อย.สหรัฐฯ เล็งปรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เหลือเข็มเดียวต่อปี

อย.สหรัฐฯ เล็งปรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เหลือเข็มเดียวต่อปี

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานเมื่อวันที่ 23 มกราคมว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ (เอฟดีเอ) เสนอที่จะปรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้เหลือเพียงเข็มเดียวต่อปีเท่านั้น สำหรับผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรง โดยจะใช้วัคซีนโควิด-19 สูตรใหม่ (Bivalent) ในการฉีดรายปี ซึ่งเป็นรูปแบบการฉีดวัคซีนเดียวกับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เพื่อหวังที่จะทำให้แผนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ง่ายยิ่งขึ้น เอฟดีเอเรียกร้องให้คณะกรรมการที่ปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญภายนอกพิจารณาการฉีดวัคซีนโควิด-19 จำนวน 2 เข็มต่อปี แก่เด็กเล็ก ผู้สูงวัย และบุคคลที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง พร้อมกับเสนอให้มีการปรับปรุงวัคซีนโควิด-19 ให้ตรงกับสายพันธุ์ต่างๆ คล้ายกับการที่วัคซีนไข้หวัดใหญ่จะปรับเปลี่ยนสูตรสายพันธุ์ใหม่ทุกปี โดยข้อเสนอดังกล่าวถูกระบุอยู่ในเอกสารสรุป ก่อนที่คณะกรรมการที่ปรึกษาจะมีการประชุมกันในวันที่ 24 มกราคมนี้ ตามเวลาในสหรัฐ เอฟดีเอ หวังว่าการปรับแผนการฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นแบบรายปีจะช่วยลดความซับซ้อนในการเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 และลดข้อผิดพลาดของหน่วยงานที่ให้บริการการฉีดวัคซีน โดยหวังว่ามาตรการทั้งหมดจะส่งผลให้อัตราการเข้ารับการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น หากที่ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาภายนอกมีมติเห็นชอบแนวทางการฉีดวัคซีนรูปแบบใหม่ดังกล่าว วัคซีนสูตรใหม่ (Bivalent) ของบริษัทโมเดอร์นาและไฟเซอร์ที่มีความสามารถในการป้องกันไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนและสายพันธุ์ดั้งเดิม จะเป็นวัคซีนโควิดหลักที่ใช้กันทั่วไป ไม่เพียงแค่ใช้เป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นเท่านั้น ที่มา: รอยเตอร์

จีนประกาศผ่อนคลายกฎสกัดโควิดครั้งใหญ่ที่สุด ส่งสัญญาณเตรียมพร้อมประชาชน ‘อยู่ร่วมกับไวรัส’

จีนประกาศผ่อนคลายกฎสกัดโควิดครั้งใหญ่ที่สุด ส่งสัญญาณเตรียมพร้อมประชาชน ‘อยู่ร่วมกับไวรัส’

