กระแสบิตคอยน์บูมเป็นตัวเร่งการใช้เงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง

กระแสบิตคอยน์บูมเป็นตัวเร่งการใช้เงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง

สำนักข่าวรอยเตอร์ส เสนอรายงานว่า การที่สกุลเงินดิจิทัลเริ่มอยู่ในกระแสหลักมากขึ้น สร้างแรงกดดันเพิ่มขึ้นให้ธนาคารกลางขนาดใหญ่ทั่วโลกต้องเร่งเคลื่อนย้ายตัวเองออกเงินดิจิทัลและป้องกันภัยคุกคามจากเอกชนที่มีต่อเงินดั้งเดิม ทั้งนี้ สกุลเงินดิจิทัลใหญ่ที่สุด ได้แก่ บิตคอยน์ เริ่มเป็นตัวแปรเปลี่ยนแนวโน้มทางการเงินมากขึ้น เมื่อนักลงทุนรายใหญ่ บริษัท แม้กระทั่งเมืองต่างๆ เข้ามาร่วมวงในสกุลเงินนี้ เช่น เทสลา ที่ลงทุน 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในบิตคอยน์  ผลักดันให้ราคาบิตคอยน์ขยับขึ้นไปสู่ระดับสูงที่สุด 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 1 บิตคอยน์ ส่วนเดียม สกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับการสนับสนุนจากเฟซบุ๊ก หรือที่มีชื่อเดิมวาลิบรา ก็มีเป้าหมายเปิดตัวในปีนี้ ขณะที่ ธนาคารกลางจากกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก 7 ประเทศ (จี 7) มีการกำหนดร่วมกันไว้เมื่อเดือน ต.ค. 2020 ว่าสกุลเงินดิจิทัลจะทำงานอย่างไร แต่กระบวนการมีความคืบหน้าล่าช้า และในการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของกลุ่มจี 7 สัปดาห์ก่อน ก็ไม่ได้มีการพูดคุยกันถึงเทคโนโลยีเงินดิจิทัลแต่อย่างใด สำหรับ ธนาคารกลางต่างๆ เริ่มมีแนวคิดเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง หรือที่เรียกว่า ซีบีดีซี ซึ่งนิยามก็เหมือนกับธนบัตรหรือเหรียญ ที่ผู้ถือครองเรียกร้องโดยตรงจากธนาคารกลางได้ […]

บิตคอยน์ทำสถิติพุ่งเหนือ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นครั้งแรก

บิตคอยน์ทำสถิติพุ่งเหนือ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นครั้งแรก

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า บิตคอยน์ ทำราคาทะลุระดับ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เมื่อวันพุธที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมา หลังจากมีผู้ที่ชื่นชอบคริปโตเคอเรนซี ประเมินว่าความต้องการจะสูงขึ้นจากกลุ่มนักลงทุนสถาบัน สำหรับราคาบิตคอยน์เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมา ซื้อขายกันในระดับ 20,600 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 5.6% เมื่อเทียบกับราคาที่เคยสูงสุดในรอบก่อน ตามข้อมูลตลาดของคอยน์ เมทริกซ์ และถ้าดูราคาเฉพาะในปีนี้ จะพบว่า ปรับขึ้นมาแล้วมากกกว่า 180% เมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อน บิตคอยน์ได้รับความสนใจอย่างมากในปีนี้ โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า มีนักลงทุนรายใหญ่ เช่น Paul Tudor Jones และ Stanley Druckenmiller เป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก เพราะคนเหล่านี้เคลื่อนย้ายสินทรัพย์ของตัวเองมาอยู่ในคริปโตเคอเรนซี ขณะที่บริษัทเทคโนโลยี เช่น Square และ MicroStrategy ใช้งบดุลของตัวเองมาซื้อบิตคอยน์ “นี่เป็นผลกระทบแบบโดมิโน เมื่อผู้จัดการสินทรัพย์ย้ายพอร์ตการลงทุนของตัวเองมาสู่บิตคอยน์” […]

