มุมมองและกลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหุ้นไทย

มุมมองและกลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหุ้นไทย

ประเด็นเด่น ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงจะยังคงได้รับแรงหนุนจากสภาพคล่องในระบบ ตลาดหุ้นไทย Upside ในช่วงสั้นอาจจะไม่ได้ขึ้นแรง แต่ Downside เองก็มีจำกัดเช่นกัน นับตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนส.ค. 2563 มียอดเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ใหม่รวมกัน 3 แสนกว่าบัญชี จำนวนเงินฝากเพิ่มขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญ (ส.ค. 2563 = 14.39 ล้านล้านบาท)

Fund Comment พฤษภาคม 2563 : ภาพรวมตลาดหุ้น

Fund Comment พฤษภาคม 2563 : ภาพรวมตลาดหุ้น

ตลาดหุ้นทั่วโลกในเดือนพฤษภาคมปรับตัวในทิศทางเชิงบวก หลังจากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทยอยดีขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับความพร้อมของอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีมากขึ้น ทำให้หลายประเทศสามารถทยอยกลับมาเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง เพิ่มความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่รวดเร็วมากขึ้นในระยะข้างหน้า และตัวเลขบ่งชี้ถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศจีนนั้น มีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีประเด็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯและจีนที่กลับมาปะทุอีกครั้ง เช่น การที่สหรัฐฯโจมตีจีนเรื่อง การเป็นต้นตอการแพร่ระบาดของไวรัส การผ่านกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ในฮ่องกงของจีน และการถอดบริษัทจดทะเบียนของจีนในตลาดหุ้นสหรัฐ แต่ตลาดก็ยังมองว่าสถานการณ์ดังกล่าว ยังไม่ลุกลามบานปลายจนไปกระทบกับข้อตกลงการค้าเฟส 1 ที่ได้ทำกันไว้ ทำให้บรรยากาศการลงทุนโดยรวมยังเป็นเชิงบวก นอกจากนี้ ตลาดยังคงมีความหวังว่า การตอบสนองที่รวดเร็วเป็นประวัติการณ์ของธนาคารกลางต่างๆ และนโยบายการคลังขนาดใหญ่จากทางภาครัฐ จะทำให้เศรษฐกิจสามารถกลับคืนสู่ภาวะปกติได้ในเวลารวดเร็ว และไม่ได้สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจมากเกินไป ด้านตลาดหุ้นไทย ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.2% ในเดือนพฤษภาคม เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นทั่วโลก ทำให้ ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี ติดลบลดลงเหลือ -15% โดยนักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิที่ 3.16 หมื่นล้านบาท ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 4.7 หมื่นล้านบาท ขณะที่ ผลประกอบการไตรมาส 1 ที่ประกาศออกมานั้น กำไรของตลาดฯลดลงประมาณ 60% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่แล้ว โดยสาเหตุหลักมาจาก การขาดทุนสต็อกของกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี  […]

ก.ล.ต. เปิดแนวคิดให้ผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายผลิตภัณฑ์ตลาดทุนแทนลูกค้าได้ตามที่ลูกค้ายินยอม

ก.ล.ต. เปิดแนวคิดให้ผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายผลิตภัณฑ์ตลาดทุนแทนลูกค้าได้ตามที่ลูกค้ายินยอม

ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สามารถให้บริการซื้อขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนแทนลูกค้าได้ในขอบเขตที่จำกัดตามที่ลูกค้ายินยอม เพื่อเพิ่มโอกาสลงทุน และสนับสนุนการลงทุนที่หลากหลายให้แก่ผู้ลงทุน ก.ล.ต. มีแนวคิดในการแก้ไขประกาศที่เกี่ยวข้อง โดยจะอนุญาตให้ผู้แนะนำการลงทุนในสังกัดของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีความถนัดด้านการลงทุนที่เท่าทันกับสถานการณ์ในตลาด สามารถตัดสินใจซื้อขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนแทนลูกค้าได้ โดยต้องได้รับความยินยอมและภายในขอบเขตที่ตกลงไว้ล่วงหน้ากับลูกค้า เพื่อขยายขอบเขตการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ลงทุนได้ครอบคลุมและสะดวกมากขึ้น ทั้งนี้ ก.ล.ต. เคยเสนอแนวคิดดังกล่าวผ่านการรับฟังความเห็นในช่วงปลายปี 2017 และนำข้อคิดเห็นที่ได้รับไปหารือกับผู้เชี่ยวชาญ โดยในครั้งนี้ ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นการยกร่างกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยมีรายละเอียดครอบคลุมการกำหนดขอบเขตของผลิตภัณฑ์ที่ผู้ประกอบธุรกิจสามารถให้บริการได้ ทั้งผลิตภัณฑ์ที่จดทะเบียนในตลาดทุนไทยและต่างประเทศ รวมถึงการกำหนดรายละเอียดของสัญญาการให้บริการ อาทิ การรับคำสั่งลูกค้า ซึ่งแนวทางที่เสนอจะเปิดให้สามารถตกลงกับลูกค้าเพื่อกำหนดหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ลูกค้าต้องการซื้อขายจริงโดยไม่จำกัดจำนวน หากเป็นความประสงค์ของลูกค้า เพื่อให้ผู้ลงทุนมีทางเลือกและมีโอกาสลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ และจะมีการกำหนดอัตราขาดทุนสูงสุด โดยเปิดกว้างให้ผู้ให้บริการและลูกค้าสามารถร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินการเมื่อถึงจุดต้องยุติขาดทุน (stop-loss limit) ได้ นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจมีหน้าที่ต้องปฏิบัติเพิ่มเติม เช่น จัดให้มีระบบการแจ้งข้อมูลให้ลูกค้าทราบภายในระยะเวลาที่ตกลงกันในกรณีที่เกิดการขาดทุนเกินกว่ากำหนด เป็นต้น ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวไว้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. https://capital.sec.or.th/webapp/phs/upload/phs1531993242hearing_29_2561.pdf ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือทาง e-mail piyaruj@sec.or.th หรือ wasu@sec.or.th จนถึง วันที่ […]

