อายุเท่าไหร่ถึงต้องเริ่มใส่ใจวางแผนเกษียณ

อายุเท่าไหร่ถึงต้องเริ่มใส่ใจวางแผนเกษียณ

อายุเท่าไหร่ถึงต้องเริ่มใส่ใจวางแผนเกษียณ โดย…อรพรรณ บัวประชุม CFP® ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนทางการเงิน BF Knowledge Center โดย…อรพรรณ บัวประชุม CFP® ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนทางการเงิน BF Knowledge Center เรื่องเกษียณ เป็นเรื่องที่ดูไกลตัวมากสำหรับคนที่เพิ่งออกจากรั้วมหาลัย และก้าวเข้าสู่รั้วมนุษย์เงินเดือน ยิ่งตอนได้รับเงินเดือนใหม่ๆ น้อยคนนักที่จะคิดถึงการลงทุนหรือการเก็บออมสำหรับเกษียณ มีแต่จะเตรียมซื้อรถ ซื้อทัวร์ กว่าจะฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าที่ผ่านมาใช้จ่ายเงินหมดไปกับสิ่งต่างๆ จนเลขในบัญชีแทบไม่เหลือ จะเหลืออยู่ก็คงเป็นเงินที่จ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมเท่านั้น ใครโชคดีหน่อยก็มีเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่บ้าง น้อยคนนักที่จะสะสมเงินสำหรับการเกษียณอย่างจริงจัง พอตั้งสติได้จะเริ่มเก็บตังค์เข้าหน่อย สุขภาพก็เริ่มแย่ ต้องใช้เงินรักษาพยาบาลอีก สุดท้ายก็คงหนีไม่พ้นที่จะต้องยึดหลักธรรมทางศาสนา อยู่แบบประมาณตน เหลือแค่ไหนก็แค่นั้น คงพอประทังชีวิตหลังเกษียณไปได้ เมื่อก่อนไม่ใช่เรื่องแปลกที่ไม่มีใครวางแผนเกษียณ แต่เดี๋ยวนี้บอกได้เลยว่าถ้าไม่วางแผนไว้ก่อนความลำบากจะมาเยือนอย่างแน่นอน เพราะคนไทยเป็นผู้โชคดีที่แก่ก่อนรวย แถมคนส่วนใหญ่ยังต้องพึ่งพาลูกหลาน สำหรับคนไทยในยุคใหม่ก็อยู่เป็นโสดกันเยอะ ดังนั้น หากไม่มีลูกหลานที่จะพึ่งพาได้ และไม่อยากลำบาก คงต้องพึ่งตัวเองแล้ว ลองหันกลับมาคิดดูว่า ตอนนี้อายุเท่าไหร่ (ส่วนใหญ่จะเริ่มฉุกคิดกันได้ก็อยู่ที่หลักสี่ หรือไม่ก็ใก้ลแซยิดซะแล้ว) ดังนั้น ถ้าอยู่แถวหลักสี่ช่วงที่รถไม่ติดมาก ลองสำรวจดูว่าบริษัทที่เราทำงานอยู่ให้เราทำถึงอายุเท่าไหร่ ถ้าแค่ 55 […]

