มุมมองและกลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหุ้นไทย

มุมมองและกลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหุ้นไทย

ประเด็นเด่น ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงจะยังคงได้รับแรงหนุนจากสภาพคล่องในระบบ ตลาดหุ้นไทย Upside ในช่วงสั้นอาจจะไม่ได้ขึ้นแรง แต่ Downside เองก็มีจำกัดเช่นกัน นับตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนส.ค. 2563 มียอดเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ใหม่รวมกัน 3 แสนกว่าบัญชี จำนวนเงินฝากเพิ่มขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญ (ส.ค. 2563 = 14.39 ล้านล้านบาท)

กองทุนรวมหุ้นที่จ่ายปันผล

กองทุนรวมหุ้นที่จ่ายปันผล

กองทุนเปิดบัวแก้วปันผล (BKD) กองทุนเปิดบัวหลวงร่วมทุน (BCAP) กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 (BBASIC)

กองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทย (จ่ายปันผล)

กองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทย (จ่ายปันผล)

กองทุนเปิดบัวแก้วปันผล (BKD) กองทุนเปิดบัวหลวงร่วมทุน (BCAP) กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 (BBASIC) BBLAM’s 2020 INVESTMENT THEMES  “เครือข่ายครอบคลุมสร้างความแข็งแกร่ง บรรษัทแข็งแรงสร้างความยั่งยืน” ตลาดหุ้นทั่วโลกมีความผันผวนสูงในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยหลังจากการปรับตัวลงแรงในเดือนมีนาคม ตลาดก็สามารถปรับตัวฟื้นขึ้นมาได้จากระดับต่ำสุดมากกว่า 20% ในเดือนเมษายน จากการที่เหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น ได้รับการรับมือที่เข้มข้นมากขึ้นจากประเทศต่างๆ ผ่านมาตรการของภาครัฐในภาคสาธารณสุขและการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งการช่วยเหลือภาคธุรกิจ และการสร้างความเชื่อมั่นในตลาดการเงิน เพื่อรักษาสภาพคล่องและกลไกตลาดให้ยังทำงานเป็นปกติได้ บรรยากาศการลงทุนในเดือนเมษายนนี้จึงเป็นไปในทิศทางเชิงบวก โดยถึงแม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่มีประกาศออกมาจะเป็นไปในเชิงลบ แต่ก็เป็นสิ่งที่ตลาดคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว นักลงทุนจึงหันมาให้น้ำหนักกับพัฒนาการที่ดีขึ้นเป็นลำดับของการแพร่ระบาดในประเทศต่างๆ ความหวังของการพัฒนายาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการกลับมาคลายล็อคดาวน์หลังจากที่สถานการณ์นั้นดีขึ้น ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วมากขึ้น ด้านตลาดน้ำมันนั้น นอกจากจะถูกกดดันจากความไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทานอันทำให้ราคาน้ำมันตกต่ำแล้ว ยังลามไปจนเกิดภาวะติดลบครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยเป็นสาเหตุเพิ่มเติมจากภาวะขาดแคลนพื้นที่จัดเก็บ และสภาพคล่องที่น้อยในตลาดซื้อขายล่วงหน้า ในช่วงที่สัญญาใกล้หมดอายุ อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันก็ค่อยๆกลับมาสู่ภาวะปกติมากขึ้น ด้านตลาดหุ้นไทยในเดือนเมษายน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 175.8 จุด สู่ระดับ 1,301.66 […]

กองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นไทย

กองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นไทย

ตลาดหุ้นไทย เริ่มส่งสัญญาณลบอีกครั้ง ปัญหาราคาน้ำมันที่ถูกกดดัน ทั้งอุปสงค์ที่ลดลงจากไวรัส COVID-19 รวมทั้งการประชุมระหว่างรัสเซีย กับ OPEC+ ที่ตกลงกันไม่ได้ ปัจจัยรุมเร้าต่างๆ ที่เข้ามาพร้อมกัน กดดันดัชนีลงแรงมาก จนน่าจะสะท้อนผลลบไปในระดับหนึ่งแล้ว แม้มีปัจจัยรุมเร้า แต่ก็มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แนะนำทยอยลงทุนในกองทุนรวมหุ้น ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นที่จ่ายปันผลสูง เช่น กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) และกองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BSIRIRMF) และกองทุนที่ไม่ได้รับผลกระทบจากประเด็นราคาน้ำมันที่ผันผวน  รวมถึงได้รับประโยชน์จากภาวะดอกเบี้ยขาลง เช่น กองทุนเปิดบัวหลวงธนคม (BTK) หรือได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า เช่น กองทุนตระกูลปัจจัย 4 เช่น กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 (BBASIC) กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 เพื่อการเลี้ยงชีพ (BBASICRMF) และกองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 หุ้นระยะยาวปันผล (BBASICDLTF) สำหรับ ปัจจัยราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงมาค่อนข้างแรงกดดันตลาดหุ้นไทยโดยรวม ซึ่งปัจจัยลบดังกล่าวเกิดจาก ผลกระทบจากไวรัส COVID-19* นำไปสู่การปรับลดอัตราการเติบโตของความต้องการใช้น้ำมันโลกในปี 2020E และหลังจากที่การประชุมกลุ่มโอเปกที่ไม่ได้ข้อสรุปอะไร […]

ลงทุนเพื่อรายรับสม่ำเสมอดีจริงหรือ ?

