เจน Z จะปฏิวัติโลกทั้งทางด้านเศรษฐกิจตลาดการเงินและระบบสังคม

เจน Z จะปฏิวัติโลกทั้งทางด้านเศรษฐกิจตลาดการเงินและระบบสังคม

โดย…ทนง ขันทอง แบงก์ ออฟ อเมริกาได้ทำนายว่าคนที่อยู่ในวัยเจน Z จะเป็นกลุ่มคนที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งเดิมๆ ไปโดยสิ้นเชิง (disruption) มากที่สุด หรือมากกว่าคนในยุคใดๆ ที่ผ่านมา โดยรายได้ของพวกเขาจะสูงกว่าคนในเจนมิลเลนเนียลในปี 2031 ซีเอ็นบีซี รายงานว่า Haim Israel หัวหน้ายุทธศาสตร์การลงทุนของ BofA Global Research ได้เขียนรายงานว่า การปฏิวัติของเจน Z กำลังเริ่มขึ้น โดยพวกเขาเป็นคนยุคแรกที่เกิดมาพร้อมกับโลกออนไลน์ และกำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน ที่สำคัญพวกเขาจะสร้างแรงกดดันให้คนในเจนอื่นให้ปรับตัวให้เข้าหาพวกเขา โดยที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องปรับตัวเข้าหาคนเจนอื่นๆ เจน Z คือกลุ่มคนบนโลกที่เกิดระหว่างปีคศ. 1996 ถึงปี 2016 โดยจะเป็นกลุ่มคนที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งเดิมๆ ไปโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะในด้านเศรษฐกิจ ตลาดการเงิน และระบบสังคม ตั้งแต่ปี 2000เป็นต้นมา มี 2 เหตุการณ์ใหญ่ที่สุดระดับโลกเกิดขึ้น คือ เหตุการณ์ 911 ที่มีการถล่มตึก […]

หลักการบริหารของเจมี ไดมอน ประธานและซีอีโอ ของเจพี มอร์แกน เชส

หลักการบริหารของเจมี ไดมอน ประธานและซีอีโอ ของเจพี มอร์แกน เชส

โดย…ทนง ขันทอง คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ใช่เป็นคนที่ฉลาดที่สุด หรือขยันทำงานมากที่สุด แต่ความถ่อมตน การเปิดใจกว้าง มีความแฟร์ และความแท้จริงเป็นคุณสมบัติที่สำคัญมากที่สุดต่างหาก นี่คือ คำแนะนำของนายเจมี ไดมอน ประธานและซีอีโอของธนาคารเจพี มอร์แกน เชส ซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสหรัฐอเมริกา และมีพนักงานรวมกัน 250,000 คนทั้งโลก นายไดมอน ให้สัมภาษณ์ว่า การบริหาร คือ การทำงานให้เสร็จ ติดตามผล มีวินัย มีการวางแผน มีการวิเคราะห์ เอาคนที่ถูกกับงานมาทำงาน ฆ่าทิ้งกฎระเบียบแบบราชการ และผู้ที่เป็นผู้นำที่แท้จริงจะต้องรู้กับเคารพคนอื่น ไม่ใช่เป็นคนมีเสน่ห์ หรือมีพลังสมองอย่างเดียว การมีคุณสมบัติอย่างนี้ จะทำให้มีประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น พร้อมกับความสำเร็จ ถ้าคุณเห็นแก่ตัว และเอาเครดิตใส่ตัวเองเมื่อมันไม่สมควร คนอื่นจะไม่อยากทำงาน ซึ่งจะมีผลกระทบต่องานทั้งหมด เวลานายไดมอนสัมภาษณ์คนที่มาทำงาน หรือประเมินพนักงานที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง เขาถามคำถามตัวเอง 2-3 คำถามง่ายๆ เช่น “เราอยากจะทำงานกับคนนี้หรือไม่?” “เราอยากให้ลูกเราทำงานกับคนนี้หรือไม่?” เมื่อเกิดความผิดพลาด คนนี้จะยอมรับผิดหรือไม่ […]