ลดหย่อนภาษีด้วยกองทุน RMF ตอนที่ 1

ลดหย่อนภาษีด้วยกองทุน RMF ตอนที่ 1

ลดหย่อนภาษีด้วยกองทุน RMF ตอนที่ 1 โดย  พริ้มพัชร จิรบวรพงศา AFPTTM ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนทางการเงิน BF Knowledge Center ปัจจุบันการลดหย่อนภาษีสามารถทำได้ผ่านเครื่องมือการลงทุนที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนประกันชีวิต การลงทุนซื้อบ้าน การลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมถึงการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund : RMF) ซึ่งหลายคนคงเคยได้ยินชื่อกองทุน RMF กันมาบ้าง แต่ยังไม่ตัดสินใจลงทุน เพราะทราบมาว่าเมื่อลงทุนแล้วต้องถือครองนานจนถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์ ถึงจะขายคืนหน่วยลงทุนได้ ด้วยเงื่อนไขการลงทุนที่ต้องถือครองนานจนถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์ ทำให้นักลงทุนลังเลที่จะลงทุนในกองทุนรวม RMF  แต่อีกมุมหนึ่งก็อยากแนะนำนักลงทุนว่า ในชีวิตของเราทุกคนล้วนที่เป้าหมายที่แตกต่างกันไป แต่เป้าหมายสำคัญที่ทุกคนควรต้องมีคือ “เกษียณสุข” โดยเป็นเป้าหมายใหญ่ที่ใช้เงินค่อนข้างมาก จึงจำเป็นต้องวางแผนตั้งแต่เนิ่นๆ และมีวินัยในการออม/ลงทุนที่เข้มข้น ซึ่งสอดคล้องกับเงื่อนไขการลงทุนกองทุนรวม RMF ที่ไม่ให้ขายคืนก่อนอายุ 55 ปีบริบูรณ์ เพื่อให้ตรงกับเป้าหมายที่แท้จริงคือ ลงทุนเพื่อเก็บไว้กินใช้ยามเกษียณ การลงทุนในกองทุนรวม RMF จึงเป็นการลงทุนที่น่าสนใจ […]

RMF อายุน้อยยิ่งต้องลงทุน

RMF อายุน้อยยิ่งต้องลงทุน

RMF อายุน้อยยิ่งต้องลงทุน โดย…พริ้มพัชร จิรบวรพงศา AFPTTM ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนทางการเงิน BF Knowledge Center เมื่อกล่าวถึงกองทุนรวมลดหย่อนภาษี คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF : Long Term Equity Fund) เพราะเงื่อนไขการลงทุนไม่ซับซ้อนยุ่งยาก อยากลดหย่อนภาษีในปีไหนก็ลงทุนเพื่อนำสิทธิมาใช้ในปีนั้น ในขณะที่กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF : Retirement Mutual Fund) มักถูกมองข้ามไปเสมอ โดยเฉพาะจากผู้ลงทุนที่อายุยังน้อยและวัยเริ่มต้นทำงาน ด้วยความเชื่อที่ว่า “การลงทุนในกองทุนรวม RMF เป็นเรื่องของคนแก่ใกล้เกษียณ ถ้าเริ่มต้นลงทุนตั้งแต่อายุยังน้อยจะต้องมีภาระผูกพันไปยันเกษียณตอนอายุ 55 ปีโน่นนน…” หากจะลงทุนควรไปเริ่มต้นช่วงอายุ 50 ปี เงินจะได้ไม่ต้องรอนาน สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ลงทุนไม่เลือกลงทุนในกองทุน RMF ก็คงเป็นเพราะเงื่อนไขการลงทุนที่ฟังๆ ดูแล้วรู้สึกว่า ยุ่ง-ยาก-เยอะแยะ ซึ่งโดยทั่วไปก็อาจจะคิดเช่นนั้นได้ แต่หากเราลองพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ของกองทุนรวม RMF ที่ต้องการให้เรามีเงินก้อนที่เพียงพอเพื่อไว้ใช้จ่ายในวัยเกษียณ ประกอบกับข่าวสาร ข้อมูลต่างๆ ที่บอกว่า […]

ใส่ใจสักนิด…กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ใส่ใจสักนิด…กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ใส่ใจสักนิด…กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดย  พริ้มพัชร จิรบวรพงศา AFPTTM ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนทางการเงิน BF Knowledge Center เมื่อกล่าวถึง “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund)” เชื่อว่าพนักงานออฟฟิศหลายๆ คนคงรู้จักเป็นอย่างดีหรือไม่ก็น่าจะพอคุ้นหูกันมาบ้าง เพราะปัจจุบันหลายบริษัทได้จัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อสนับสนุนให้พนักงานมีเงินใช้ในวัยเกษียณ จึงเลือกใช้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาช่วยบริหารจัดการเงินให้ แต่ประเด็นคือ ยังมีพนักงานอยู่ส่วนหนึ่งที่ไม่เข้าใจประโยชน์ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทราบแต่ว่าทุกครั้งที่เงินเดือนออกจะถูกหักเอาไว้ก่อน คิดแล้วก็ตงิดๆ ในหัวใจ งินเดือนออกทั้งที อยากเอาไปใช้จ่ายเต็มๆ แต่โดนหักไปเสียก่อนทุกครั้ง กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ Provident Fund คือ กองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้น (คณะกรรมการกองทุนฯ) โดยเงินของกองทุนมาจาก “เงินที่ลูกจ้างจ่าย เรียกว่า เงินสะสม”  และ “เงินที่นายจ้างจ่าย เรียกว่า เงินสมทบ” เงินทั้งสองส่วนนี้จะถูกนำไปบริหารจัดการภายใต้กองทุนรวมสำรองเลี้ยงชีพตามนโยบายลงทุนที่คณะกรรมการกองทุนฯ เลือก ซึ่งนโยบายการลงทุนที่คณะกรรมการกองทุนฯ เลือกให้ ส่วนใหญ่เน้นที่ความเสี่ยงต่ำ เพราะคณะกรรมการกองทุนฯ ห่วงใยในเงินลงทุนว่าจะรับความเสี่ยงมากเกินไป รวมถึงเกรงว่า พนักงานบางส่วนอาจไม่มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องการลงทุน แต่ปัจจุบันบริษัทหลายแห่งได้เปิดโอกาสให้ลูกจ้าง สามารถเลือกนโยบายการลงทุนได้ด้วยตัวเอง […]