จีนประกาศในวันพุธ (7 ธ.ค.) ผ่อนคลายกฎระเบียบมุ่งเข้มงวดสกัดโรคโควิดทั่วประเทศที่จุดชนวนการประท้วงใหญ่เมื่อเร็วๆ นี้ รวมทั้งขัดขวางการขยายตัวทางเศรษฐกิจของแดนมังกร ซึ่งส่งผลพวงต่อเนื่องกระทบต่อทั่วโลก ถือเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนที่สุดว่า ปักกิ่งกำลังเตรียมพร้อมประชาชนอยู่ร่วมกับไวรัส ภายใต้แนวทางใหม่ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายโควิดเป็นศูนย์ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา จะมีการลดความถี่และขอบเขตการตรวจโควิดแบบพีซีอาร์ รวมทั้งจำกัดมาตรการล็อกดาวน์ให้เหลือแค่ขนาดพื้นที่น้อยที่สุดเท่าที่มีเหตุผลความจำเป็นจริงๆ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ต้องยกเลิกการล็อกดาวน์หลังจากพื้นที่ดังกล่าวไม่พบผู้ติดเชื้อติดต่อกัน 5 วัน สำหรับผู้ป่วยโควิดที่ไม่แสดงอาการ หรือมีอาการไม่รุนแรง สามารถกักตัวที่บ้านเองได้ และประชาชนไม่จำเป็นต้องแสดงรหัสสุขภาพสีเขียวบนมือถือเพื่อเข้าสู่อาคารหรือพื้นที่สาธารณะอีกต่อไป ยกเว้นสถานพักฟื้นผู้สูงวัย สถานพยาบาล โรงเรียนอนุบาลและโรงเรียนมัธยม คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (เอ็นเอชซี) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่แถลงการเปลี่ยนแปลงนี้ เมื่อวันพุธ (7) เสริมว่า จะเร่งฉีดวัคซีนผู้สูงวัย ซึ่งที่ผ่านมาถูกมองว่า เป็นอุปสรรคสำคัญขัดขวางการผ่อนคลายนโยบายโควิดเป็นศูนย์ ทั้งนี้ ปักกิ่งประกาศว่า กฎระเบียบใหม่มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการป้องกันและควบคุมโรคระบาดปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่เอ็นเอชซีประกาศล่าสุด สอดรับกับความเคลื่อนไหวของเมืองใหญ่จำนวนมากที่ทยอยผ่อนกฎสกัดโควิดในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ภายหลังเหตุการณ์ประท้วงต่อต้านมาตรการควบคุมโรคระบาดทั่วประเทศเมื่อเดือนที่แล้วที่ลุกลามกลายเป็นการเรียกร้องเสรีภาพทางการเมืองและบางคนถึงขั้นเรียกร้องให้สีลาออก และถือเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดนับจากที่สีเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2012 ข่าวการเปลี่ยนแปลงสำคัญครั้งนี้กลายเป็นประเด็นที่มีผู้เข้าชมสูงสุดบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมเว่ยปั๋ว โดยผู้ใช้จำนวนมากหวังว่า จีนจะกลับคืนสู่สถานการณ์ปกติ หลังจากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาหลายพื้นที่ต้องผ่านมาตรการล็อกดาวน์อันยาวเหยียดกินเวลาหลายสัปดาห์มาหลายรอบ และทำให้คนหลายสิบล้านนอกจากเผชิญปัญหาทางเศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่แล้ว ยังมีปัญหาสภาพจิตใจอีกด้วย […]

WHO เผยชาวยุโรปไม่ต่ำกว่า 17 ล้านคนเจอภาวะ ‘ลองโควิด’

WHO เผยชาวยุโรปไม่ต่ำกว่า 17 ล้านคนเจอภาวะ ‘ลองโควิด’

องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยผลการศึกษาใหม่เมื่อวันอังคาร (13 ก.ย.) ระบุว่า มีชาวยุโรปไม่ต่ำกว่า 17 ล้านคนที่หายป่วยจากโควิด-19 แล้ว แต่ยังคงเผชิญกับอาการไม่พึงประสงค์ที่หลงเหลืออยู่ หรือที่เรียกกันว่า “ลองโควิด” (Long Covid) ทั้งนี้ ในช่วง 2 ปีแรกที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ระบาด คือ 2020-2021 ผู้ป่วยในยุโรปราว 10-20% พบว่า ตัวเองมีอาการผิดปกติหลงเหลืออย่างน้อย 3 เดือนหลังจากที่หายป่วย เช่น อ่อนเพลียง่าย สมองล้า หรือหายใจลำบาก เป็นต้น ผลการศึกษายังพบว่า ผู้หญิงมีความเสี่ยงที่จะเป็น “ลองโควิด” มากกว่าผู้ชายประมาณ 1 เท่าตัว และในกลุ่มผู้หญิงที่ป่วยโควิดรุนแรงจนต้องเข้าโรงพยาบาล พบว่า 1 ใน 3 คนเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว ที่มา: ซีเอ็นบีซี 