ศาลอาจจะเป็นผู้กำหนดใครชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ศาลอาจจะเป็นผู้กำหนดใครชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

โดย…ทนง ขันทอง การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่แข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตายระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ และนายโจ ไบเดน อาจจะต้องไปถึงโรงถึงศาลเพื่อที่จะกำหนดว่าผู้ใดจะชนะได้ครอบครองทำเนียบขาว การเลือกตั้งประธานาธิบดีในครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางความแตกแยกอย่างรุนแรงทางความคิดความอ่านทางการเมืองระหว่างคนอเมริกันด้วยกัน มีการโหวตผ่านไปรษณีย์ที่อาจจะสร้างปัญหาความไม่ชอบมาพากลได้ และศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ตั้งป้อมเตรียมที่จะเข้าไปชี้ชนะผู้ชนะการเลือกตั้งถ้าหากว่ามีการฟ้องร้องกันทางกฎหมาย ถ้าการเลือกตั้งสูสีกันระหว่างทรัมป์และไบเดน และต้องตัดสินชี้ชะตาที่ที่รัฐเพลซิลวาเนีย และรัฐฟลอริด้าที่มีคะแนนตัวแทนของรัฐ (electoral college votes) 20 เสียง และ 29 เสียง ตามลำดับ ทั้ง 2 ฝ่ายต้องสู้กันทางกฎหมายอย่างเอาเป็นเอาตาย ด้วยระบบการเลือกตั้งประธานาธิบดีทางอ้อม ผู้ที่ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีต้องได้คะแนนตัวแทนของรัฐอย่างน้อย 270 เสียง จากทั้งหมด 538 เสียง โดยที่ 538 เสียง ที่เป็นตัวแทนของแต่ละรัฐนี้มาจากจำนวนสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดรวมกัน ผู้สมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีชนะในรัฐใด ก็จะได้คะแนนผู้แทนรัฐจากรัฐทั้งทั้งหมดตามกฎผู้ชนะกินทั้งกระดาน (Winner takes all) การเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีนี้มีความยุ่งยากเนื่องจากปัญหาของการระบาดของโควิด-19 ทำให้หลายรัฐไม่สามารถจัดหน่วยเลือกตั้งได้ […]

ไอพีโอของแอนท์ กรุ๊ป จะสร้างสถิติใหญ่ที่สุดในโลก

ไอพีโอของแอนท์ กรุ๊ป จะสร้างสถิติใหญ่ที่สุดในโลก

โดย ทนง ขันทอง แอนท์ กรุ๊ป (Ant Group) เตรียมการทำไอพีโอ โดยคาดว่าจะสามารถจะระดมทุนได้$34,000ล้าน ซึ่งจะสร้างสถิติการทำไอพีโอที่ใหญ่ที่สุดในโลกแซงหน้าการทำไอพีโอของบริษัทซาอุดิ อารามโก้ สื่อ The Financial Times รายงานว่า (China’s Ant Group to raise more than $34bn in record IPO, 27 October, 2020) แอนท์ กรุ๊ป เจ้าของแอปพลิเกชั่นชำระเงินอาลีเพย์ได้รับการอนุมัติการกระจายหุ้นเพื่อระดุมทุนจากนักลงทุนทั้งในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ และตลาดหุ้นฮ่องกงแล้ว โดยคาดว่าจะสามารถระดุมทุนได้$34,000ล้าน ทำให้มาร์เก็ตแคปของแอนท์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัทอาลีบาบาจะมีขนาด$313,000ล้าน หรือมีขนาดใหญ่พอๆกับธนาคารเจพี มอร์แกน เชสของสหรัฐอเมริกา หุ้นของแอนท์ กรุ๊ปจะเข้าไปเทรดในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ และตลาดหุ้นฮ่องกงในวันที่ 5พฤศจิกายน แอนท์ กรุ๊ปออกข่าวว่า จะขายหุ้นที่จะเทรดบนกระดานของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี (Star market) […]