ลงทุนเพื่อรายรับสม่ำเสมอดีจริงหรือ ?

โดย     พริ้มพัชร จิรบวรพงศา AFPTTM ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนทางการเงิน BF Knowledge Center ปัจจุบันทางเลือกในการลงทุนมีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสินทรัพย์การลงทุน นโยบายลงทุนที่มี ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงสไตล์การลงทุนของแต่ละแห่งซึ่งมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน ข้อดีของความหลากหลายคือ สามารถเลือกให้เหมาะสมกับเป้าหมายและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของแต่ละบุคคลได้อย่างลงตัวมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม มีคำถามหนึ่งที่นักลงทุนมักจะสงสัยกันนั่นคือ เราจะเลือกลงทุนอย่างไรดี? ระหว่าง ลงทุนไปเรื่อยๆ พอใจผลตอบแทนเมื่อไรก็ทำการขายคืนด้วยตัวเอง หรือ ลงทุนแบบที่มีการจ่ายเงินคืนระหว่างทางเพื่อสร้างรายรับสม่ำเสมอ สำหรับนักลงทุนส่วนใหญ่คงคุ้นเคยกับแบบแรกคือ ลงทุนไปเรื่อยๆ พอใจผลตอบแทนเมื่อไรก็ทำการขายคืนด้วยตัวเอง รูปแบบนี้อาจเหมาะกับนักลงทุนที่ขยันซื้อ ขยันขาย พอมีเวลาติดตามตลาดลงทุนอยู่บ้างและยอมรับความผันผวนของราคาได้ค่อนข้างมาก ข้อดี คือ ผลกำไรที่ได้รับมาระหว่างทางจะไม่ได้ถูกนำออกไปใช้  แต่จะถูกนำไปลงทุนต่อเนื่อง ทำให้มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ข้อด้อย คือ ความผันผวนของราคาระหว่างทาง ทำให้มีโอกาสขาดทุนเนื่องจากไม่ได้นำเงินกำไรบางส่วนออกมา ด้วยเหตุนี้ ในช่วงที่การลงทุนมีความผันผวน  นักลงทุนจึงเริ่มสนใจลงทุนแบบที่มีการจ่ายเงินคืนระหว่างทางเพื่อสร้างรายรับสม่ำเสมอกันมากขึ้น สังเกตได้จากการที่นักลงทุนจำนวนหนึ่งเริ่มสนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อรับค่าเช่า รวมถึงเริ่มสนใจลงทุนในหุ้นปันผล กองทุนรวมที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล กองทุนรวมมีการทยอยจ่ายคืนเงินต้นพร้อมผลตอบแทน (Auto Redemption) หรือกองทุนรวมที่สามารถกำหนดวันขายคืนล่วงหน้ารายเดือนได้  เป็นต้น ข้อดี คือ การจ่ายเงินคืนระหว่างทางเป็นเครื่องมือในการสร้างกระแสเงินสดปัจจุบัน และลดความเสี่ยงที่จะขาดทุนกำไรจากความไม่แน่นอนมีอาจเกิดขึ้นในอนาคต  […]

กองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทย (จ่ายปันผล)

กองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทย (จ่ายปันผล)

กองทุนเปิดบัวแก้วปันผล (BKD) กองทุนเปิดบัวหลวงร่วมทุน (BCAP) กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 (BBASIC) BBLAM’s 2019 INVESTMENT THEMES “รุ่งเรืองด้วยโครงสร้างพื้นฐาน บนสายพานของโลจิสติกส์” ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงไทยยังคงผันผวน ท่ามกลางความเสี่ยงที่ก่อตัวมากขึ้นต่อเศรษฐกิจโลก สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ดำเนินไป ได้ทำให้เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแอลง และเริ่มส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นๆ โดยล่าสุด ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของสหรัฐ หดตัวลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 3 ปี และเศรษฐกิจจีนในไตรมาสสองเติบโตต่ำที่สุดในรอบ 27 ไตรมาส ด้านเศรษฐกิจยุโรปยังคงฟื้นตัวช้า โดยถ้าหากเยอรมนีซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป เศรษฐกิจติดลบต่อในไตรมาสสาม จะทำให้เกิดสถานการณ์ ‘Technical Recession’ รวมถึงความเสี่ยง Brexit ที่ยังคงไร้ทางออกที่ชัดเจน ด้วยความเสี่ยงต่างๆ เหล่านี้ ธนาคารกลางหลักจึงพร้อมเพรียงกันดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ทั้งการหยุดการลดขนาดงบดุลของ Fed และการกลับมาทำ QE ของ ECB ทำให้สภาพคล่องทางการเงินโลกกลับมาขยายตัวอีกครั้ง ซึ่งยังเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยคาดว่า อิทธิพลจากนโยบายการเงินในรอบนี้ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในช่วงปลายปีถึงต้นปีหน้า สภาพคล่องทางการเงินโลกที่ล้นในปัจจุบันนี้ […]

