Fund Comment กันยายน 2562 : ภาพรวมตลาดหุ้น

Fund Comment กันยายน 2562 : ภาพรวมตลาดหุ้น

ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงผันผวน ท่ามกลางความเสี่ยงที่ก่อตัวมากขึ้นต่อเศรษฐกิจโลก สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ดำเนินไป ได้ทำให้เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแอลง และเริ่มส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นๆ โดยล่าสุด ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของสหรัฐ หดตัวลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 3 ปี และเศรษฐกิจจีนในไตรมาสองเติบโตต่ำที่สุดในรอบ 27 ไตรมาส ด้านเศรษฐกิจยุโรปยังคงฟื้นตัวช้า โดยถ้าหากเยอรมนีซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป เศรษฐกิจติดลบต่อในไตรมาสสาม จะทำให้เกิดสถานการณ์ ‘Technical Recession’ รวมถึงความเสี่ยง Brexit ที่ยังคงไร้ทางออกที่ชัดเจน ด้วยความเสี่ยงต่างๆ เหล่านี้ ธนาคารกลางหลักๆ จึงพร้อมเพรียงกันในการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ทั้งการหยุดการลดขนาดงบดุลของ Fed และการกลับมาทำ QE ของ ECB ทำให้สภาพคล่องทางการเงินโลกกลับมาขยายตัวอีกครั้ง ซึ่งยังเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยคาดว่า อิทธิพลจากนโยบายการเงินในรอบนี้ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในช่วงปลายปีถึงต้นปีหน้า สภาพคล่องทางการเงินโลกที่ล้นในปัจจุบันนี้ ได้ทำให้พันธบัตรรัฐบาลที่มีอัตราดอกเบี้ยติดลบ เพิ่มขึ้นไปสูงถึง 17 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว หรือคิดเป็นหนึ่งในสามของพันธบัตรที่เป็น Investment Grade ทั้งหมด แม้ว่าบรรยากาศการลงทุนจะยังเต็มไปด้วยความเสี่ยง นักลงทุนยังคงมั่นใจว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ดำเนินมายาวนานที่สุด นับจากยุคหลังสงครามโลกจะยังคงดำเนินต่อไป […]

Fund Comment กันยายน 2562 : มุมมองตลาดตราสารหนี้

Fund Comment กันยายน 2562 : มุมมองตลาดตราสารหนี้

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับลดลงในตราสารระยะสั้นประมาณ 1-8 bps. ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับเพิ่มขึ้นไม่เกิน 3 bps. ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับเพิ่มขึ้นหลังความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนมีท่าทีผ่อนคลาย ส่งผลให้แรงซื้อในตลาดพันธบัตรซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง อย่างไรก็ตาม สำหรับตลาดตราสารหนี้ไทย แม้ว่านักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิอย่างต่อเนื่อง แต่จากแรงซื้อของนักลงทุนในประเทศ รวมถึงปริมาณพันธบัตรรัฐบาลที่เปิดประมูลขาย (Government Bond Supply) น้อยลงในช่วงที่เหลือของปีนี้ เป็นปัจจัยกดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยยังอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง ประเด็นสำคัญที่กระทบต่อตลาดตราสารหนี้ในเดือนนี้ ได้แก่ ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ผ่อนคลายลงภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเลื่อนการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนวงเงิน 2.50 แสนล้านดอลลาร์ จากวันที่ 1 ตุลาคมไปเป็นวันที่ 15 ตุลาคม หรือเลื่อนออกไป 2 สัปดาห์ เพื่อรอผลการเจรจาการค้ากับจีนในช่วงต้นเดือนตุลาคม ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่ทางการจีนได้ออกมาประกาศยกเว้นการเก็บภาษีนำเข้าให้กับสินค้า 16 ชนิดของสหรัฐฯ ทำให้บรรยากาศการเจรจาทางการค้าดีขึ้น ขณะที่การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในวันที่ 17-18 กันยายน มีมติ 7 ต่อ […]

Fund Comment สิงหาคม 2562 : มุมมองตลาดตราสารหนี้

Fund Comment สิงหาคม 2562 : มุมมองตลาดตราสารหนี้

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในทุกช่วงอายุ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นปรับลดลงประมาณ 0.25% ตามการลดลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับลดลงในช่วง 0.33%-0.91% ซึ่งเป็นการปรับลดลงตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และปัจจัยจากต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นผลจากปัญหาความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน และความเสี่ยง No-deal Brexit ที่สูงขึ้น รวมถึงการที่ธนาคารกลางทั่วโลกส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ด้าน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ลดลงไปอยู่ในระดับต่ำกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะ 2 ปี หรือเกิดภาวะ Inverted Yield Curve สะท้อนความกังวลของนักลงทุนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) เนื่องจากความขัดแย้งทางการค้าที่รุนแรงขึ้น โดยตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะลดอัตราดอกเบี้ยอีก 2-3 ครั้งในปีนี้ ทำให้ความต้องการพันธบัตรระยะยาวเพิ่มขึ้นจนอัตราผลตอบแทนลดต่ำกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้น ขณะที่นายเจอโรม โพเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ กล่าวในการประชุมประจำปีที่ Jackson Hole ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ พร้อมที่จะดำเนินนโยบายการเงินอย่างเหมาะสมเพื่อรักษาการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณที่จะลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวได้ดี สะท้อนจากอัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำและการบริโภคภาคเอกชนยังคงแข็งแกร่ง สำหรับ […]

Fund Comment สิงหาคม 2562 : ภาพรวมตลาดหุ้น

Fund Comment สิงหาคม 2562 : ภาพรวมตลาดหุ้น

ตลาดการเงินโลกผันผวนในเดือน ส.ค. โดยตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงในช่วงต้นเดือนจากความผิดหวังที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ไม่ได้ส่งสัญญาณการลดดอกเบี้ยแบบต่อเนื่อง และความกังวลต่อการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลก ที่สะท้อนผ่านตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ที่ออกมาอ่อนแอลง เช่น ภาคการผลิตของจีนโตต่ำสุดในรอบ 17 ปี  จีดีพีไตรมาสสองของเยอรมนี หดตัวลง 0.1% ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิด Technical Recession เป็นต้น ความกังวลดังกล่าวสะท้อนผ่านภาวะ Inverted Yield Curve ของตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ และการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ ด้านสงครามการค้านั้น ยกระดับความรุนแรงขึ้น จากการที่ทรัมป์เดินหน้าขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน แม้ว่าจะมีการเลื่อนการขึ้นภาษีบางส่วนจากเดือน ก.ย. ไปเป็นเดือน ธ.ค. และจีนตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีนำเข้ากับสินค้าสหรัฐฯกว่า 5,000 รายการ เช่นเดียวกัน สงครามการค้าที่ดำเนินไปนั้น ในด้านหนึ่งทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มที่จะส่งสัญญาณชะลอลงบ้าง เช่น ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต อยู่ที่ 50.3 ต่ำสุดในรอบ 10 ปี เป็นต้น และอาจเริ่มส่งผลต่อคะแนนเสียงมากขึ้นต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีของทรัมป์ในปีหน้า ทำให้ทรัมป์มีท่าทีที่พร้อมเจรจามากขึ้น […]

Fund Comment กรกฎาคม 2562 : ภาพรวมตลาดหุ้น

Fund Comment กรกฎาคม 2562 : ภาพรวมตลาดหุ้น

ตลาดหุ้นโลกในเดือน ก.ค. เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบแคบ หลังจากการปรับตัวขึ้นในเดือนก่อนหน้าบนความคาดหวังต่อการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐและมุมมองเชิงบวกต่อการเจรจาการค้า ในเดือน ก.ค. ปัจจัยที่เข้ามาในตลาดค่อนข้างปะปนกัน โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ว่าจะชะลอลงและยังเป็นการขยายตัวต่อเนื่องครบ 10 ปีเต็ม แต่ก็ยังไม่ได้แสดงถึงการเติบโตของเศรษฐกิจที่ติดลบ ทำให้เกิดความไม่แน่นนอนต่อการลดดอกเบี้ยในปลายเดือน ขณะที่ผู้ว่าการของ Fed สาขาต่างๆ ก็ยังออกมาให้ความเห็นในเชิงที่ Dovish และท้ายที่สุด Fed ก็ลดดอกเบี้ยลง 0.25bps ตามตลาดคาด ทว่าตลาดผิดหวังต่อถ้อยแถลงของ Fed ที่ส่งสัญญาณว่า เป็นเพียงการปรับเปลี่ยนนโยบายในช่วงกลางวัฎจักร (mid-cycle adjustment) แต่ต้องติดตามถึงพัฒนาการของตัวเลขเศรษฐกิจและความเสี่ยงภายนอกต่อไป ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าโอกาสในการลดดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. จะลดลง ส่วนเรื่องสงครามการค้า สหรัฐกลับเดินหน้าประกาศว่าจะเก็บภาษี 10% สำหรับสินค้านำเข้าจีนมูลค่า 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ เริ่มในวันที่ 1 ก.ย. ทำให้เป็นปัจจัยที่เป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก เนื่องจากตัวเลขภาคการผลิตทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงอ่อนแอ รวมถึงภาพรวมเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอลง โดยได้มีการปรับประมาณการ GDP โลกลงเล็กน้อย จากทั้ง World […]

Fund Comment มิถุนายน 2562 : มุมมองตลาดตราสารหนี้

Fund Comment มิถุนายน 2562 : มุมมองตลาดตราสารหนี้

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวลดลงตลอดช่วงอายุ โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาลระยะกลาง-ยาวที่ปรับตัวลงมากถึง 0.20% – 0.35% เป็นการปรับตัวในทิศทางเดียวกับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จากความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุน ซึ่งเป็นผลมาจากการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ และยุโรปที่กลับมาส่งสัญญาณการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายอีกครั้ง หลังตัวเลขเศรษฐกิจโลกมีทิศทางชะลอตัวลงและมีความกังวลต่อผลกระทบของความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน ด้านตลาดตราสารหนี้ไทยได้รับอานิสงส์จากความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่ำเช่นเดียวกันจากปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศ Emerging Market ด้วยกัน ทำให้ในเดือนมิถุนายนมีเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติไหลเข้ามาซื้อสุทธิรวม 52,296 ล้านบาท สำหรับผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของไทย (กนง.) ในเดือนมิถุนายนยังคงมีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยคณะกรรมการฯ เห็นว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับปัจจุบันยังอยู่ในระดับผ่อนคลายเพียงพอต่อภาวะเศรษฐกิจไทย พร้อมปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2562 ลงเหลือ 3.3% จากเดิม 3.8% จากการส่งออกสินค้าและบริการที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ยังแสดงความกังวลต่อการแข็งค่าของค่าเงินบาทที่ค่อนข้างเร็วและอาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการส่งออกสินค้าและเศรษฐกิจไทยในอนาคต แนวโน้มตราสารหนี้ไทยในอนาคตยังต้องติดตามปัจจัยทั้งภายในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะความคืบหน้าของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน และทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ตลาดได้ให้น้ำหนักต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.50% – 0.75% ภายใน 12 เดือนข้างหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งความไม่แน่นอนดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลก ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศที่สำคัญคือ การพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่คาดว่าจะล่าช้ากว่ากำหนด […]