จีนเน้นความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีและสร้างอุปทานภายในในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (2021-2025)

จีนเน้นความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีและสร้างอุปทานภายในในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (2021-2025)

โดย…ทนง ขันทอง ระหว่างวันที่ 26-29 ตุลาคม คณะกรรมการกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะมีการประชุมใหญ่ที่กรุงปักกิ่งเพื่อถกแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งจะครอบคลุมระยะเวลาระหว่างปี 2021 ถึงปี 2025 โดยจะมุ่งเน้นสร้างความทันสมัยให้สังคมจีนภายใต้กรอบระบบสังคมนิยมผ่านความเป็นเลิศทางด้านเทคโนโลยี และการสร้างอุปทานภายใน (domestic supply) เพื่อว่าจีนจะสามารถพึ่งพาตัวเองโดยไม่ถูกแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก ผู้นำจีนเล็งเห็นว่า การก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจโลกทางด้านเศรษฐกิจของจีนจะยังคงถูกกีดกันและขัดขวางจากสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรในระยะต่อไป ทำให้จีนต้องหันมาพึ่งพาตัวเองมากขึ้น ความแข็งแกร่งจากภายในจากความเป็นเลิศทางด้านเทคโนโลยี และการสร้างอุปทานภายใน เพื่อลดแรงกดดันจากภายนอกจึงเป็นยุทธศาสตร์คู่ขนานของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในอีก 5 ปีข้างหน้า ท่ามกลางสัมพันธไมตรีที่เสื่อมลงระหว่างจีนกับสหรัฐฯ นโยบายต่อต้านโลกาภิวัฒน์ของสหรัฐฯ การแข่งขันกันด้านเทคโนโลยีกับโลกตะวันตก และความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทางด้านเทคโนโลยี จีนจะเร่งพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์เพื่อที่จะพึ่งพาตัวเองมากขึ้น หลังจากรัฐบาลทรัมป์ได้แซงชันไม่ให้บริษัทอเมริกันซัพพลายชิปให้กับหัวเว่ย และบริษัทเทคโนโลยอื่นๆ ของจีน จีนยังคงตามหลังสหรัฐฯ ในด้านการพัฒนาชิป ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่เป็นหัวใจของอุปกรณ์ด้านอิเล็กทรอนิกส์ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ สหรัฐฯ และพันธมิตรได้สั่งแบนไม่ให้บริษัทหัวเว่ยเข้าไปลงทุนหรือติดตั้งอุปกรณ์ 5G ในประเทศตัวเอง โดยอ้างว่า หัวเว่ยเป็นแขนขาของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ด้วยเหตุนี้ ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับใหม่อาจจะมีการพูดถึงการเร่งวิจัยและพัฒนาชิป 5G รวมทั้งควอนตัมคอมพิวเตอร์เพื่อที่จะให้จีนแซงหน้าโลกตะวันตกทางด้านเทคโนโลยี […]