ธนาคารกรุงเทพ เผยไตรมาส 2 กำไรสุทธิ 9,194 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3%

ธนาคารกรุงเทพ เผยไตรมาส 2 กำไรสุทธิ 9,194 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3%

ธนาคารกรุงเทพ รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ปี 2018 กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) โดยระบุว่า ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร 9,194 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2017 มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 17,573 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.1% และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 2.33% ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมี 13,667 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.1% สำหรับสาเหตุหลักที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมาจาก กำไรสุทธิในธุรกรรมเพื่อค้าและปริวรรตเงินตราต่างประเทศ และกำไรสุทธิจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่วนใหญ่มาจากค่าธรรมเนียมจากบริการประกันผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวม สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานมี 13,376 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 42.8% ทั้งนี้ สิ้นเดือน มิ.ย. 2018 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อ 2,065,487 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1% จากสิ้นปี […]

ก.ล.ต. เปิดทางขออนุญาตเป็นผู้ให้บริการออกแบบการลงทุน

ก.ล.ต. เปิดทางขออนุญาตเป็นผู้ให้บริการออกแบบการลงทุน

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ก.ล.ต. มีเป้าหมายให้ประชาชนเข้าถึงตลาดทุนอย่างทั่วถึง เพื่อเป็นแหล่งสะสมความมั่นคงทางการเงินระยะยาว แต่ที่ผ่านมา การได้รับคำแนะนำหรือการวางแผนทางการเงินมักจำกัดอยู่ในกลุ่มผู้มีรายได้สูง จึงมีแนวคิดทำโครงการ Wealth Advice for All ส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุนมุ่งเน้นนำเสนอบริการให้คำแนะนำและวางแผนทางการเงินที่ประชาชนในวงกว้างเข้าถึงได้ง่ายด้วยต้นทุนที่ต่ำ ทั้งนี้ ก.ล.ต. ร่วมมือกับผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน หารือหลักการ ตลอดจนวางกรอบหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถขอความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. และประชาสัมพันธ์เป็นผู้ให้บริการออกแบบการลงทุน เพื่อผู้ที่ต้องการคำแนะนำและใช้บริการวางแผนทางการเงิน สามารถไปขอรับบริการได้ โดยหลักเกณฑ์ขอรับความเห็นชอบมีผลใช้บังคับแล้วตั้งแต่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา ผู้ประกอบธุรกิจตัวกลางในตลาดทุนทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ผู้ประกอบธุรกิจจัดการกองทุนรวม ธุรกิจจัดการกองทุนส่วนบุคคล หรือที่ปรึกษาการลงทุน สามารถขอความเห็นชอบต่อ ก.ล.ต. เพื่อเป็นผู้ให้บริการออกแบบการลงทุนได้ โดยต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนด และมีความพร้อมให้บริการ ซึ่งขณะนี้มีผู้ประกอบการที่แสดงความสนใจเป็นผู้ให้บริการออกแบบการลงทุนกว่า 40 ราย ก.ล.ต. ยินดีให้คำแนะนำและคำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการที่สนใจหรือประสงค์จะยื่นขอเป็น wealth advisor โดยสามารถติดต่อที่โทรศัพท์ […]

หุ้นไทยวันที่ 21 มิ.ย. ร่วง 29.82 จุด

หุ้นไทยวันที่ 21 มิ.ย. ร่วง 29.82 จุด

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดวันนี้ (21 มิ.ย. 2018) อยู่ที่ระดับ 1,634.44 จุด ลดลง 29.82 จุด หรือ 1.79% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,664.97 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,629.26       จุด มูลค่าการซื้อขาย 61,649.17 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ PTT ปิดที่ 47.50 บาท ลดลง 1.25 บาท (2.56%) มูลค่าการซื้อขาย 5,225.98 ลบ. SCC ปิดที่ 408.00 บาท ลดลง 12.00 บาท (2.86%) มูลค่าการซื้อขาย 2,868.19 ลบ. […]