CBDC สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง อีกนวัตกรรมการเงินที่ต้องจับตา

CBDC สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง อีกนวัตกรรมการเงินที่ต้องจับตา

โดย…เต็มเดือน พัฒจันจุน กองทุนบัวหลวง การเกิดขึ้นของคริปโตเคอเรนซี (Cryptocurrency) และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เทคโนโลยีแบบกระจายศูนย์ (Distributed Ledger Technology: DLT) หรือที่รู้จักในนามบล็อกเชน (Blockchain) เข้ามาปฏิวัติวงการการเงินที่กำลังปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล โดยท่านผู้อ่านอาจจะรู้จักกับ Cryptocurrency กันบ้างแล้ว เช่น บิทคอยน์ (Bitcoin) ซึ่งเป็น Decentralized Cryptocurrency ที่ไม่มีผู้ออกที่ชัดเจน แต่มีกลไกให้ทุกคนมีโอกาสเข้าเป็นส่วนหนึ่งในการรับรองความถูกต้องของธุรกรรม หรือลิบรา (Libra) ที่เป็น Private-entity Issued Cryptocurrency มีภาคเอกชนเป็นผู้ออก ในคอลัมน์นี้ เราจะมาทำความรู้จักกับสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (Central Bank Digital Currency: CBDC) ซึ่งอาจเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญที่ผลักดันให้เกิด Cashless Society อย่างเต็มรูปแบบในอนาคต ท่ามกลางปัจจัยเร่งจากโควิด-19 ที่หนุนระบบการชำระเงินแบบ Contactless Central Bank Digital […]

ญี่ปุ่นเดินหน้าพัฒนาระบบคล้าย SWIFT สำหรับคริปโตเคอเรนซี

ญี่ปุ่นเดินหน้าพัฒนาระบบคล้าย SWIFT สำหรับคริปโตเคอเรนซี

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นเป็นผู้นำของโลกผลักดันให้มีการจัดตั้งเครือข่ายระหว่างประเทศสำหรับระบบชำระเงินคริปโตเคอเรนซีซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเครือข่าย SWIFT ที่ธนาคารใช้กันอยู่ โดยมีความมุ่งหวังเพื่อต่อสู้กับการฟอกเงิน แหล่งข่าว กล่าวว่า ญี่ปุ่นตั้งเป้าหมายจะทำเครือข่ายนี้ใช้งานให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แต่ปฏิเสธที่จะระบุข้อมูลมากกว่านี้ เพราะข้อมูลต่างๆ ยังไม่เปิดเผยให้สาธารณชนรับทราบ อย่างไรก็ตาม ทีมงานที่ทำนี้จะอยู่ในส่วนของคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการเงินระหว่างรัฐบาล (FATF) โดยจะจับตาพัฒนาของคริปโต และญี่ปุ่นจะทำงานร่วมกับประเทศอื่นๆ แม้จะยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า เครือข่ายคริปโตเคอเรนซีจะเป็นสิ่งที่ทำงานได้ดี ขณะที่ SWIFT เป็นระบบชำระเงินระหว่างประเทศ ที่ใช้สื่อสารกันระหว่างธนาคารเพื่อส่งเงินทั่วโลก แต่ญี่ปุ่นก็เดินหน้าแล้ว โดยคณะทำงาน FATF ได้อนุมัติแผนเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อสร้างเครือข่ายใหม่  เป็นไปตามความมุ่งหมายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และหน่วยงานกำกับบริการทางการเงินของญี่ปุ่น ทั้งนี้ ญี่ปุ่นต้องการผลักดันเพื่อให้แน่ใจในความปลอดภัยของสกุลเงินเสมือนจริงนี้ โดยหวังว่าจะทำให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค) มีส่วนขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจเติบโต โดยที่ผ่านมาญี่ปุ่นก็เป็นประเทศแรกในโลกที่กำกับตลาดซื้อขายคริปโตเคอเรนซี ด้วยมาตรการระดับชาติ เมื่อปี 2017  