Fund Comment มิถุนายน 2562 : ภาพรวมตลาดหุ้น

Fund Comment มิถุนายน 2562 : ภาพรวมตลาดหุ้น

หลังจากที่สงครามการค้านั้นทวีความรุนแรงมากขึ้นและภาพรวมเศรษฐกิจโลกเริ่มอ่อนแอลง ธนาคารกลางต่างๆจึงมีท่าทีที่ผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “Policy U-Turn” ของธนาคารกลางสหรัฐ ปัจจัยนี้เป็นสิ่งที่ผลักดันให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ความกังวลเรื่องสงครามการค้านั้น เริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้น โดยในการพบกันของประธานธิบดี โดนัล ทรัมป์ และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในช่วงของการประชุม G20 ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงบางส่วนร่วมกันได้ ซึ่งทรัมป์เองก็ไม่ต้องการเพิ่มความเสี่ยงต่อการถดถอยของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากอาจจะกระทบกับคะแนนเสียงต่อการเลือกประธานาธิบดีที่จะมีขึ้นในปีหน้า ส่งผลให้เป็นบวกต่อบรรยากาศในการลงทุน ในส่วนของตลาดหุ้นไทยนั้น มีเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยสุทธิสูงถึง 4.66 หมื่นล้านบาทในเดือนมิถุนายน จากการมองว่าเงินบาทเป็นสกุลเงินที่ปลอดภัยในสถานการณ์ปัจจุบัน แม้ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจและบริษัทจดทะเบียนของไทยจะไม่ได้โตโดดเด่นมากนัก ทำให้ยอดซื้อสุทธิในช่วง 6 เดือนแรกของปีนั้น พลิกกลับมาเป็นบวก ส่งผลให้ SET Index ปรับตัวขึ้น 6.8% ทะลุระดับ 1700 จุดอีกครั้ง ในรอบ 8 เดือน ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆของไทยยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทั้งการลงทุนภาคเอกชน การส่งออก ท่องเที่ยว และการบริโภคภาคครัวเรือน อย่างไรก็ตาม หลังจากจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว คาดการณ์กันว่าจะได้เห็นมาตราการกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศในเร็วๆนี้ […]

Fund Comment: มุมมองตลาดตราสารหนี้เดือนพฤษภาคม 2562

Fund Comment: มุมมองตลาดตราสารหนี้เดือนพฤษภาคม 2562

มุมมองตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยโดยรวมปรับตัวแบนราบมากขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้น ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะกลางถึงระยะยาวปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นการปรับไปในทิศทางเดียวกันกับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ จากปริมาณความต้องการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้นของนักลงทุน เนื่องจากความตึงเครียดด้านสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน นอกจากนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยยังได้รับแรงหนุนจากการเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารในภูมิภาคอาเซียน สำหรับผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของไทย (กนง.) ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ แม้ว่าภาวะการเงินโดยรวมยังอยู่ในระดับผ่อนคลายเอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ก็ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงินที่ต้องติดตาม รวมทั้งความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลกและปัจจัยในประเทศยังมีอยู่สูง โดยจะต้องมีการติดตามพัฒนาการของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และเสถียรภาพระบบการเงิน รวมทั้งปัจจัยเสี่ยงต่างๆอย่างใกล้ชิด เพื่อดำเนินนโยบายการเงินที่เหมาะสม ในส่วนของปัญหาเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกา -จีนที่มีการเรียกเก็บภาษีตอบโต้กันในช่วงเดือนที่ผ่านมา และยังไม่มีแนวโน้มที่จะหาข้อสรุปได้ ยังมีการขยายวงไปเป็นความขันแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกา-เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา-ญี่ปุ่น รวมทั้งปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลอิตาลีและสมาชิกยูโรโซนในเรื่องเกี่ยวกับปัญหาหนี้สินของรัฐบาลอิตาลี ที่ไม่สามารถปรับลดยอดขาดดุลทางการคลังและหนี้สาธารณะได้ตามที่ตกลงไว้ ยังคงส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อตราสารหนี้ทั่วโลก ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง สำหรับแนวโน้มตราสารหนี้ไทยยังต้องติดตามปัจจัยทั้งภายในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง แม้ธนาคารกลางหลายแห่งได้ออกมาแสดงท่าทีผ่อนคลายมากขึ้นแล้วก็ตาม เพราะยังมีความไม่แน่นอนอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งรัฐบาลของไทย ผลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ความเสี่ยงที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไม่มีข้อตกลง รวมั้งการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในเดือนมิถุนายน เป็นต้น ด้านการดำเนินนโยบายการเงินของไทย  กองทุนบัวหลวงคาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงินจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% จนถึงสิ้นปี […]

