี่ยวันละ 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง Stephen Flynn ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์ […]

พันธบัตรรัฐบาลจีนอยู่ในจุด ‘สวีท สปอต’ หลังจากถูกเทขายมาช่วงก่อนหน้า

พันธบัตรรัฐบาลจีนอยู่ในจุด ‘สวีท สปอต’ หลังจากถูกเทขายมาช่วงก่อนหน้า

รายงานข่าวจากซีเอ็นบีซี ระบุว่า พันธบัตรรัฐบาลจีนอยู่ในจุดที่เรียกว่า  สวีท สปอต (Sweet Spot) เป็นจุดที่คุ้มค่าลงทุน หลังจากที่มีการเทขายเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ผลตอบแทนสูงขึ้นและความผันผวนต่ำกว่ามากเมื่อเทียบกับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ Wilfred Wee ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอ จาก Ninety One กล่าวกับ “Street Signs Asia” ของซีเอ็นบีซี ว่าผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจีนอายุ 10 ปีอยู่ที่ประมาณ 3.2%, 3.3% ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ในทางตรงกันข้ามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 10 ปี อยู่ที่ประมาณ 1.65% -1.75% แม้ว่าจะเริ่มเห็นการปรับเพิ่มขึ้นแล้วในช่วงใกล้ๆมานี้ก็ตาม “ตลาดตราสารหนี้ของจีนถูกขายออกไปเมื่อปีที่แล้วและนั่นเป็นผลมาจากเศรษฐกิจที่ดีขึ้นเป็นอันดับแรกของวิกฤติโควิด-19 จีนก้าวไปข้างหน้าในแง่ของการจัดการกับโควิด ขณะที่ตอนนี้กำลังจัดการกับปัญหาเชิงโครงสร้างบางอย่างเช่นการค้างชำระหนี้ การพยายามกระตุ้นการบริโภคเป้นต้น ทั้งนี้ แนวโน้มของอัตราการเติบโตที่ดีขึ้นและการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อทำให้พันธบัตรสหรัฐให้ผลตอบแทนสูงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งช่วยลดช่องว่างกับคู่ค้าชาวจีน