กองทุนรวมหุ้นที่จ่ายปันผลของกองทุนบัวหลวง

กองทุนรวมหุ้นที่จ่ายปันผลของกองทุนบัวหลวง

กองทุนเปิดบัวแก้วปันผล (BKD) กองทุนเปิดบัวหลวงร่วมทุน (BCAP) กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 (BBASIC) BBLAM’s 2019 INVESTMENT THEMES  “รุ่งเรืองด้วยโครงสร้างพื้นฐาน บนสายพานของโลจิสติกส์” ในเดือน พ.ค. ตลาดหุ้นทั่วโลกส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง เนื่องจากความคืบหน้าของสถานการณ์การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนไม่เป็นไปตามคาด หลังจากประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ได้เพิ่ม Huawei เข้าสู่บัญชีดำการซื้อขาย ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถซื้อชิ้นส่วนหรือสินค้าจากสหรัฐฯ ได้ ซึ่งทางจีนได้ตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำให้สหรัฐฯ มีท่าทีอ่อนลงโดยการยืดระยะเวลาการคว่ำบาตรสินค้า Huawei ออกไป 3 เดือน ความกังวลต่อสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ของน้ำมันดิบ ทำให้ทิศทางราคาน้ำมันดิบและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ อ่อนตัวลงตามทิศทางตลาดหุ้น ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เริ่มส่งสัญญาณการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยความกังวลเกี่ยวกับการแยกตัวออกจากกลุ่มสหภาพยุโรป […]

กองทุนหุ้นที่จ่ายปันผลของกองทุนบัวหลวง

กองทุนหุ้นที่จ่ายปันผลของกองทุนบัวหลวง

กองทุนเปิดบัวแก้วปันผล (BKD) กองทุนเปิดบัวหลวงร่วมทุน (BCAP) กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 (BBASIC) BBLAM’s 2019 INVESTMENT THEMES : “รุ่งเรืองด้วยโครงสร้างพื้นฐาน บนสายพานของโลจิสติกส์” ตลาดหุ้นไทยในเดือน ม.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงระดับ 1,641 จุด ปรับตัวขึ้นประมาณ 5% นับตั้งแต่ต้นปี ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดต่างประเทศ หลังจากที่เมื่อปลายปีที่แล้ว ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงแรงทำให้ระดับ Valuation ถูกลงจนมีความน่าสนใจ ประกอบกับข้อมูลที่ออกมาของสหรัฐฯ (ซึ่งเป็นประเทศหลักที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจ) ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขทางเศรษฐกิจและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนของไตรมาส 4/2018 ที่ประกาศมาแล้ว ส่วนใหญ่ค่อนข้างดีกว่าหรือใกล้เคียงกับตลาดคาด ทำให้ตลาดสหรัฐฯ สามารถรีบาวด์กลับขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งแรงกดดันต่อตลาดทุนที่สำคัญนั้นลดลง หลังจากท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ส่งสัญญาณนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น ด้วยการชะลอการขึ้นดอกเบี้ยและปรับแผนการลดขนาดงบดุลโดยขึ้นกับความเหมาะสมต่อสภาวะเศรษฐกิจ ส่วนประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน นั้นเชื่อว่า จะยังคงยืดเยื้อต่อไป แต่ทั้งสองประเทศน่าจะสามารถเจรจาประนีประนอมไม่ให้เกิดผลกระทบรุนแรงมากนัก และคาดว่านักลงทุนจะค่อยๆ ลดความกังวลต่อเรื่องนี้ลง แม้อาจจะมีข่าวที่ทำให้ตลาดเกิดความกังวลบ้าง โดยเฉพาะช่วงใกล้ถึงเส้นตายที่สหรัฐฯ […]