พิษมาตรการโควิดกดท่องเที่ยวจีนซึม การเติบโตเศรษฐกิจจีนระส่ำหลังคนเก็บตัวอยู่บ้าน

พิษมาตรการโควิดกดท่องเที่ยวจีนซึม การเติบโตเศรษฐกิจจีนระส่ำหลังคนเก็บตัวอยู่บ้าน

กลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศจีนปิดฉากวันหยุดยาวล่าสุด ด้วยรายได้ที่ยังต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดวิกฤติโควิด-19 อยู่มาก กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเทียวของจีน รายงานรายได้การท่องเที่ยวในประเทศเมื่อช่วงวันหยุดยาว 3 วันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นงานเทศกาลไหว้พระจันทร์ ระหว่างวันที่ 10-12 กันยายน อยู่ที่ 2.86 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.5 แสนล้านบาท) หรือคิดเป็น 60.6% ของรายได้ที่ทำได้ในปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนโควิด-19 จะระบาด นอกจากนั้นแล้ว รายได้จากการท่องเที่ยวในปีนี้ยังต่ำกว่ารายได้ในปี 2564 อยู่ 22.8% ยอดการท่องเที่ยวอยู่ที่ 73.4 ล้านเที่ยว ซึ่งต่ำกว่าปีก่อนหน้า 17% และคิดเป็นการฟื้นตัวมาที่ 72.6% ของช่วงก่อนโควิด-19 ในปี 2562 ลู่ ถิ่ง นักเศรษฐศาสตร์ จากโนมูระ ระบุว่าตัวเลขการท่องเที่ยวในวันหยุดที่ผ่านมาลดลงมากกว่าช่วงวันหยุดเมื่อต้นเดือนมิถุนายน โดยกล่าวว่า กิจกรรมทางธุรกิจที่ย่ำแย่นั้นมาจากมาตรการควบคุมด้านโควิด-19 เป็นหลัก จากการที่ภาครัฐแนะนำให้ชาวจีนอยู่แต่ในพื้นที่ หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมแบบกลุ่ม และเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ และวันชาติจีน […]

ภาคเอกชนญี่ปุ่น ‘ปิดออฟฟิศ-หยุดผลิต-ห้ามคุย’ สู้โควิด หลังสัปดาห์เดียวติดกว่า 1.4 ล้านราย

ภาคเอกชนญี่ปุ่น ‘ปิดออฟฟิศ-หยุดผลิต-ห้ามคุย’ สู้โควิด หลังสัปดาห์เดียวติดกว่า 1.4 ล้านราย

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า บรรดาบริษัทเอกชนในประเทศญี่ปุ่นต่างดำเนินมาตรการต่างๆ เท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าจะเป็น การปิดสำนักงานหรือหยุดการผลิตชั่วคราว หรือห้ามพนักงานห้ามคุยกันในช่วงพักรับประทานอาหารกลางวัน เพื่อต่อสู้กับคลื่นระบาดของโรคโควิด-19 ครั้งใหญ่ ที่ข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงสัปดาห์เดียว ญี่ปุ่นมีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่พุ่งขึ้นมากกว่า 1.4 ล้านราย ขณะที่ในวันพุธ (3 ส.ค.) ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นมีผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ในหนึ่งวันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เกือบ 250,000 ราย ผลจากการแผลงฤทธิ์ของไวรัสโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย บีเอ.4 และ บีเอ.5 ที่ครองโลกอยู่ในเวลานี้ถาโถมเข้ามากระหน่ำญี่ปุ่น ส่งผลให้ภาคธุรกิจญี่ปุ่นต้องประสบภาวะดิสรัปชั่น เมื่อสัปดาห์ก่อน ค่ายผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ อย่าง โตโยต้า มอเตอร์ และ ไดฮัทสุ มอเตอร์ ได้หยุดการผลิต เนื่องจากพนักงานติดเชื้อโควิด ขณะที่บริษัท เคเอฟซี โฮลดิ้งส์ ญี่ปุ่น ได้ปิดร้านบางสาขาและปรับโยกกำลังพนักงาน ส่วนบริษัทไปรษณีย์ญี่ปุ่นก็ได้ปิดศูนย์ไปรษณีย์ที่มีกว่า 200 แห่งลงชั่วคราวเช่นกันในการต่อสู้กับโควิด คัตสึยูกิ […]