อาชีพของคนไทยหลังเกษียณ (ตอนที่1)

อาชีพของคนไทยหลังเกษียณ (ตอนที่1)

By…เสกสรร โตวิวัฒน์ CFP® BF Knowledge Center อายุของการเกษียณในสังคมไทย โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่อายุ 60ปี ซึ่งด้วยวิทยาการทางการแพทย์ คนวัย 60 ยังคงแข็งแรง สมองยังคงสดใส ความจำยังดี และเป็นผู้มีไฟ อยากทำงาน แม้จะด้วยข้อจำกัดของระบบที่มีการกำหนดตัวเลขเกษียณชัดเจน เช่น 60ปี บางเดี๋ยวนี้องค์กรจำนวนมากก็มีการต่ออายุผู้เกษียณออกไป เนื่องจากยังคงเสียดายประสบการณ์และความรู้ของบุคคลเหล่านั้น แต่ก็จะเป็นลักษณะ case by case และก็มีองค์กรอีกมากที่มีผู้มีความรู้ความสามารถ แต่จำเป็นต้องให้เกษียณเพื่อเปิดโอกาศให้คนรุ่นถัดไปได้ขยับขึ้นตามความรู้ความสามารถ อย่างไรก็ตามสำหรับผู้เกษียณที่ยังมีไฟ ก็ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่สามารถทำได้ มีประโยชน์กับประเทศ กับสังคม รวมถึงยังมีความสามารถในการหารายได้ ประกอบอาชีพ โดยอาศัยประสบการณ์ที่สั่งสมมา ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับอาชีพที่ทำมาตลอดหรือไม่ก็ตาม อาชีพที่แนะนำไว้หารายได้สำหรับคนวัยเกษียณ อาจแบ่งได้เป็น 3 แบบ  แบบที่ 1 อาชีพที่เกี่ยวข้องกับความสามารถด้านวิชาชีพ งานที่เคยทำ ชัดเจน ง่ายๆ  เราทำงานมาทั้งชีวิต ย่อมมีประสบการณ์ มีความรู้ความสามารถ ในวัยที่ยังพอมีแรง […]

ทำความรู้จักช่วงวัยหลังเกษียณ (ตอนจบ)

ทำความรู้จักช่วงวัยหลังเกษียณ (ตอนจบ)

