ทรัพย์สิน 5 ประเภทที่ช่วยประกันความเสี่ยงของเงินเฟ้อ

ทรัพย์สิน 5 ประเภทที่ช่วยประกันความเสี่ยงของเงินเฟ้อ

โดย…ทนง ขันทอง นักลงทุนที่หวังจะพึ่งพาผลตอบแทนจากตราสารหนี้ หรือพันธบัตรรัฐบาลต้องเริ่มปรับเปลี่ยนแนวความคิด หรือยุทธวิธีการลงทุน เพราะว่าดูแนวโน้มแล้วเงินเฟ้อจะทำให้นักลงทุนไม่ได้รับผลตอบแทนอะไรมาก หรือมิหนำซ้ำผลตอบแทนที่แท้จริงอาจจะติดลบก็ได้เมื่อหักเงินเฟ้อ ธนาคารกลางของสหรัฐฯ ได้ออกมาส่งสัญญาณแล้วว่า จะกดดอกเบี้ยที่ระดับ 0% ไปอีกอย่างน้อยถึงปี 2023 โดยไม่ปรับเปลี่ยน ที่สำคัญเฟดจะปล่อยให้เงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมาย 2% โดยจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยสกัด ทั้งนี้เพื่อต้องการฟื้นฟูภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ รวมทั้งการจ้างงาน นักลงทุนจึงจำเป็นต้องปรับพอร์ตการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงไม่ให้ได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อ ที่หลายคนเปรียบเทียบว่าเหมือนภาษีที่ถูกเรียบเก็บ ยิ่งเงินเฟ้อยิ่งสูงเท่าใด เรายิ่งจะสูญเสียอำนาจซื้อมากขึ้นเท่านั้น สื่อ Barron’s ของสหรัฐฯ ได้ตีพิมพ์บทความ Five Assets Retirement Portfolios Should Hold to Hedge Against Inflation Risks (19/9/2020) เพื่อแนะนำการบริหารพอร์ตการลงทุนเพื่อการเกษียณ โดยเน้นรับมือกับผลกระทบจากเงินเฟ้อ ผ่านการลงทุนในทรัพย์สิน 5 ประเภท คือ หุ้นขนาดกลาง (mid-cap stocks) หรือที่เรียกกันว่าหุ้นมิดแคป จะให้ผลตอบแทนที่ถือว่าเป็นจุดเด่น เนื่องจากว่าราคามีเสถียรภาพมากกว่าหุ้นขนาดเล็ก […]

5 บริษัทที่จะเป็นยักษ์ใหญ่ในอนาคต

5 บริษัทที่จะเป็นยักษ์ใหญ่ในอนาคต

โดย…ทนง ขันทอง บริษัทยักษ์ใหญ่ในปัจจุบันในตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีอยู่ด้วยกัน5บริษัท ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทเทคโนโลยีทั้งนั้น คือ แอปเปิ้ล ไมโครซอฟท์ อเมซอน อัลฟาเบท และเฟซบุ๊ก แต่บริษัทในอนาคต 5 แห่งที่มีโอกาสหรือศักยภาพที่จะมาแทนที่ยักษ์ใหญ่ในปัจจุบันมีบริษัทใดบ้าง? ก่อนอื่นมาดูรายละเอียดก่อนว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ 5 บริษัทในปัจจุบันมีอิทธิพลเหนือตลาดหุ้นอย่างไร จากตัวเลข ณ วันที่ 11 กันยายน 2020 แอปเปิ้ลมีมาร์เก็ตแคป 1.94 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีน้ำหนัก 6.6% ในตลาดหุ้นS&P 500 ไมโครซอฟท์มีมาร์เก็ตแคป 1.54 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีน้ำหนัก 5.6% อเมซอนมีมาร์เก็ตแคป 1.55 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีน้ำหนัก 4.7% อัลฟาเบทมีมาร์เก็ตแคป 900,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีน้ำหนัก 3.3% เฟซบุ๊ก มีมาร์เก็ตแคป 641,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีน้ำหนัก […]