โควิดญี่ปุ่นทุบสถิติทะลุ 1.1 แสนคน

โควิดญี่ปุ่นทุบสถิติทะลุ 1.1 แสนคน

 วันที่ 17 ก.ค. 2565 จิจิเพรส รายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 หวนระบาดหนักในประเทศญี่ปุ่นอีกครั้งว่า กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นแถลงพบผู้ป่วยใหม่ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา อีก 110,675 คน ถือเป็นตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศ นับตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสมรณะ และสูงกว่าสถิติเดิมที่ 104,168 คน เมื่อ 5 ก.พ. 2565 ส่งผลให้ยอดสะสมเพิ่มเป็นกว่า 10.2 ล้านคน และเสียชีวิตอย่างน้อย 31,580 ราย รายงาน ระบุว่า ญี่ปุ่นเผชิญหน้ากับการระบาดหนักของโควิด-19 อีกระลอกเมื่อวันที่ 15 ก.ค. ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 5 เดือน ที่มีผู้ป่วยใหม่เกินแสนคนต่อวัน โดยมีปัจจัยหลักจากการแพร่กระจายของเชื้อโอมิครอน สายพันธุ์ย่อยบีเอ.5 (BA.5) ซึ่งมีอัตราการระบาดที่รวดเร็วกว่าสายพันธุ์อื่นๆ วันเดียวกัน รอยเตอร์ ระบุว่า ทางการมาเก๊า ประกาศขยายมาตรการล็อกดาวน์ปิดกาสิโนและธุรกิจที่ไม่มีความจำเป็นออกไปจนถึงวันที่ 22 ก.ค. เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ภายหลังยังพบผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง […]

WHO เตือนยอดผู้ติดเชื้อโอมิครอนในหลายประเทศยังไม่ไปถึงจุดสูงสุด ควรผ่อนคลายการควบคุมอย่างช้าๆ

WHO เตือนยอดผู้ติดเชื้อโอมิครอนในหลายประเทศยังไม่ไปถึงจุดสูงสุด ควรผ่อนคลายการควบคุมอย่างช้าๆ

Maria Van Kerkhove หัวหน้าฝ่ายเทคนิคที่ตอบสนองกับโควิด-19 ขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO กล่าวว่า ขณะนี้ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์โอมิครอนในหลายๆ ประเทศยังไม่ได้ไปถึงจุดสูงสุด ดังนั้นมาตรการที่มีการใช้เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสก็ควรจะผ่อนคลายอย่างช้าๆ “เราออกมาเตือนให้ระมัดระวัง เพราะว่าหลายประเทศยังไม่ได้มียอดผู้ติดเชื้อโอมิครอนไปถึงจุดสูงสุด หลายประเทศยังมีอัตราการกระจายวัคซีนในระดับต่ำ ขณะนี้ประชากรก็มีความเปราะบางมาก ด้วยเหตุนี้จนถึงตอนนี้จึงยังไม่ใช่เวลาที่จะยกมาตรการทุกอย่างที่ใช้ควบคุมออกไป โดยเรามักจะกระตุ้นให้มีความระมัดระวังเป็นอย่างมากเสมอ เพราะไวรัสตัวนี้มีการเปลี่ยนแปลงสม่ำเสมอ” ” เธอ กล่าว ที่มา : Reuters