By… เสกสรร โตวิวัฒน์, CFP BF Knowledge Center ช่วงวัยเกษียณจริง อายุ 70-79 ปี ช่วงวัยนี้ความสามารถในการหารายได้จะลดลงจนเกือบหมด ค่าใช้จ่ายสันทนาการจะลดลง แต่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนตามปัญหาสุขภาพที่มีมากขึ้น โรคภัยที่มีอยู่จะแสดงอาการชัดเจนขึ้น และความสามารถต่างๆ ในการใช้ชีวิตจะลดลง ความแตกต่างด้านการใช้ชีวิตจะใกล้เคียงกันไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ลูกจ้างเกษียณ หรืออาชีพอิสระ เจ้าของกิจการ การทำกิจกรรมต่างๆ สำหรับวัยนี้ควรลดระดับลง ให้ความสำคัญกับสุขภาพของตนเองให้มาก ควบคุมการบริโภค เน้นการรักษาสุขภาพมากขึ้น ช่วยเหลือตนเองในกิจกรรมต่างๆ ตามความสามารถ หากิจกรรมสร้างสรรค์ให้กับตนเอง เช่น ใช้ชีวิตกับสังคมเพื่อนในหมู่บ้านเพื่อคลายเหงา เป็นต้น ช่วงสุดท้ายวัยเกษียณ อายุตั้งแต่ 80 ปีขึ้นไป เป็นช่วงวัยชราภาพจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต จัดเป็นวัยพักผ่อนอย่างแท้จริง ซึ่งปัญหาสุขภาพจะแสดงออกอย่างชัดเจน ปัญหาด้านสุขภาพและสมอง การจดจำต่างๆ ลดลงอย่างเด่นชัด การทำกิจกรรมต่างๆ ต้องอาศัยผู้อื่นช่วยเหลือเป็นส่วนใหญ่ การใช้จ่ายด้านการเงินจะเป็นเรื่องสุขภาพเกือบทั้งหมด สำหรับผู้ชราภาพมากๆ จำเป็นต้องมีผู้คอยดูแล หากมีครอบครัวลูกหลานช่วยเหลือจะลดปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายไปได้มาก การเตรียมพร้อมด้านการเงินช่วงสุดท้ายนี้จึงจะต้องเตรียมไว้สำหรับเรื่องสุขภาพเป็นหลัก แม้ว่าการวางแผนชีวิตตั้งแต่เริ่มเกษียณไปจนถึงช่วงสุดท้ายตั้งแต่วันนี้จะเป็นการกำหนดสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันห่างไกล […]

ทำความรู้จักช่วงวัยหลังเกษียณ (ตอนที่ 1)

ทำความรู้จักช่วงวัยหลังเกษียณ (ตอนที่ 1)

By… เสกสรร โตวิวัฒน์, CFP BF Knowledge Center หากเราจะแบ่งช่วงอายุในวัยเกษียณแบบคร่าวๆ โดยใช้ระยะเวลาและความสามารถในการใช้ชีวิตเป็นเครื่องกำหนดเบื้องต้นก็แบ่งได้เช่น ช่วงเริ่มต้นเกษียณ อายุ 60-69 ปี  ช่วงวัยเกษียณจริง อายุ 70-79 ปี และช่วงสุดท้ายวัยเกษียณ อายุ 80 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ช่วงอายุต่างๆ เป็นเพียงตัวเลขกำหนดคร่าวๆ ขึ้นเป็นตัวอย่างเพื่อประเมินกิจกรรมการใช้ชีวิต โดยการประเมินแต่ละช่วงอายุจะขึ้นกับสุขภาพ อายุขัยของบรรพบุรุษในครอบครัว และผลพวงจากการการดำรงชีพที่สั่งสมมาของแต่ละคนเป็นสำคัญ ช่วงเริ่มต้นเกษียณ อายุ 60-69 ปี ในช่วงวัยนี้ส่วนใหญ่ยังคงมีความสามารถในการทำสิ่งต่างๆ ได้เหมือนช่วงก่อนเกษียณ เป็นวัยที่ยังคงมีพลัง เชื่อในความสามารถของตนเองในการทำสิ่งต่างๆ เหมือนก่อนเกษียณ ในวัยนี้ ผู้ประกอบกิจการส่วนตัวหรือผู้มีอาชีพอิสระ อาจจะมีความแตกต่างในการใช้ชีวิตก่อนและหลังเกษียณน้อย เพราะยังทำงานไปเรื่อยๆ ได้ แม้จะลดระยะเวลาการทำงานลง แต่ ข้าราชการ พนักงาน กับ ลูกจ้าง จะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการใช้ชีวิตค่อนข้างมาก จากที่ต้องทำงานเต็มเวลา อาจจะกลายเป็นคนว่างงาน […]