หุ้นไทยเดือนมี.ค.อยู่ในช่วงปรับฐาน มองยังยืนระดับได้ดีแม้จะผันผวนบ้าง

หุ้นไทยเดือนมี.ค.อยู่ในช่วงปรับฐาน มองยังยืนระดับได้ดีแม้จะผันผวนบ้าง

ภาพรวมตลาดหุ้น ตลาดหุ้นไทยมีการปรับฐานในเดือนมีนาคม โดยเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways เกือบตลอดทั้งเดือน โดย SET Index ปรับตัวลงต่ำสุดที่ 1,724 จุดก่อนจะฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้บ้าง โดยปัจจัยลบที่มีเข้ามาในระหว่างเดือน ได้แก่ การประกาศปรับลดค่าธรรมเนียมของธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง ซึ่งทำให้หุ้นกลุ่มกลุ่มธนาคารปรับตัวลง และประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน ซึ่งกดดันตลาดหุ้นทั่วโลก อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันนั้นเป็นผลบวกต่อราคาหุ้นในกลุ่มพลังงานขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ตลาดมีการฟื้นกลับขึ้นมาได้ สำหรับหุ้นขนาดกลางหรือเล็กส่วนใหญ่นั้นให้ผลตอบแทนที่ไม่ดีนักในช่วงเดือนนี้ ส่วนหนึ่งมาจากผลประกอบการในไตรมาส 4/2560 ที่ไม่โดดเด่นนักและทำให้มีแรงขายหุ้นบางตัวโดยเฉพาะหุ้นที่ราคาแพงกว่าปัจจัยพื้นฐานออกมา ตลาดหุ้นต่างประเทศที่มีการปรับฐาน จากความกังวลประเด็นสงครามการค้าที่ได้กล่าวไปข้างต้น อีกส่วนหนึ่งยังเป็นเพราะการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนที่มีสัญญาณชะลอตัวลงในบางภาคส่วน หลังจากที่ขยายตัวได้ดีมาหลายไตรมาส แต่โดยรวมนับว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกนั้นเริ่มยืนระดับได้ โดยอาจจะมีข่าวลบที่เกี่ยวกับการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนออกมาเพิ่มเติมเป็นพักๆ ซึ่งทำให้เกิดความผันผวนบ้าง และตลาดหุ้นในภูมิภาคอาจจะเคลื่อนไหวแบบ Sideways สักระยะหนึ่งก่อนจะทยอยปรับตัวขึ้นได้ ประเด็นที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ นั้นเชื่อว่า ไม่น่ามีผลกระทบเชิงลบมากนักเพราะตลาดได้รับรู้ไปมากแล้ว โดยภาพรวมแล้ว เชื่อว่าตลาดหุ้นไทยน่าจะยืนระดับได้ดีขึ้น โดยอาจจะยังมีความผันผวนอยู่บ้าง แต่โอกาสที่ตลาดจะปรับตัวขึ้นได้มากนั้นยังค่อนข้างจำกัด เนื่องด้วยความตึงตัวของ Valuation ของหุ้น Big cap ประกอบกับการขาดปัจจัยหนุนใหม่ๆ ในภาพกว้าง การเลือกลงทุนหุ้นเป็นรายตัวจึงมีความสำคัญมาก […]

หุ้นไทยบวกเล็กน้อยปิดตลาดที่ 1,813.40 จุด

หุ้นไทยบวกเล็กน้อยปิดตลาดที่ 1,813.40 จุด

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดวันนี้ (14 มี.ค. 61) ที่ระดับ 1,813.40 จุด เพิ่มขึ้น 3.50 จุด หรือ 0.19% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,817.36 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,803.60 จุด ขณะที่มูลค่าการซื้อขาย ณ เวลา 17.18 น. อยู่ที่ 78,221.18 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 560.00 บาท ลดลง -6.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 7,434.85 ลบ. 2.TRUE ปิดที่ 7.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.35 บาท มูลค่าการซื้อขาย […]

หุ้นไทยปิดตลาดร่วงกว่า 18 จุด อยู่ที่ 1,811.98 จุด

หุ้นไทยปิดตลาดร่วงกว่า 18 จุด อยู่ที่ 1,811.98 จุด

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดวันนี้ (2 มี.ค. 61) ที่ระดับ ที่ 1,811.98 จุด ลดลง -18.15 จุด หรือ -0.99% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,825.63 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,806.84 จุด ขณะที่มูลค่าการซื้อขาย ณ เวลา 17.04 น. อยู่ที่ 70,322.88 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 556.00 บาท ลดลง -12.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 11,649.52 ลบ. 2.PTTGC ปิดที่ 99.00 บาท ลดลง -0.25 บาท […]

หุ้นไทยปิดตลาดที่ 1,830.13 จุด ลดลงเล็กน้อย

หุ้นไทยปิดตลาดที่ 1,830.13 จุด ลดลงเล็กน้อย

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดวันนี้ (28 ก.พ. 61) ที่ระดับ ที่ 1,830.13 จุด ลดลง -0.26 จุด หรือ -0.01% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,840.06 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,825.67 จุด ขณะที่มูลค่าการซื้อขาย ณ เวลา 17.06 น. อยู่ที่ 76,935.74 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 568.00 บาท ลดลง -6.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 12,669.79 ลบ. 2.CPALL ปิดที่ 84.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท […]