สหรัฐฯ เล็งพิมพ์แบงก์ 250 ดอลล์ภาพ `ทรัมป์` – คลังย้ำต้องรอปลดล็อกกฎหมาย

สหรัฐฯ เล็งพิมพ์แบงก์ 250 ดอลล์ภาพ `ทรัมป์` – คลังย้ำต้องรอปลดล็อกกฎหมาย

The Wall Street Journal รายงานว่า คณะรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้หารือถึงแผนการพิมพ์ภาพผู้นำสหรัฐฯ ลงบนธนบัตรราคา 250 ดอลลาร์ที่จัดทำขึ้นใหม่ ด้าน สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง ระบุว่า แนวคิดดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสก่อน แหล่งข่าวผู้ให้ข้อมูลเผยว่า แบรนดอน บีช อธิบดีกรมธนารักษ์ พร้อมด้วยไมเคิล บราวน์ ที่ปรึกษาอาวุโส ได้ร่วมหารือกับเจ้าหน้าที่สำนักแกะพิมพ์และผลิตธนบัตร (Bureau of Engraving and Printing) โดยแหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า บีชได้ขอให้จัดทำแบบจำลองธนบัตรราคา 250 ดอลลาร์ที่มีภาพของทรัมป์แล้ว การหารือดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่มีการเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งหากมีมติเห็นชอบและลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมาย กระทรวงการคลังจะสามารถพิมพ์ภาพของทรัมป์ลงบนธนบัตร ราคา 250 ดอลลาร์ เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีของการก่อตั้งสหรัฐฯ ซึ่งกฎหมายเมื่อปี 1866 ห้ามใช้ภาพของประธานาธิบดี หรืออดีตประธานาธิบดีซึ่งยังมีชีวิตอยู่ ปรากฏบนธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ ด้าน สกอต […]

ทรัมป์ เชิญ สี จิ้นผิง เยือนทำเนียบขาวก.ย.นี้ ส่งสัญญาณคุยการค้าต่อ

ทรัมป์ เชิญ สี จิ้นผิง เยือนทำเนียบขาวก.ย.นี้ ส่งสัญญาณคุยการค้าต่อ

การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะดำเนินต่อไป หลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดผู้นำ ณ กรุงปักกิ่ง ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งคำเชิญประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เยือนทำเนียบขาว 24 ก.ย. นี้ วิดีโอที่ทำเนียบขาวเผยแพร่ เผยให้เห็นว่า ผู้นำสหรัฐฯ ส่งคำเชื้อเชิญดังกล่าวในงานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำของรัฐบาลเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (14 พ.ค.) ภายหลังการหารือของผู้นำทั้งสองในช่วงเช้าของวันเดียวกัน สี จิ้นผิง ระบุว่า สหรัฐฯ และจีนเห็นพ้องที่จะใช้ความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์เป็นกรอบการดำเนินงานสำหรับช่วง 3 ปีข้างหน้า ด้านผู้เชี่ยวชาญ Ryan Fedasiuk นักวิชาการจาก American Enterprise Institute กล่าวว่า คำถามสำคัญเกี่ยวกับผลการประชุมสุดยอดครั้งนี้ นั่นก็คือ มีข้อตกลงใดบ้างที่ทรัมป์ต้องการปิดดีลและพร้อมแล้วในทางปฏิบัติ เพราะตามความเป็นจริงแล้วยังมีข้อตกลงอีกหลายฉบับที่ต้องรอระยะเวลา เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนกว่านี้ ทางด้านจีนยังไม่มีการยืนยันว่า สี จิ้นผิง จะตอบรับคำเชิญเยือนสหรัฐฯ หรือไม่ ขณะที่ การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติมีกำหนดการจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนก.ย. ที่นครนิวยอร์ก […]

เฟดเสียงแตก คงดอกเบี้ยตามนัด 3.50-3.75% ด้าน ‘พาวเวลล์’ ส่งสัญญาณนั่งบอร์ดเฟดต่อ

เฟดเสียงแตก คงดอกเบี้ยตามนัด 3.50-3.75% ด้าน ‘พาวเวลล์’ ส่งสัญญาณนั่งบอร์ดเฟดต่อ

ที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ 8 ต่อ 4 เสียง คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงยืดเยื้อจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน ผลการลงมติของ FOMC แตกออกเป็น 8 ต่อ 4 เสียง ซึ่งเป็นการประชุมที่คณะกรรมการเสียงแตกมากที่สุดในรอบ 34 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 1992 โดยกรรมการ 4 คนดังกล่าว ได้แก่ สตีเฟน มิแรน ผู้ว่าการเฟด เสนอให้ลดดอกเบี้ยลง 0.25% ด้านเบธ แฮมแมค ประธานเฟด สาขาคลีฟแลนด์, นีล แคชคารี ประธานเฟด สาขามินนีแอโพลิส และลอรี โลแกน ประธานเฟด สาขาดัลลัส สนับสนุนให้คงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้ แต่ไม่เห็นด้วยกับระบุถึงการส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายไว้ในแถลงการณ์ ด้านเจอโรม พาวเวลล์ […]

เรย์ ดาลิโอ แนะว่าที่ปธ.เฟด ยังไม่ควรลดดอกเบี้ย ขณะศก.เข้าสู่ Stagflation

เรย์ ดาลิโอ แนะว่าที่ปธ.เฟด ยังไม่ควรลดดอกเบี้ย ขณะศก.เข้าสู่ Stagflation

เรย์ ดาลิโอ มหาเศรษฐีนักลงทุนและผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates ออกโรงเตือนว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้เข้าสู่ภาวะ Stagflation หรือสภาวะที่เงินเฟ้อพุ่งสูง ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างชัดเจน พร้อมย้ำว่า หาก เควิน วอร์ช ว่าที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ย จะถือเป็นความผิดพลาด ดาลิโอ วิเคราะห์ว่า แรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อควบคู่ไปกับการเติบโตที่ถดถอย เป็นสถานการณ์ที่บีบให้ผู้ดำเนินนโยบายต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุด โดยให้สัมภาษณ์ในรายการ “Money Movers” ของ CNBC ว่า “เราอยู่ในภาวะ Stagflation อย่างแน่นอน เนื่องจากปัญหาเงินเฟ้อระยะสั้นในปัจจุบันยังพุ่งสูงและอยู่ห่างจากตัวเลขเป้าหมายของเฟดมาก” นอกจากนี้ ดาลิโอยังแสดงความกังวลว่า หาก เควิน วอร์ช ที่จะเข้ารับตำแหน่งต่อจากเจอโรม พาวเวลล์ ในช่วงกลางเดือนพ.ค. นี้ เลือกที่จะลดดอกเบี้ยทันที อาจส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของธนาคารกลางในช่วงจุดเปลี่ยนสำคัญ “ตอนนี้ไม่ใช่เวลาลดดอกเบี้ย เพราะหากฝืนทำ เฟดจะสูญเสียความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่ยังไม่มีใครกล้าปรับลดดอกเบี้ยเลย […]

สหรัฐฯ ส่งสัญญาณจบสงครามอิหร่าน เลื่อนเปิดฮอร์มุซออกไปก่อน

สหรัฐฯ ส่งสัญญาณจบสงครามอิหร่าน เลื่อนเปิดฮอร์มุซออกไปก่อน

สื่อต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แจ้งต่อผู้ช่วย ส่งสัญญาณยินดียุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน โดยอาจเลื่อนภารกิจเปิดช่องแคบฮอร์มุซออกไปในภายหลัง The Wall Street Journal รายงานประเด็นนี้อ้างแหล่งข่าววงในจากทำเนียบขาว ระบุว่า ทางเลือกหลักของทรัมป์ยังคงเป็นการเจรจายุติสงครามกับอิหร่าน เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ ทางเลือกที่สอง คือ ให้พันธมิตร โดยเฉพาะประเทศอ่าวอาหรับและองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) เป็นผู้นำปฏิบัติการเปิดเส้นทางดังกล่าว ส่วนทางเลือกปฏิบัติการทางทหาร ทรัมป์จะยังคงเก็บไว้พิจารณา แต่ยังไม่ใช่เป้าหมายอันดับแรกที่เร่งด่วนในขณะนี้ ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ประเมินว่า หากใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ อาจใช้เวลาประมาณ 4–6 สัปดาห์ ในวันเดียวกันก่อนหน้านี้ เบนจามิน เนทันยาฮู เสนอทางออกระยะยาวโดยไม่ใช้กำลังทหาร นั่นคือ การเปลี่ยนเส้นทางท่อส่งพลังงานของประเทศอ่าวอาหรับไปยังทะเลแดงและทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแทน เพื่อลดการพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซ ด้านสำนักข่าว Associated Press รายงานว่า กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับเรียกร้องให้ทรัมป์เดินหน้าโจมตีอิหร่านต่อไปจนกว่าภัยคุกคามจะถูกกำจัดให้หมดไป  โดยมองว่า อิหร่านยังไม่ได้อ่อนแอลงมากพอ แม้การโจมตีจะดำเนินมาเกือบหนึ่งเดือนแล้วก็ตาม และเห็นว่านี่เป็นโอกาสสำคัญในการลดทอนอำนาจของอิหร่าน ก่อนหน้านี้ สื่อต่างประเทศหลายสำนัก รายงานว่า […]

ทำเนียบขาวคอนเฟิร์ม! ‘ทรัมป์’ เยือนจีนพ.ค. นี้ หลังสงครามอิหร่านทำเลื่อน

ทำเนียบขาวคอนเฟิร์ม! ‘ทรัมป์’ เยือนจีนพ.ค. นี้ หลังสงครามอิหร่านทำเลื่อน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เตรียมร่วมการประชุมสุดยอดที่กรุงปักกิ่ง ในวันที่ 14-15 พ.ค. ซึ่งเลื่อนออกไปจากกำหนดเดิม เนื่องจากสถานการณ์ในอิหร่าน แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ยืนยันกำหนดการใหม่ พร้อมระบุว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มีแผนจะเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันในปีนี้ด้วย เดิมทีทรัมป์มีกำหนดการเยือนจีนในวันที่ 31 มี.ค.นี้ แต่ตัดสินใจเลื่อนการประชุมออกไปเพื่อติดตามสถานการณ์สงครามกับอิหร่าน ซึ่งสร้างความตึงเครียดรอบใหม่ต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน แม้ทั้งสองฝ่ายจะพยายามประคับประคองประเด็นค้างคาจากข้อตกลงสงบศึกทางการค้าเมื่อปีที่ผ่านมา รวมถึงความขัดแย้งเรื่องไต้หวันก็ตาม ทั้งนี้ อิหร่านถือเป็นคู่ค้าหลักของจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก เลวิตต์ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ คาดการณ์กรอบเวลาของความขัดแย้งไว้ที่ประมาณ 4-6 สัปดาห์ เมื่อถูกถามว่ากำหนดการใหม่นี้เป็นสัญญาณว่าทรัมป์ต้องการยุติสงครามภายในช่วงเวลาดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งเธอเลี่ยงที่จะตอบคำถามว่าการยุติสงครามเป็นเงื่อนไขก่อนที่การเริ่มเจรจารอบใหม่จะเริ่มต้นหรือไม่ “มีการหารือเรื่องการปรับเปลี่ยนตารางเวลาการประชุมระหว่างประธานาธิบดีทั้งสอง ซึ่งประธานาธิบดีสีเข้าใจดีว่าการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องอยู่ที่นี่ในช่วงการปฏิบัติการทางทหารเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ท่านเข้าใจคำขอเลื่อนการประชุมและตอบรับด้วยดี จึงเป็นที่มาของกำหนดการใหม่ในครั้งนี้” เลวิตต์กล่าว แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จะพยายามลดกระแสเชิงลบจากการเลื่อนประชุม โดยยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทางการค้าหรือความสัมพันธ์ระหว่างจีนและอิหร่าน แต่การเลื่อนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบต่อแผนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจและการต่างประเทศของทรัมป์อย่างมาก โดยก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยเตือนว่าอาจเลื่อนการประชุมหากจีนไม่ให้คำมั่นที่จะช่วยดูแลความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญ ที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ที่มา: Bloomberg, สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