การลงทุนที่เหมาะสมสำหรับวัยเกษียณ

การลงทุนที่เหมาะสมสำหรับวัยเกษียณ

By… เสกสรร โตวิวัฒน์, CFP BF Knowledge Center การออมการลงทุนในวัยนี้ จำเป็นต้องจัดสรรเงินด้วยความระมัดระวัง แบ่งเงินออกเป็นส่วนๆ ต้องไม่ลงทุนเกินความเสี่ยงที่รับได้ และสำหรับคนที่รับความเสี่ยงได้ พอร์ตการออมการลงทุนของคนวัยเกษียณ มีหลักการสำคัญที่ใช้ได้ทั่วไป คือ ควรเป็นพอร์ตที่มีความเสี่ยงโดยรวมอยู่ในระดับต่ำหรือปานกลางถึงต่ำ เพื่อบรรเทาปัญหาหากพอร์ตการลงทุนเกิดความเสียหาย การลงทุนสำหรับวัยหลังเกษียณ ควรมีเป้าหมายให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินเฟ้อ เพื่อรักษามูลค่าของเงินในกระเป๋าไม่ให้เสื่อมค่าลง รวมถึงให้จัดสรรไปลงทุนในรูปแบบที่ได้รับผลตอบแทนแบบสม่ำเสมอจากการลงทุนเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่าย ลดการดึงเงินต้นออกมาใช้ให้มากที่สุด เช่น เงินฝากธนาคาร ตราสารหนี้ต่างๆ เช่นหุ้นกู้  พันธบัตรรัฐบาล กองทุนตราสารหนี้ที่จ่ายเงินคืนระหว่างการลงทุน กองทุนหุ้นที่จ่ายปันผล กองทุนอสังหาริมทรัพย์ กองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอ เป็นต้น พอร์ตเงินออมส่วนใหญ่ควรเน้นที่การซื้อกองทุนตราสารหนี้ ซื้อหุ้นกู้ พันธบัตร หรือฝากธนาคาร เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำ ส่วนการลงทุนในหุ้น กองทุนหุ้น ทองคำ สินค้าโภคภัณฑ์ และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ที่มีความเสี่ยงสูงกว่า สามารถทำได้โดยแบ่งส่วนในพอร์ตให้ชัดเจนออกมาจากพอร์ตการออมความเสี่ยงต่ำ ว่านี่คือส่วนที่ต้องการผลตอบแทนสูงขึ้น ตัวอย่างสัดส่วนการลงทุนที่แนะนำสำหรับวัยเกษียณ เช่น เงินฝาก หุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล […]

แนวคิดการจัดการปัญหาเงินออมไม่เพียงพอหลังเกษียณ

แนวคิดการจัดการปัญหาเงินออมไม่เพียงพอหลังเกษียณ

By… เสกสรร โตวิวัฒน์ สำหรับผู้ที่เกษียณแล้วพบว่า ยังมีปัญหาด้านเงินเก็บเงินออมอยู่ ก็จำเป็นต้องรีบจัดการเสียแต่เนิ่นๆ อย่าปล่อยไว้ให้รกรุงรังจิตใจในวัยนี้ ปัญหาสถานเบา คือ เงินพอใช้แต่พอดีๆ ไม่ค่อยเหลือเผื่อ ขอให้ลองพิจารณาหาวิธีลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีขึ้น ในความเสี่ยงที่ยอมรับได้อยู่ เช่นขยับจากฝากธนาคารไปกองทุนตราสารหนี้ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนผสมที่เน้นตราสารหนี้ คนที่เกษียณแล้วมักมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี ดังนั้นการบริหารภาษีส่วนนี้ก็จะช่วยให้มีเงินกลับคืนเยอะขึ้น เช่นขอคืน เงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายของเงินปันผลจากหุ้นหรือกองทุนรวม ดอกเบี้ยรับจากเงินฝากประจำ พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ เป็นต้น ปัญหาสถานหนัก คือ เงินออมไม่พอเหลือใช้จ่ายสำหรับช่วยชีวิตที่เหลืออยู่ ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่จำเป็นต้องหาทางลดค่าใช้จ่าย เช่น ค่าที่พักอาศัย ค่าใช้จ่ายครอบครัว ลดโดยไปอยู่ร่วมกันกับญาติ ลูกหลาน สำรวจทรัพย์สินที่ไม่จำเป็นและแปลงเป็นเงิน เช่น ของสะสมของสาวๆ เช่นกระเป๋า เสื้อผ้า หารายได้เสริม ผู้เกษียณจำนวนมากยังใช้ความสามารถสร้างรายได้ ได้อยู่เช่น ทำขนม อาหาร เป็นที่ปรึกษาบริษัท ฯลฯ และต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ต้องพึงระมัดระวัง เพราะมีไม่น้อยที่วางแผนเก็บออมเงินอย่างดี แต่ชีวิตต้องมาพังเพราะเรื่องไม่คาดคิด […]