มหาเศรษฐีระดับพันล้านเหรียญของจีนเพิ่มขึ้นเหมือนดอกเห็ด

มหาเศรษฐีระดับพันล้านเหรียญของจีนเพิ่มขึ้นเหมือนดอกเห็ด

โดย…ทนง ขันทอง กระแสการทำไอพีโอและการเติบโตของบริษัทเทคโนโลยี ทำให้มหาเศรษฐีระดับพันล้านเหรียญของจีน เพิ่มความมั่งคั่งสูงถึง $1.5 ล้านล้าน ส่งผลให้ความมั่งคั่งโดยรวมของมหาเศรษฐีจีนเพิ่มเป็น $4 ล้านล้าน ซีเอ็นบีซี อ้างถึงรายงานของ Hurun Rich List 2020 ว่า ในปีที่ผ่านมา จีนสร้างมหาเศรษฐีระดับพันล้านเหรียญเพิ่มขึ้น 257 คน หรือประมาณ 5 คนต่อหนึ่งสัปดาห์ ทำให้จีนมีมหาเศรษฐีพันล้านเหรียญ มากถึง 878 คนแล้ว ในขณะที่ สหรัฐอเมริกามีมหาเศรษฐีระดับพันล้านเหรียญ 788 คน โลกเราไม่เคยเห็นการเพิ่มจำนวนมหาเศรษฐีระดับพันล้านเหรียญรวดเร็วอย่างนี้มาก่อนภายใน 1 ปี ทั้งๆ ที่ในช่วงระยะเวลานี้ โคโรนาไวรัสระบาดหนักมาก การกลับมาบูมของตลาดหุ้นจีน กระแสการทำไอพีโอของบริษัทจีนและการเติบโตของบริษัทเทคโนโลยีทำให้เกิดความมั่งคั่งขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งบริษัท อาลีบาบา เป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของจีนติดต่อกัน 3 ปี โดยปัจจุบัน มีความมั่งคั่งอยู่ที่ $59,000 […]

ตลาดหุ้นจีนมีแรงเหวี่ยงให้เติบโตต่อไปได้

ตลาดหุ้นจีนมีแรงเหวี่ยงให้เติบโตต่อไปได้

โดย…ทนง ขันทอง The South China Morning Post รายงานในบทความ “China’s stock market approaches 2018 peak on recovery tonic as valuation hurdle evokes 2015 pain (19/10/2020)” ว่า การดีดตัวแรงของตลาดหุ้นจีนตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดความคาดหวังจากนักลงทุนว่า ตลาดอาจจะทำนิวไฮในช่วงก่อนสิ้นปีเนื่องจากเศรษฐกิจจีนมีการฟื้นตัวอย่างชัดเจน ในสัปดาห์ทีผ่านมา มูลค่าตลาดรวมของตลาดหุ้นจีนพุ่งทะละระดับ 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2015 ทำให้นักวิเคราะห์บางคนมองว่าดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิทจะสามารถฝ่าทะลวงการเทรดแบบไซด์เวย์ไปไต่ระดับสูงที่เคยทำเอาไว้ในเดือนมกราคมปี 2018 ก่อนที่ปีนี้จะสิ้นสุดลง ในขณะนี้ ด้วยมูลค่าตลาดรวม 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลาดหุ้นจีนมีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองลงมาจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่มีมูลค่าตลาดรวม 38.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีขนาดใหญ่อันดับ 3 ที่ […]

เศรษฐกิจจีนมีขนาดใหญ่กว่าสหรัฐอเมริกาแล้ว

เศรษฐกิจจีนมีขนาดใหญ่กว่าสหรัฐอเมริกาแล้ว

โดย…ทนง ขันทอง บทความ China is now the world’s largest economy. We shouldn’t be shocked (nationalinterest.org) รายงานว่า เศรษฐกิจของจีนมีขนาดใหญ่กว่าสหรัฐฯ แล้ว ทำให้ได้ภาพว่าทำไมรัฐบาลทรัมป์ถึงได้ดำเนินนโยบายที่ท้าทายจีนในเกือบทุกมิติในเวลานี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศได้เผยแพร่รายงานล่าสุด “2020 World Economic Outlook” โดยใช้วิธีการวัดที่น่าเชื่อถือกว่าว่า เศรษฐกิจของจีนมีขนาดใหญ่กว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ถึง 1 ใน 6 ( 24.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับ 20.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) ที่ผ่านมา วิธีการวัดขนาดเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ คือการเอาผลผลิตของสินค้าและบริการในระบบเศรษฐกิจรวมกัน เมื่อได้จำนวนเงินแล้วก็เปลี่ยนอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศนั้นเป็นค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ยกตัวอย่างเช่น ในปี 2020 สินค้าและบริการในเศรษฐกิจจีนมีมูลค่ารวมกัน 102 ล้านล้านหยวน สมมติว่า อัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบันอยู่ที่ 7 หยวนต่อ […]

หุ้นจีน A-Shares คืออะไร ทำไมนักลงทุนต้องสนใจ

หุ้นจีน A-Shares คืออะไร ทำไมนักลงทุนต้องสนใจ

โดย…จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์ เวลาที่พูดถึงหุ้นจีน นักลงทุนอาจจะได้ยินคำว่า A-Shares H-Shares รวมถึง ADR หลายคนอาจสงสัยว่ามันคืออะไร แตกต่างกันอย่างไร สำหรับ หุ้น A-Shares จะหมายถึง บริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นของจีนแผ่นดินใหญ่ อันประกอบด้วย ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ และตลาดหุ้นเซินเจิ้น ส่วน H-Shares คือบริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง และ ADR คือ บริษทจีนที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งในเวลานี้หุ้น A-Shares เป็นกลุ่มที่นักลงทุนควรให้ความสนใจมากขึ้น อลิอันซ์ โกลบอล อินเวสเตอร์ (Allianz Global Investors หรือ AGI) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการบริหารหุ้นจีน และเป็นพันธมิตรที่กองทุนบัวหลวงมอบหมายให้เป็นผู้รับดำเนินงานการลงทุนในต่างประเทศ (Outsourced fund manager) ของกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นจีน (B-CHINE-EQ) นำเสนอข้อมูลตลาดไว้อย่างน่าสนใจ ว่า สาเหตุที่ควรให้ความสำคัญกับ A-Shares ก็เพราะเวลานี้ จีนมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับที่ 2 […]

นโยบายของเฟดทำให้มหาเศรษฐียิ่งรวยขึ้น

นโยบายของเฟดทำให้มหาเศรษฐียิ่งรวยขึ้น

โดย…ทนง ขันทอง นโยบายการเงินของ US Federal Reserve หรือธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ทำให้มหาเศรษฐียิ่งรวยขึ้น ส่วนผู้ที่มีรายได้น้อย หรือคนที่ไม่ได้ถือครองทรัพย์สินทางการเงินแทบที่จะไม่ได้อะไรเลยจากการฟื้นตัวของตลาดการเงินในช่วงนี้ เฟดไม่เคยเพิ่มปริมาณเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างนี้มาก่อนในประวัติศาสตร์การเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมาที่มีการปั๊มเม็ดเงินอย่างมหาศาลประมาณ 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ผลก็คือเกิดการฟื้นตัวของเศรษฐกิจแบบ “K” (K-shaped recover) หรือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากภาวะถดถอยที่ในอัตราที่ต่างกัน และขนาดไม่เท่ากันในส่วนต่างๆ แต่เป็นที่ชัดเจนว่าผู้ที่มีเงินลงทุนในทรัพย์สินทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาเศรษฐียิ่งจะมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น ยูบีเอส และพีดับบลิวซี ได้ออกรายงานร่วมกันว่า ความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไปจำนวน 2,189 คน จากทั่วโลกได้เพิ่มขึ้นรวมกันเป็น 10.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับ 8.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2017 การเพิ่มปริมาณเงินของธนาคารกลางมีผลทำให้ทรัพย์สินทางการเงิน โดยเฉพาะหุ้นมีราคาสูงขึ้น เนื่องจากสภาพคล่องที่ล้นจะไหลของตลาดหุ้นเป็นสำคัญ ทำให้เศรษฐีที่รวยหุ้นอยู่แล้ว ยิ่งจะรวยขึ้นไปอีก บลูมเบิร์ก ได้รายงานข้อมูลของเฟดที่ระบุว่า คนรวยอเมริกัน 1% ของประชากรทั้งหมดมีทรัพย์สินรวมกัน 34.2 […]