ปรับพอร์ตอย่างไรในยุคดอกเบี้ยต่ำ

ปรับพอร์ตอย่างไรในยุคดอกเบี้ยต่ำ

โดย…ทนง ขันทอง สำนักข่าวซีเอ็นบีซีเขียนบทความที่น่าสนใจชื่อ “Retirees might want to rethink their reliance on Treasurys for income” (13/9/2020) โดยมีเนื้อหาว่า คนอเมริกันที่วางแผนการเกษียณไม่สามารถที่จะฝากความหวังกับผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอย่างเดียวได้อีกต่อไป เนื่องจากสภาพแวดล้อมของอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ยิลด์ของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติศาสตร์ ทำให้มันไม่สร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนเหมือนในอดีตที่ผ่านมา แม้ว่าพันธบัตรรัฐบาลจะมีความเสี่ยงต่ำเรื่องของการผิดนัดชำระหนี้ ที่น่ากังวลใจคือเรื่องของเงินเฟ้อ เพราะว่าผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลจะตามไม่ทันเงินเฟ้อ หรือค่าครองชีพที่สูงขึ้น ในกรณีที่เงินเฟ้อสูงขึ้น ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่แท้จริงจะติดลบ ซึ่งจะทำให้ผู้ที่หวังมีเงินเพื่อใช้จ่ายในยามเกษียณไม่สามารถรักษาอำนาจซื้อได้ เงินเฟ้อจึงเป็นปัจจัยความเสี่ยงของที่สำคัญของการลงทุนในพันธบัตร ในปี 2020 นี้ เงินเฟ้อของสหรัฐฯ อยู่ที่0.62% อย่างไรก็ดี ธนาคารกลางของสหรัฐฯ หรือเฟดได้ส่งสัญญานแล้วว่าจะคงดอกเบี้ยในระดับ 0%-0.25% ไปอีกหลายปี หรืออย่างน้อย5-6ปี เพื่อที่จะดูแลการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการจ้างงาน แม้ว่าต่อไปข้างหน้าเงินเฟ้อจะสูงกว่าเป้าหมาย 2% ที่ตั้งเอาไว้ เฟดจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ เพราะว่าจะให้ความสำคัญกับตัวเลขการจ้างงานก่อน ด้วยเหตุนี้เงินเฟ้อจะพุ่งทะลุระดับ 2% ในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต ในขณะที่นโยบายดอกเบี้ยจะยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด […]

สื่อโซเชียลท็อป 10 ของโลก

สื่อโซเชียลท็อป 10 ของโลก

โดย…ทนง ขันทอง ต้องยอมรับว่า สื่อโซเชียลเข้ามามีบทบาทหรืออิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์เราแพร่หลายมากยิ่งขึ้นทุกวันๆ จากรายงานของ “Social Media Universe 2020” จากเว็บไซต์ visualcapitalist.com พบว่า ในปัจจุบันนี้ มีประชากร 3,800 ล้านคน หรือประมาณ 50% ของทั้งโลกกว่า 7,000 ล้านคน ที่เข้าถึงสื่อโซเชียล ในอนาคตอันใกล้นี้ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจะเพิ่มขึ้นอีก 1,000 ล้านคน ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้สื่อโซเชียลเพิ่มมากยิ่งขึ้นเป็นเงาตามตัว ในโลกของสื่อโซเชียล ปรากฎว่า สหรัฐฯ เป็นผู้นำอย่างเห็นได้ชัด แต่จีนพยายามที่จะตีตื้น ตามมาตรฐานแล้ว สื่อโซเชียลที่มีผู้นิยมชมชอบมากน้อยเพียงใด สามารถวัดได้จากสถิติการใช้รายเดือนของผู้ใช้ (Active Monthly Users) สำหรับ 10 อันดับแรก ของสื่อโซเชียลโลก โดยวัดจากสถิติการใช้รายเดือนของโลกมีดังต่อไปนี้ : Facebook ของสหรัฐฯ : 2,603 ล้านคน WhatsApp […]