เตรียมตัวเตรียมใจ เตรียมพร้อมวัยเกษียณ 

เตรียมตัวเตรียมใจ เตรียมพร้อมวัยเกษียณ 

By… เสกสรร โตวิวัฒน์ ในบรรดา 3 ช่วงชีวิตหลัก ระหว่าง วัยเด็ก วัยทำงาน กับ วัยพักผ่อน นั้น ในการวางแผนต่างๆ มักจะพูดถึงวิธีการวางแผนในช่วงวัยทำงานที่เป็นช่วงเวลาสะสมความมั่งคั่งมากกว่าวัยอื่นๆ  ส่วนเรื่องการเตรียมพร้อมเพื่อวัยเกษียณก็ยังไปเน้นหนักในช่วงวัยทำงานว่าช่วงอายุไหนจะเก็บเงินอย่างไรให้มีเงินใช้หลังเกษียณให้เพียงพอตามสูตรคำนวณ โดยมักละเลยการเตรียมพร้อมด้านการเงินสำหรับชีวิตหลังเกษียณว่าจะทำอย่างไรให้มีความสุขได้อย่างแท้จริง ทั้งที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะเมื่ออายุ 60 กับ 80 เราคงจะไม่ได้ใช้ชีวิตเหมือนกันทั้งสองวัยแน่ๆ การประเมินความพร้อมของตัวเองล่วงหน้าว่าภายหลังเกษียณจะเป็นอย่างไร จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดสำหรับการสร้างความสุขให้ชีวิต เพราะถ้าไม่รู้จักตัวเอง ก็ไม่รู้ว่าจะสร้างความสุขให้ชีวิตหลังเกษียณอย่างแท้จริงได้อย่างไร การวางแผนใช้ชีวิตหลังเกษียณนอกจากสิ่งต่างๆ รอบตัวแล้ว การประเมินสุขภาพตัวเองก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะทำให้เราพอรู้ล่วงหน้าได้ว่า ช่วงไหนวัยใดเราสามารถทำอะไรได้บ้าง แต่ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของบุคคลวัยทองคือ การไม่ยอมรับว่าตนเองแก่แล้ว รับไม่ได้กับการถูกลดทอนคุณค่า น้อยใจกับการถูกลูกหลานขอให้อยู่เฉยๆเหมือนให้นั่งเฉยๆ รอวันตาย แม้ว่าหลายครั้งจะเป็นความปรารถนาดีก็ตาม วิธีการเตรียมตัวเตรียมใจสำหรับเรื่องนี้ ขอแนะนำให้ลองเฝ้าดูผู้สูงวัยในบ้านในวันที่เรายังคงเป็นวัยทำงานมีเรี่ยวแรง แล้วจดจำไว้ว่าในวันนี้เรามองดูผู้สูงวัยเหล่านี้อย่างไร เพราะในอนาคตเมื่อถึงวันนั้น เราก็จะเผชิญกับมุมมองของลูกหลานในแบบเดียวกัน โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่ปัญหาสุขภาพเริ่มแสดงออกชัดเจน แต่ยังคงมีแรง สติยังคงแจ่มใส มักไม่ยอมรับปัญหาความชราที่ลูกหลานกำหนดให้ ต้องการแสดงออกถึงความสามารถโดยการทำสิ่งต่างๆ ที่เคยทำได้ในอดีตโดยละเลยปัญหาสุขภาพ ซึ่งกรณีนี้มักจะเป็นช่วงผ่านการเกษียณมาแล้วระยะหนึ่ง เช่นช่วงอายุตั้งแต่ 65-70 ปี ดังนั้น ความเข้าใจภาวะทางอารมณ์และสุขภาพของผู้เกษียณในแต่ละช่วงวัยจึงสำคัญยิ่ง