Fund Comment: ภาพรวมตลาดหุ้นเดือนพฤษภาคม 2562

Fund Comment: ภาพรวมตลาดหุ้นเดือนพฤษภาคม 2562

ภาพรวมตลาดหุ้น ในเดือนพฤษภาคม ตลาดหุ้นทั่วโลกส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง เนื่องจากความคืบหน้าของสถานการณ์การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนไม่เป็นไปตามคาด หลังจากประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ และกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯได้เพิ่ม Huawei เข้าสู่บัญชีดำการซื้อขาย ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถซื้อชิ้นส่วนหรือสินค้าจากสหรัฐฯ ได้ ซึ่งทางจีนได้ตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำให้สหรัฐฯมีท่าทีอ่อนลงโดยการยืดระยะเวลาการคว่ำบาตรสินค้า Huawei ออกไป 3 เดือน ความกังวลต่อสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ของน้ำมันดิบ ทำให้ทิศทางราคาน้ำมันดิบและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ อ่อนตัวลงตามทิศทางตลาดหุ้น ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เริ่มส่งสัญญาณการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยความกังวลเกี่ยวกับการแยกตัวออกจากกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ของสหราชอาณาจักร (Brexit) หลังนาง Theresa May นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ประกาศลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากความล้มเหลวในการผลักดันข้อตกลง Brexit ให้ผ่านการอนุมัติของรัฐสภาอังกฤษ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการถอนตัวแบบไม่มีข้อตกลง หรือ Hard Brexit มากขึ้น ด้านปัจจัยภายในประเทศ ยังคงถูกกดดันจากการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของเศรษฐกิจ […]

Fund Comment เมษายน 2019 : ภาพรวมตลาดหุ้น

Fund Comment เมษายน 2019 : ภาพรวมตลาดหุ้น

ตลาดหุ้นทั่วโลกในเดือน เม.ย. เคลื่อนไหวในทิศทางเชิงบวก ขับเคลื่อนโดยตัวเลขเศรษฐกิจโลกที่มีสัญญาณฟื้นตัว ทั้งสหรัฐ ญี่ปุ่น จีน และประเทศในกลุ่มเกิดใหม่ กอปรกับความคืบหน้าที่ดีขึ้นของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกได้มากขึ้น สะท้อนผ่านส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐรุ่นอายุ 10 ปีกับ 3 เดือน ที่พ้นจากภาวะ “Inverted” หนุนให้กระแสเงินลงทุนไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง สินค้าโภคภัณฑ์อย่างน้ำมัน ก็ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากแผนการยืดระยะเวลาการลดกำลังการผลิตของ OPEC และรัสเซีย และการคว่ำบาตรอิหร่านและเวเนซูเอลาของสหรัฐ ทำให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นอยู่ในเชิงบวก ด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลายแห่งยังคงเป็นแบบผ่อนคลาย (Dovish) โดยธนาคารกลางสหรัฐ (FED) นั้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ และจะยุติแผนการลดงบดุลตั้งแต่เดือน ก.ย. ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยเช่นเดียวกัน และเตรียมเปิดเผยรายละเอียดโครงการวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำกับธนาคารพาณิชย์ (LTRO3) ในการประชุมเดือน มิ.ย. นี้ ส่วนธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ก็คงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายไปถึงอย่างน้อยเดือนมี.ค. ปีหน้า ทำให้ความกังวลเรื่องสภาพคล่องตึงตัวนั้นลดลง ด้านตลาดหุ้นไทย มีการปรับตัวเชิงบวกเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลก โดยได้แรงหนุนจากกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันโลก และการเก็งกำไรในหุ้นรายตัว ซึ่งอยู่ในช่วงเทศกาลการจ่ายเงินปันผลและการประกาศผลประกอบการ […]