ใครดี ใครอยู่

ใครดี ใครอยู่

โดย…ทนง ขันทอง ตั้งแต่ปี 2018 ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ได้ดำเนินนโยบายที่จะแยกเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกจากเศรษฐกิจของจีนผ่านสงครามการค้าและสงครามเทคโนโลยี เพื่อที่จะสกัดไม่ให้จีนล้ำหน้าทางด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี เพราะว่าเมื่อจีนมีความแข็งแกร่งทางด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ต่อไปในอนาคตจีนจะเป็นผู้กำหนดหรือสร้างมาตรฐานให้กับโลก ซึ่งจะทำให้จีนก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจโลกโดยปริยาย ที่ผ่านมาโลกตะวันตกเป็นผู้วางกฎกติกาให้กับมาตรฐานของโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบการเงิน ระบบการค้าขาย การลงทุนและบริการ ระบบการผลิตอุตสาหกรรม ระบบพลังงาน ระบบบัญชี ระบบการศึกษา ระบบการแพทย์และสาธารณสุข ระบบการขนส่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเรือ หรือการบิน ระบบอินเทอร์เน็ต ฯลฯ ยุทธศาสตร์แอนตี้จีนของทรัมป์และพรรครีพับลิกัน ซึ่งได้รับการเห็นชอบจากพรรคเดโมแครท ถูกปล่อยออกมาชุดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งกำแพงภาษีสำหรับสินค้านำเข้าจากจีน การแบน 5G ของหัวเว่ย การแซงชันบริษัทเทคโนโลยีจีนไม่ให้เข้าถึงเทคโนโลยีของสหรัฐฯ การกล่าวหาว่าจีนปล่อยไวรัสให้ระบาดทั่วโลก การแบน TikTok และ WeChat การหนุนม็อบฮ่องกง และให้ท้ายชนกลุ่มน้อยอุยกูร์ที่ซินเจียง การขู่ที่จะถอดถอนบริษัทจีนออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ การสร้างความตึงเครียดทางทหารที่ช่องแคบไต้หวัน และทะเลจีนใต้ ฯลฯ รายการบอยคอทท์จีนยังคงออกมาเรื่อยๆ ล่าสุดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กำลังพิจารณาว่าจะจับบริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดของจีน Semiconductor Manufacturing […]

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐฯ มีขนาดใหญ่กว่าตลาดหุ้นยุโรปทั้งหมด

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐฯ มีขนาดใหญ่กว่าตลาดหุ้นยุโรปทั้งหมด

โดย…ทนง ขันทอง หุ้นของบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ กลายเป็นเจ้าตลาดหุ้นโลก เพราะว่าเซกเตอร์นี้มีมูลค่ามากกว่าตลาดหุ้นของยุโรปทั้งหมดรวมกัน ในวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา BANK OF AMERICA GLOBAL RESEARCH เขียนรายงานว่า เป็นครั้งแรกที่มูลค่าตลาดรวมของเซกเตอร์เทคโนโลยีในตลาดหุ้นสหรัฐฯ แตะระดับ 9.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่ามูลค่ารวมของตลาดหุ้นยุโรป ที่รวมทั้งตลาดหุ้นอังกฤษและสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งอยู่ที่ระดับ 8.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2007 ตลาดหุ้นยุโรปรวมกัน มีมูลค่ามากกว่าเซกเตอร์เทคโนโลยีของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ประมาณ 4 เท่า โดยภาพรวมตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีการเติบโตมากกว่าตลาดหุ้นยุโรปอยู่แล้ว นับตั้งแต่ปี 2010 ตลาดหุ้น S&P 500 มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเกือบ 200% ในขณะที่ตลาดหุ้น EURO STOXX 50 เพิ่มขึ้นเพียง 13.4% และตลาดหุ้นอังกฤษ FTSE 100 เพิ่มขึ้นน้อยกว่า […]