สภาเศรษฐกิจโลกชี้คนอเมริกันรายได้สูงไม่ค่อยลงทุนคริปโตเคอเรนซี

สภาเศรษฐกิจโลกชี้คนอเมริกันรายได้สูงไม่ค่อยลงทุนคริปโตเคอเรนซี

รายงานของสภาเศรษฐกิจโลก ชี้ว่า จากการสำรวจของ Gem แอปพลิเคชันเกี่ยวกับ คริปโตเคอเรนซี และบริษัทวิเคราะห์วิจัย Harris Insights สะท้อนว่า 8% ของคนอเมริกันเท่านั้นที่ลงทุนในคริปโตเคอเรนซี เช่น บิทคอยน์ อีเธอเรียม และไลท์คอยน์ โดยการสำรวจครอบคลุมผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่า 2,000 คน นอกจากนี้ยังพบว่า 41% ของกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามนั้น ระบุว่า พวกเขาไม่ได้รู้สึกว่ามีแรงกระตุ้นใดๆ ที่จะทำให้เข้าไปลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเลย ทั้งนี้ การสำรวจมีขึ้นระหว่างปีในช่วงที่มูลค่าของคริปโตเคอเรนซี ซึ่งรวมทั้งบิทคอยน์ ร่วงลงจากที่เคยทำสถิติสูงสุด 20,000 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อเดือน ธ.ค. 2017 ขณะที่ข้อมูลเมื่อวันที่ 22 ส.ค. พบว่า ราคาบิทคอยน์ยืนอยู่ที่ระดับ 6,300 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น โดยสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2017 เรื่องคริปโตเคอเรนซี ก็คือ ความกังวลว่าจะกำกับบิทคอยน์และสิ่งที่เรียกว่าสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ อย่างไร ซึ่งปัจจุบันในสหรัฐ หน่วยงานกำกับก็ได้พยายามจะกำกับคริปโตเคอเรนซี ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ หมายความว่าคริปโตเคอเรนซีตกอยู่ในสถานะที่ไม่แน่นอนแล้ว […]

เทคโนโลยีบล็อคเชน อัศวินผู้ที่จะมาเปลี่ยนโลก

เทคโนโลยีบล็อคเชน อัศวินผู้ที่จะมาเปลี่ยนโลก

By…จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์ บล็อคเชน (Blockchain) เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีมาแรง ได้รับการขนานนามว่า จะมาเปลี่ยนโลกได้ แต่หลายคนอาจเคยรู้จักบล็อคเชนเฉพาะในมุมของการเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในเงินสกุลดิจิทัล หรือ cryptocurrency  ซึ่งจริงๆ แล้ว นั่นเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งที่เผยตัวอย่างขีดความสามารถของบล็อคเชนให้คนได้รู้จักเท่านั้น ใครที่ยังไม่เข้าใจบล็อคเชน ขออธิบายง่ายๆ ว่า บล็อคเชนเป็นรูปแบบการจัดเก็บข้อมูลแบบหนึ่งของระบบที่ไม่มีศูนย์กลางแต่เชื่อถือได้และยากแก่การปลอมแปลง โดยจะให้ทุกคนในเครือข่ายที่ทำหน้าที่จัดเก็บถือเอกสารข้อมูลชุดเดียวกัน เมื่อมีการอัพเดทข้อมูลก็จะอัพเดทด้วยกันทั้งหมด จึงทำให้มั่นใจได้ว่าเอกสารเหล่านั้นจะเชื่อถือได้ ไม่มีการปลอมแปลง จากข้อดีนี้เอง ทำให้ธุรกิจต่างๆ สนใจนำบล็อคเชนไปใช้ คำถามต่อมา คือ บล็อคเชนจะไปรวมตัวกับเทคโนโลยีอื่น แล้วสร้างปรากฎการณ์อะไรได้อีกหรือไม่ เรื่องนี้  ภูมิ ภูมิรัตน ที่ปรึกษาอาวุโส บริษัท G-Able เปิดเผยในหัวข้อ Blockchain’s Future (2018 and Beyond) ภายในงาน ‘Startup Thailand 2018’ ครั้งล่าสุดว่า จุดเด่นของบล็อคเชน คือ มาทดแทนกระบวนการเดิมที่ต้องใช้กระดาษไปสู่การเก็บข้อมูลแบบไร้กระดาษ หากทำอย่างถูกต้อง บล็อคเชนก็เป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือกว่ากระดาษ ปัจจุบัน […]