บริษัทไบโอเทคสิงคโปร์ คาดเปิดตัวการรักษาโควิด-19 แบบใหม่อย่างแพร่หลายต้นปี 2021

บริษัทไบโอเทคสิงคโปร์ คาดเปิดตัวการรักษาโควิด-19 แบบใหม่อย่างแพร่หลายต้นปี 2021

รายงานข่าวจากซีเอ็นบีซี ระบุว่า สิงคโปร์จะเริ่มนำการรักษาโควิด-19 แบบใหม่มาใช้รักษาในช่วงต้นปี 2021 หลังบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ (ไบโอเทคโนโลยี) ของสิงคโปร์กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ถูกขนานนามว่าได้คิดค้นและต่อสู้กับโควิด-19 Jerome Boyd-Kirkup ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Hummingbird Bioscience กล่าวกับซีเอ็นบีซีว่า การทดลองการบำบัดด้วยแอนติบอดีซึ่งทำงานในลักษณะ “การสร้างกำแพง” รอบๆ เซลล์ที่ติดเชื้อ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การรักษาที่จำเป็น แม้ว่าบริษัทยายักษ์ใหญ่จะมีความก้าวหน้าในการพัฒนาวัคซีน เพราะกุญแจสำคัญในการจัดการกับโรคระบาดที่ส่งผลกระทบทั่วโลกในครั้งนี้ คือการสร้างคลังแสงทางเลือกที่หลากหลาย ทั้งการป้องกัน เช่น วัคซีน และการบำบัดรักษา เช่น การรักษาด้วยแอนติบอดี เป็นต้น การรักษาที่เรียกว่า Hummingbird 115 จะนำเสนอ “ทางเลือกที่สำคัญมาก” ทั้งช่วยในการดูแลผู้ป่วยก่อนพบวัคซีน และในการรักษาผู้ที่ไม่ตอบสนองได้เป็นอย่างดีของวัคซีนในกรณีที่เริ่มใช้งานได้ ทั้งนี้ การทดลอง Hummingbird 115 ในมนุษย์ เริ่มขึ้นในกรอบการทดลองขนาดเล็กที่สิงคโปร์เมื่อเดือนที่ผ่านมา หลังจากบริษัทได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานด้านสุขภาพ โดยคาดว่าจะดำเนินไปสู่การทดลองที่ใหญ่ขึ้นในระยะที่ 3 ที่สิงคโปร์และในประเทศอื่นๆ ภายในเดือน ธ.ค. เนื่องจากบริษัทตั้งเป้าหมายการเปิดตัวการรักษาในช่วงปีใหม่

ธุรกิจร้านอาหารในอาเซียนกับจุดเปลี่ยนหลัง Covid-19

ธุรกิจร้านอาหารในอาเซียนกับจุดเปลี่ยนหลัง Covid-19

โดย…พัสกร ตรีวัชรีกร กองทุนบัวหลวง การเข้ามาของการจัดส่งอาหารออนไลน์ผ่าน Application บนมือถือในตลาดผู้บริโภคอาเซียนนั้น มีมาระยะหนึ่งแล้ว แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับวงการอาหารในช่วงที่ผ่านมา เป็นไปในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป แม้ว่าจะเร่งตัวมากขึ้นในช่วงระยะหลังๆ แต่เหตุการณ์ล็อกดาวน์ในประเทศต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ได้ทำให้ผู้บริโภคแทบทุกคน จำเป็นที่จะต้องรู้จักกับการใช้บริการจัดส่งอาหารออนไลน์นี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่ร้านอาหารเองก็จำเป็นที่จะต้องปรับตัวในทันที โดยร้านที่ยังไม่เคยขายผ่านออนไลน์ก็ต้องเรียนรู้วิธีการใช้เช่นกัน สถานการณ์ดังกล่าวเปรียบเสมือนการเร่งเวลาไปข้างหน้า ราว 1-2 ปี มาถึงในวันที่ Platform ต่างๆ มีร้านอาหารให้เลือกมากมาย ทำให้ผู้บริโภคได้รับความสะดวกสบาย มีตัวเลือกมากขึ้น และสิ่งที่ตามมาด้วยก็คือ การแข่งขันที่สูงขึ้นในธุรกิจร้านอาหาร การแข่งขันจากผู้ให้บริการ Food Apps ก็ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง ที่ผ่านมาจะเห็นผู้เล่นรายใหม่พยายามเข้ามาในตลาด แต่ผู้เล่นที่ยังเป็นผู้นำอยู่ในหลายตลาดอยู่คงหนีไม่พ้น GojeK และ Grab เนื่องจากมีจุดแข็งจากฐานผู้ใช้ในการบริการรถรับส่ง (Ride-sharing) โดย GoJek Startup จากอินโดนีเซีย มีผู้ถือหุ้น ได้แก่ Tencent และ Google ในขณะที่ Grab […]