วอลมาร์ทอยากได้ฐานข้อมูล TikTok เพื่อต่อยอดธุรกิจค้าปลีก

วอลมาร์ทอยากได้ฐานข้อมูล TikTok เพื่อต่อยอดธุรกิจค้าปลีก

โดยทนง ขันทอง วอลมาร์ท เชนค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐออกตัวแรง ประกาศว่าจะร่วมมือกับไมโครซอฟท์ในการซื้อกิจการของ TikTok ในตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดกันว่าจะซื้อขายกันในระดับราคา $20,000-$30,000 ล้านเหรียญสหรัฐ TikTok อยู่ภายใต้แรงกดดันที่ต้องรีบปิดดีลการขายก่อนวันที่ 15 กันยายนนี้ ซึ่งเป็นเส้นตายที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามแบนเครือข่ายโซเซียลสำหรับแชร์วิดีโอของจีน ด้วยข้ออ้างที่ว่า TikTok รวมทั้ง WeChat ที่ถูกแบนอีกราย เป็นภัยต่อความมั่นคงของสหรัฐ เนื่องจากสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของคนอเมริกัน วอลมาร์ทอยากที่จะได้กิจการ TikTok มาก เพื่อที่จะเอาข้อมูลของผู้เล่น TikTok มาต่อยอดธุรกิจค้าปลีก และสามารถที่จะแข่งขันกับแอมะซอนผู้ขายสินค้าทุกอย่างผ่านอีคอมเมิร์สได้ ในขณะที่วอลมาร์ทมีหน้าร้านขายของทุกอย่างที่ผู้บริโภคใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว การสร้างฐานลูกค้าอีคอมเมิร์สจะช่วยต่อยอดธุรกิจขายของหน้าร้านของวอลมาร์ทในอนาคต ทั้งนี้ TikTok มีผู้เล่น 1,000 ล้านคนทั่วโลก เฉพาะในตลาดสหรัฐมีชาวอเมริกันเล่น TikTok มากถึง 100 ล้านคน ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่าวอลมาร์ทมีการเจรจาร่วมมือกับซอฟท์แบงก์ และอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิ้ล เพื่อซื้อกิจการของ TikTok แต่ไปๆมาๆ ความร่วมมือนี้ต้องหยุดชะงัก […]

ไอ้มดยักษ์ ‘Ant Group’ เตรียมเขย่าตลาดหุ้น

ไอ้มดยักษ์ ‘Ant Group’ เตรียมเขย่าตลาดหุ้น

โดย…ทนง ขันทอง นักลงทุนทั่วโลก ไม่จำกัดเฉพาะในประเทศจีนเท่านั้นที่กำลังจับตาดูความคืบหน้าของไอ้มดยักษ์ Ant Group ที่กำลังแต่งตัวเพื่อเตรียมเข้าไประดมทุนในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ และตลาดหุ้นฮ่องกงพร้อมๆ กันเลยทีเดียว เพราะว่าจะได้มีโอกาสลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีที่จะเขย่าตลาดหุ้น เนื่องจากศักยภาพของการเจริญเติบโตแบบกินรวบ ไอ้มดยักษ์หรือ Ant Group (แอนท์ กรุ๊ป) ซึ่งบริษัทอาลีบาบาถือหุ้นอยู่ประมาณ 30% จะเป็นบทพิสูจน์ความยิ่งใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยีของจีน และความสามารถของตลาดทุนจีนในการพึ่งพาตัวเอง ด้วยการรองรับการระดมทุนขนาดมหึมาของไอ้มดยักษ์ที่เตรียมระดมทุน 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านการทำไอพีโอแบบพร้อมกัน 2 ตลาด (Dual listing) โดยไม่ต้องง้อตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่เตรียมกีดกันบริษัทจีนจากนโยบายบอกบุญไม่รับของประธานาธิบดีทรัมป์ ถ้าหากว่าระดมทุนได้ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จริง เท่ากับว่ามูลค่าตลาดรวมของไอ้มดยักษ์จะอยู่ที่ประมาณ 200,000- 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะทำให้ไอ้มดยักษ์มีขนาดใหญ่กว่าแบงก์ใหญ่ๆ ของสหรัฐฯ เสียอีก ไม่ว่าจะเป็น Goldman Sachs ที่มีมูลค่าตลาดรวม 71,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ Bank of […]