ภาษีทรัมป์พลิกเกม สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าจีนต่ำสุดในรอบ 20 ปี

ภาษีทรัมป์พลิกเกม สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าจีนต่ำสุดในรอบ 20 ปี

สหรัฐฯ ขาดดุลกับจีนปี 2025 ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 20 ปี ขณะเดียวกัน การขาดดุลกับเม็กซิโกและเวียดนามกลับขยายตัวแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังมาตรการภาษีนำเข้าของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการค้าโลก ตัวเลขการขาดดุลกับจีน อยู่ที่ราว 202,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 ขณะเดียวกัน ยอดเกินดุลการค้าของแคนาดากับสหรัฐฯ ลดลงเช่นกัน เนื่องจากความปั่นป่วนด้านการขนส่ง แม้จะทำข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA) ตั้งแต่สมัยแรกที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งก็ตาม ขณะที่ ไต้หวันมียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าในปีที่ผ่านมา จากการนำเข้าเซมิคอนดักเตอร์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่พุ่งสูงขึ้น ส่วนใหญ่เพื่อรองรับกระแสการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)  โดยผู้ส่งออกจากไต้หวันได้รับประโยชน์จากการยกเว้นภาษีศุลกากร ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง ทรัมป์ใช้มาตรการภาษีนำเข้าเป็นเครื่องมือหลัก เพื่อลดการพึ่งพาสินค้านำเข้าต่างประเทศ กระตุ้นการลงทุนภายในประเทศ และแก้ไขปัญหาการจ้างงานภาคการผลิตที่ลดลงต่อเนื่องมานานหลายทศวรรษ ปัจจุบัน อัตราภาษีนำเข้าที่แท้จริงต่อสินค้านำเข้าของสหรัฐฯ อยู่ที่ 13.6% ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1940 (ไม่นับช่วงหลังปี 2025) ตามข้อมูลของ Bloomberg Economics ขณะเดียวกัน ดุลการค้าเกินดุลของจีนกับสหรัฐฯ ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง […]

ขุนคลังสหรัฐฯ มองแรงเก็งกำไรจีนทำทองคำปั่นป่วน คาดเฟดยังไม่เร่งลดงบดุล

ขุนคลังสหรัฐฯ มองแรงเก็งกำไรจีนทำทองคำปั่นป่วน คาดเฟดยังไม่เร่งลดงบดุล

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า นักลงทุนในจีนเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สร้างความผันผวนอย่างรุนแรงต่อตลาดทองคำในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ยังคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะไม่เร่งลดขนาดงบดุลในเร็วๆ นี้ แม้เควิน วอร์ช ซึ่งได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟด จะขึ้นมาเป็นผู้นำก็ตาม เบสเซนต์ ให้สัมภาษณ์ในรายการ Sunday Morning Futures ของสำนักข่าว Fox News และตอบคำถามเกี่ยวกับราคาโลหะมีค่าที่พุ่งขึ้นทำสถิติใหม่จากแรงซื้อเพื่อเก็งกำไร ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก่อนที่ราคาจะกลับทิศอย่างฉับพลันในสัปดาห์ที่ผ่านมา ความผันผวนดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเป็นสัปดาห์แรกนับตั้งแต่ต้นเดือนม.ค. ปีนี้ ขณะที่ ดัชนีดาวโจนส์พุ่งทะลุระดับ 50,000 จุดเป็นครั้งแรก สะท้อนมุมมองเชิงบวกของนักลงทุนต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และผลประกอบการภาคธุรกิจ เบสเซนต์ ระบุว่า การทำสถิติสูงสุดใหม่ของดัชนีดาวโจนส์บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังก้าวเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อประชาชนทั่วไป ขณะที่การเลือกตั้งกลางเทอมกำลังจะเกิดขึ้นในเดือนพ.ย. ปีนี้ ส่วนประเด็นเกี่ยวกับนโยบายของเฟดนั้น รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ คาดว่าเฟดจะดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวังในการลดขนาดงบดุล และไม่น่าจะรีบดำเนินการ เฟดได้เปลี่ยนมาใช้นโยบายที่มุ่งรักษาปริมาณเงินสำรองของธนาคารพาณิชย์ในระบบไว้ในระดับที่มากพอ ซึ่งจำเป็นต้องมีงบดุลขนาดใหญ่ เฟดจึงน่าจะรอดูสถานการณ์ […]