‘ทรัมป์’ สั่งห้ามชาวอเมริกันซื้อเงินดิจิทัล Petro ของเวเนซูเอล่า

‘ทรัมป์’ สั่งห้ามชาวอเมริกันซื้อเงินดิจิทัล Petro ของเวเนซูเอล่า

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯออกคำสั่งห้ามบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลสัญชาติสหรัฐฯซื้อสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยรัฐบาลเวเนซูเอล่า โดยคำสั่งดังกล่าวอยู่ภายใต้แคมเปญสร้างแรงกดดันแก่ประธานาธิบดี Nicolas Maduro ทรัมป์ออกคำสั่งกำหนดห้ามไม่ให้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลสหรัฐฯทำธุรกรรมที่ใช้เงิน ‘Petro’ ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยรัฐบาลเวเนซูเอล่า จากการอาศัยสินทรัพย์ในอุตสาหกรรมน้ำมันเป็นทุนสำรองการออกสกุลเงินดังกล่าว ทั้งนี้ประธานาธิบดี Maduro แห่งเวเนซูเอล่าออกสกุลเงินดังกล่าวเพื่อปกป้องเศรษฐกิจที่กำลังตกต่ำ หลังแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อ ในปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 13,000%

การควบคุมเงินคริปโตระหว่างประเทศเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้

การควบคุมเงินคริปโตระหว่างประเทศเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้

กองทุนการเงินระหว่างประเทศได้ออกมาเตือนว่า การควบคุมการทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินคริปโตในระดับระหว่างประเทศเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ นางคริสติน ลาการ์ด กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศเปิดเผยกับ CNNว่า ทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศได้กำลังพยายามป้องกันไม่ให้มีการใช้เงินคริปโตในการฟอกเงิน หรือใช้ในด้านการก่ออาชญากรรม หรือการก่อการร้าย ลาการ์ดบอกว่า การออกกฎเกณฑ์เพื่อที่จะควบคุมเงินคริปโตเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ โดยจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับนานาประเทศ รวมทั้งมีระบบการตรวจสอบที่ถูกต้อง รัฐมนตรีการคลัง และผู้ว่าการธนาคารกลางของฝรั่งเศสและเยอรมันได้เสนอให้มีการถกประเด็นเรื่องการควบคุมเงินคริปโตในเวทีที่ประชุมของกลุ่มG-20ในระหว่างวันที่19-20 มีนาคมนี้ที่กรุงบัวโนส แอเรส ประเทศอาร์เจนติน่า โดยได้ทำหนังสือถึงสมาชิกคนอื่นๆว่ามีความจำเป็นที่จะต้องควบคุมเงินคริปโต และเตือนถึงความเสี่ยงของเงินคริปโตต่อนักลงทุน เงินคริปโตใช้เทคโนโลยี่บล็อคเชนเพื่อที่จะรักษาความปลอดภัย และรักษาความลับของเจ้าของเมื่อมีการใช้ระบบอย่างถูกต้อง แต่เรื่องนี้กลับสร้างความกังวลใจสำหรับรัฐบาลทั่วโลก เพราะเกรงกลัวว่าจะมีพวกอาชญากรหรือก่อการร้ายใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี่เพื่อเลี่ยงกฎหมาย