จะเลือกกองทุนหุ้นจ่ายปันผลหรือไม่ปันผลดี

จะเลือกกองทุนหุ้นจ่ายปันผลหรือไม่ปันผลดี

จะเลือกกองทุนหุ้นจ่ายปันผลหรือไม่ปันผลดี โดย…เสกสรร โตวิวัฒน์ CFP® ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนทางการเงิน BF Knowledge Center ทำไมกองทุนหุ้นบางกองถึงไม่จ่ายปันผลออกมาให้ผู้ลงทุน? ก่อนอื่นต้องดูที่นโยบายการลงทุนของกองทุนหุ้นกองนั้นว่า มีนโยบายจ่ายเงินปันผลหรือไม่? ถ้ากองทุนหุ้นนั้น  ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล    กรณีที่บริหารจัดการเงินลงทุนแล้วมีกำไร   กำไรที่ได้รับก็จะสะสมไว้ในกองทุนไปเรื่อยๆ (ราคา NAV ที่สูงขึ้น) ส่วนกองทุนที่หุ้นที่ มีนโยบายจ่ายปันผล    ในนโยบายการลงทุนก็จะเขียนไว้ชัดว่า   กรณีที่บริหารจัดการเงินลงทุนแล้วมีกำไรในงวดนั้น และ/หรือ มีกำไรสะสมอยู่   กองทุนก็จะพิจารณาจ่ายเงินปันผลออกมาให้กับผู้ลงทุน    ส่วนจะจ่ายมาก จ่ายน้อย บ่อยครั้งแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่ากองทุนนั้นออกแบบไว้อย่างไร  และเขียนนโยบายไว้แบบไหน นโยบายปันผล สามารถออกแบบให้แตกต่างกันได้ด้วยหรือ? สามารถออกแบบได้    ยกตัวอย่าง  กองทุนบัวแก้วปันผล  ได้เขียนนโยบายลงทุนเกี่ยวกับการพิจารณาจ่ายเงินปันผลไว้ชัดเจนว่าจะพิจารณาการจ่ายปันผลทุกๆ  6  เดือน   โดยจะจ่ายในอัตราร้อยละ  95  จากกําไรสะสมหรือกําไรสุทธิจากการดําเนินงานงวดนั้น……     ซึ่งแสดงระยะเวลาการจ่ายปันผลค่อนข้างชัดเจน   กล่าวคือ  ทุกๆ  6 เดือน ผู้จัดการกองทุนก็จะพิจารณาว่ามีกำไรสามารถจ่ายปันผลได้หรือไม่?    ถ้ามีกำไรก็จะจ่ายปันผลออกมาเกือบหมดก็คือร้อยละ 95   เหลือเก็บไว้ในกองทุนนิดหน่อยเท่านั้น      ดังนั้น เวลาที่ตลาดหุ้นดี  กองทุนบัวแก้วบริหารได้ดี ผู้ลงทุนก็มีโอกาสได้รับเงินปันผลเยอะ […]

มาเรียนรู้กองทุนบัวแก้วกันเถอะ

มาเรียนรู้กองทุนบัวแก้วกันเถอะ

  มาเรียนรู้กองทุนบัวแก้วกันเถอะ โดย…ศรศักดิ์ สร้อยแสงจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนทางการเงิน BF Knowledge Center กองทุนบัวแก้ว เป็นกองทุนตราสารทุนหรือกองทุนหุ้นที่ลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดยมีนโยบายการลงทุนแบบทั่วไป ซึ่งเปิดกว้างให้ลงทุนได้ในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ผู้จัดการกองทุนจึงมีโอกาสเลือกลงทุนในหุ้นได้หลากหลายประเภทธุรกิจ ในกองทุนจะมีหุ้นอยู่ประมาณ 40 ตัวขึ้นไป ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตไม่ให้มีความผันผวนสูงเกินไป หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหุ้นที่ลงทุนจะเลือกบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี โดยพิจารณาจากปัจจัยเชิงคุณภาพและปริมาณ ปัจจัยเชิงคุณภาพ คือ สินค้าและบริการของบริษัทเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค มี Business model หรือรูปแบบการทำธุรกิจที่เข้มแข็ง เป็นผู้นำในตลาด มีส่วนแบ่งการตลาด (Market share) ในระดับต้นๆ ผู้บริหารมีคุณภาพและโปร่งใส มีธรรมาภิบาลในการบริหารกิจการ ส่วนในเชิงปริมาณ ต้องเป็นบริษัทที่มียอดขายและกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีความสามารถในการทำกำไร เช่น Net Profit Margin ที่สูง ระดับหนี้สินไม่สูงเกินไป และเป็นหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลที่เหมาะอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ บริษัทที่เลือกต้องเป็นธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จาก Mega Trend  แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาวและบริษัทมีแนวโน้มการเติบโตที่สอดคล้องกับ Theme การลงทุนที่ บลจ.บัวหลวงได้กำหนดไว้ […]