การเมืองเรื่องวัคซีนโคโรนาไวรัส (ตอน 2)

การเมืองเรื่องวัคซีนโคโรนาไวรัส (ตอน 2)

โดย…ทนง ขันทอง ในวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ประกาศว่า รัสเซียได้ทำการจดทะเบียนรับรองวัคซีนโคโรนาไวรัสที่ผลิตภายในประเทศรัสเซียแล้ว โดยวัคซีนตัวนี้มีชื่อว่า Sputnik V ซึ่งเป็นผลงานของสถาบันGamaleya National Research Instituteที่อยู่ในกรุงมอสโคว ปูติน ให้ความมั่นใจกับความปลอดภัยของวัคซีนของรัสเซีย โดยบอกว่า ลูกสาวของตัวเองได้รับการทดลองฉีดไปแล้ว วัคซีนSputnik V ผ่านการทดลองระยะ 1 ระยะ2 แล้ว ปรากฎว่า ผู้เข้าร่วมทดลองมีการสร้างภูมิคุ้มกันไวรัส ทำให้ไม่จำเป็นต้องเร่งทดลองระยะ 3 ที่ต้องใช้คนเข้าร่วมโครงการทดลองเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ รัสเซียให้ข่าวว่า จะมีความต้องการวัคซีน Sputnik V ถึง 1,000 ล้านโดส มีมากกว่า 20 ประเทศ ที่แสดงความสนใจที่จะรับมอบ หรือร่วมผลิตวัคซีนของรัสเซีย หลังจากที่รัสเซียออกข่าววัคซีนโคโรนาไวรัส สื่อจากโลกตะวันตก รวมทั้งนาย Anthony Fauci […]

การเมืองเรื่องวัคซีนโคโรนาไวรัส (ตอน 1)

การเมืองเรื่องวัคซีนโคโรนาไวรัส (ตอน 1)

โดย…ทนง ขันทอง การแข่งขันเพื่อดันวัคซีนโคโรนาไวรัสออกมาให้เร็วที่สุดมีความเข้มข้นดุเดือดเป็นอย่างยิ่ง และแฝงไปด้วยกลิ่นไอของผลประโยชน์ทั้งทางการเงินและการเมืองระดับโลก ในขณะที่ตลาด และคนทั่วโลกต่างรอคอยวัคซีนเป็นความหวังที่จะทำให้การระบาดของไวรัสสิ้นสุดลง เพื่อว่าชีวิต และธุรกิจจะได้กลับมาดำเนินตามปกติ The Financial Times รายงานในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการที่จะเร่งให้หน่วยงาน Food and Drug Administration มีการอนุมัติการใช้วัคซีนโคโรนาไวรัสที่พัฒนาโดย AstraZeneca บริษัทยาสัญชาติอังกฤษควบสวิดิชเป็นกรณีฉุกเฉินก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 3พฤศจิกายน เพื่อที่จะช่วยเขาโกยคะแนนความนิยมจากคนอเมริกัน แต่ตัวแทนของ AstraZeneca ออกมาปฏิเสธข่าวนี้ว่า ทางบริษัทยังไม่มีการเจรจารายละเอียดอะไรกับรัฐบาลทรัมป์ AstraZeneca ได้มีร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ดของอังกฤษในการพัฒนาวัคซีนโคโรนาไวรัสตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา และในเดือนกรกฎาคมได้ทำการทดลองกับคนแล้วในระยะ 1 และระยะ 2 ปรากฎว่าให้ผลตอบสนองดี เพราะว่าร่างกายของผู้ที่เข้าโครงการทดลองวัคซีนมีการสร้างภูมิต้านทาน ตอนนี้ทีมนักวิทยาศาสตร์ของ AstraZeneca กำลังทดสอบวัคซีนกับคนจำนวน 30,000 คนในสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ รวมทั้งบราซิลและแอฟริกาใต้ ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา AstraZeneca ออกมาเปิดเผยว่า ตั้งเป้าจะผลิตวัคซีนโคโรนาไวรัส 2,000 ล้านโดส โดย […]