เงินดิจิทัลเสี่ยงสิ้นค่า อาจเหลือรอดไม่กี่สกุล 

เงินดิจิทัลเสี่ยงสิ้นค่า อาจเหลือรอดไม่กี่สกุล 

สกุลเงินดิจิทัลที่ร่วงลงแรงส่งผลให้มูลค่าตลาด (market value) หายไปเกือบ 5 แสนล้านดอลลาร์ในช่วงเดือนที่ผ่านมา และสถานการณ์อาจจะยิ่งแย่ลงกว่านี้ก็เป็นได้ หัวหน้าฝ่ายวิจัยด้านการลงทุนที่โกลด์แมนแซคส์ (Goldman Sachs Group) กล่าว สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Steve Strongin หัวหน้าฝ่ายวิจัยด้านการลงทุนที่โกลด์แมนแซคส์ระบุว่า สกุลเงินดิจิทัลส่วนใหญ่จะไม่สามารถอยู่รอดได้ในรูปแบบที่เป็นอยู่นี้ และนักลงทุนควรเตรียมตัวรับมือการสิ้นค่าของสกุลเงินเหล่านั้น เพราะในอนาคตจะถูกสกุลเงินดิจิทัลใหม่ๆที่เป็นคู่แข่งเข้ามาแทนที่ และในอนาคตจะเหลือเพียงไม่กี่สกุลเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ประมาณการระยะเวลาของการเสื่อมค่าลงของสกุลเงินที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่เตือนว่าราคาที่ผันผวนรุนแรงเป็นสองเท่าก็พอที่จะบ่งชี้ได้ว่าแต่ละสกุลเงินคงไม่สามารถที่จะไปถึงเป้าหมายพร้อมกัน คงมีเพียงบางสกุลที่ชนะและอยู่รอดในตลาดนี้ “การปรับฐานของราคาสกุลเงินดิจิทัลทำให้ผมกังวล เนื่องจากสกุลเงินเหล่านั้นไม่มีมูลค่าโดยตัวมันเอง สกุลเงินต่างๆที่ไม่สามารถแข่งขันก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีมูลค่าเป็นศูนย์” Strongin กล่าว เงินดิจิทัลในขณะนี้ขาดกำลังที่จะอยู่รอดได้ในระยะยาว เนื่องจากการทำธุรกรรมที่ใช้เวลานาน ความท้าทายต่างๆเกี่ยวกับความปลอดภัย และมีต้นทุนในการดูแลสูง ขณะที่การเปิดการซื้อขายบิทคอยน์ในตลาดล่วงหน้าไม่ได้ช่วยแก้ความกังวลเหล่านั้นได้

บิทคอยน์ร่วงต่อเนื่อง ต่ำสุดนับตั้งแต่พฤศจิกายนที่ผ่านมา

บิทคอยน์ร่วงต่อเนื่อง ต่ำสุดนับตั้งแต่พฤศจิกายนที่ผ่านมา

รายงานข่าวจาก CNBC ระบุว่า บิทคอยน์ ปรับตัวลดลงต่ำกว่า $7000 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (5 ก.พ.) ซึ่งต่ำสุดในรอบมากกว่า 2 เดือน อ้างอิงจากดัชนีราคาบิทคอยน์ของ CoinDesk ระบุว่าเงินสกุลดิจิทัล (digital currency) ร่วงลงต่ำ มาอยู่ที่ $6,197.98 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน 2017 การปรับตัวลดลงในวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้บิทคอยน์ร่วงต่ำกว่า 55% ในปีนี้เป็นที่เรียบร้อย ขณะที่ปัจจัยกดดันยังคงหนีไม่พ้นเรื่องความกังวลเกี่ยวกับมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประกอบกับการโจรกรรมเงินดิจิทัลสกุลหลักที่เกิดขึ้นมีผลต่อการปรับเปลี่ยนของราคาเงินดิจิทัลสกุลหลัก