แบงก์ชาติทั่วโลก ผนึกกำลังหนุนพาวเวลล์ หลังทรัมป์กดดันเฟดหนัก เสี่ยงบ่อนทำลายนโยบายการเงิน

แบงก์ชาติทั่วโลก ผนึกกำลังหนุนพาวเวลล์ หลังทรัมป์กดดันเฟดหนัก เสี่ยงบ่อนทำลายนโยบายการเงิน

ผู้ว่าการธนาคารกลางจากหลายประเทศทั่วโลก ออกมาแสดงการสนับสนุนอย่างพร้อมเพรียงต่อเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนปัจจุบัน หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่มระดับแรงกดดันต่อเฟดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้น เพื่อตอบโต้ความเสี่ยงที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ อาจตั้งข้อหาทางอาญาต่อหน่วยงานกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐฯ โดยผู้ว่าการธนาคารกลางรายสำคัญ อาทิ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ธนาคารกลางอังกฤษ และธนาคารกลางแคนาดา ระบุว่า พวกเขายืนหยัดเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวอย่างเต็มที่กับเฟดและพาวเวลล์ ด้านพาวเวลล์เองก็แสดงท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ พยายามแย่งชิงการควบคุมนโยบายการเงิน หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ วิพากษ์วิจารณ์มาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาว่า อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงเกินไป บรรดาผู้ว่าการธนาคารกลาง ระบุในแถลงการณ์ร่วมว่า “ความเป็นอิสระของธนาคารกลาง คือ รากฐานสำคัญของเสถียรภาพด้านราคา การเงิน และเศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์ของประชาชนที่เรารับใช้  ดังนั้น การปกป้องความเป็นอิสระดังกล่าวจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยต้องเคารพหลักนิติธรรมและความรับผิดชอบตามระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มที่” การออกแถลงการณ์ประสานเสียงครั้งนี้ สะท้อนความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่า ความเป็นอิสระทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก กำลังถูกบั่นทอนอย่างชัดเจน โดยปกติแล้ว การแสดงจุดยืนร่วมลักษณะนี้ มักเกิดขึ้นในภาวะวิกฤตระดับโลก เช่น […]

กองทุนหุ้นสหรัฐฯ ปิดปี 2025 แข็งแกร่ง ขานรับผลตอบแทนสดใส รับแรงหนุน AI

กองทุนหุ้นสหรัฐฯ ปิดปี 2025 แข็งแกร่ง ขานรับผลตอบแทนสดใส รับแรงหนุน AI

กองทุนหุ้นสหรัฐฯ ดึงดูดกระแสเงินลงทุนไหลเข้าอย่างแข็งแกร่ง เป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. หลังนักลงทุนขานรับผลตอบแทนรายปีที่แข็งแกร่ง จากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้น ซึ่งขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และปิดท้ายปี 2025 ด้วยมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ข้อมูลจาก LSEG Lipper ระบุว่า กองทุนหุ้นสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิราว 1.689 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์ดังกล่าว ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่มีเงินลงทุนสุทธิประมาณ 1.83 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในปีที่ผ่านมา ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 16.39% ดัชนีแนสแดคเพิ่มขึ้น 20.36% และดัชนีดาวโจนส์ขยับขึ้น 12.97% ส่งผลให้ดัชนีหลักทั้ง 3 ปิดบวกเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ข้อมูลของ LSEG ซึ่งครอบคลุมบริษัทสหรัฐฯ ขนาดใหญ่และขนาดกลาง 2,784 แห่ง ระบุว่า นักวิเคราะห์คาดว่ากำไรของบริษัทเหล่านี้จะเติบโตประมาณ 15.13% […]