อุตสาหกรรมยานยนต์อินโดนีเซียยังดึงดูดใจนักลงทุน

อุตสาหกรรมยานยนต์อินโดนีเซียยังดึงดูดใจนักลงทุน

เดอะ จาการ์ตา โพสต์ รายงานว่า ฟิทช์ โซลูชัน ออกรายงานว่า อุตสาหกรรมยานยนต์อินโดนีเซียยังคงดึงดูดใจนักลงทุนอยู่สำหรับภูมิภาคเอเชียนี้ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ด้วยต้นทุนค่าแรงที่ต่ำ และการเจริญเติบโตของการผลิตที่ดี โดยพบว่า ค่าแรงเฉลี่ยอยู่ที่ 83.9 จากค่ากลางที่เป็นไปได้คือ 100 ขณะที่ คะแนนด้านการผลิตของอินโดนีเซียนั้นค่อยๆ เพิ่มขึ้นเป็น 58.4 จาก 54.1 ในไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้เป็นประเทศที่ดึงดูดใจผู้ผลิตยานยนต์มากที่สุดอันดับ 8 ในภูมิภาคเอเชีย และอันดับ 23 ในโลก “ประเทศอินโดนีเซียยังคงติดอันดับ 1 ใน 10 ของจุดหมายที่ดึงดูดใจผู้ผลิตยานยนต์มากที่สุด ทั้งช่วงเริ่มต้นหรือการรักษาการดำเนินการผลิตในภูมิภาคเอเชีย และอันดับ 23 ของโลก” ฟิทช์ โซลูชัน เผย สมาคมผู้ผลิตรถยนต์อินโดนีเซีย เผยข้อมูลล่าสุดว่า ยอดขายรถยนต์ในอินโดนีเซีย ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยร่วงลงไปถึง 90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 7,870 […]

เมืองในจีนเล็งติดตามข้อมูลสุขภาพถาวรพร้อมให้คะแนนจากการกินดื่มและออกกำลังกาย

เมืองในจีนเล็งติดตามข้อมูลสุขภาพถาวรพร้อมให้คะแนนจากการกินดื่มและออกกำลังกาย

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า จีนออกมาเปิดเผยข้อเสนอให้มีการติดตามข้อมูลสุขภาพถาวรผ่านแอปที่จะให้คะแนนบนพื้นฐานข้อมูลว่าผู้ใช้งานดื่มแอลกอฮอล์ไปมากแค่ไหน และการใช้เวลาในการนอน ระบบติดตามจะทำงานผ่านบาร์โค้ดดิจิทัลบนโทรศัพท์ส่วนตัว สิ่งนี้เรียกว่า คิวอาร์ โค้ด ซึ่งได้รับความนิยมมาก ช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาดสูงมากในจีน และปัจจุบันก็ยังใช้งานอยู่ แต่ในระดับที่น้อยกว่าเมื่อก่อน เพื่อตรวจสอบว่าบุคคลจะเข้าไปภายในอาหารหรือใช้บริการขนส่งสาธารณะได้หรือไม่ โดยแอปบาร์โค้ดบางแอปทำงานเหมือนระบบสัญญาณไฟจราจร เมื่อมีไฟสีแดงหมายถึงบุคคลนั้นมีความเสี่ยงสุขภาพ ส่วนสีเขียวหมายถึงบุคคลนั้นเข้าไปภายในอาคารได้ โดยบาร์โค้ดบางตัวจะทำงานจากข้อมูลประวัติการเดินทางของบุคคล หากบุคคลนั้นเดินทางไปพื้นที่เสี่ยงของจีน โค้ดจะเปลี่ยนสี ส่วนอื่นๆ จะทำงานบนพื้นฐานสถานะสุขภาพที่บุคคลเป็นผู้ระบุเอง ว่ามีอาการอะไรบ้างหรือเดินทางไปที่ไหนมาบ้าง สิ่งเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นแนวทางหนึ่งในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยในหังโจว เมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ของเซี่ยงไฮ้ และเป็นบ้านเกิดของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง อาลีบาบา มีความตั้งใจว่าจะใช้ระบบบาร์โค้ดแบบนี้ถาวร ที่ผ่านมา ภาครัฐมีการเก็บข้อมูลมากขึ้นในช่วงที่โลกมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อต่อสู้กับไวรัส ซึ่งก็ทำให้เกิดความกังวลแนวความคิดในการเฝ้าระวังนี้มากขึ้นหลังจากที่ถูกนำมาใช้ควบคุมไวรัส ในเมืองหังโจว รัฐบาลเสนอจะให้คะแนนสุขภาพกับบุคคล บนพื้นฐานจากหลายๆ ปัจจัย ประกอบด้วย ข้อมูลการแพทย์ทางอิเล็กทรอนิกส์ ผลการตรวจร่างกาย และไลฟ์สไตล์ของบุคคลนั้น ขณะที่การแสดงหน้าจอในระบบบาร์โค้ดจะมองเห็นคะแนนสุขภาพของบุคคลปรับตัวลงได้หากพวกเขาไปดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ ในทางกลับกันถ้าพวกเขามีการนอนที่ดีมากขึ้นบวกกับมีการออกกำลังกาย ก็จะทำให้คะแนนบุคคลเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ยังไม่แน่ชัดว่า ภาครัฐจะเก็บข้อมูลอย่างไร หรือการดำเนินการผ่านแอปนี้จะบรรลุผลหรือไม่ โดยปัจจุบันรหัสสุขภาพของประชากรในหังโจวจะถูกใช้เชื่อมโยงกับโควิด-19 เป็นการทำงานผ่านอาลีเพย์ […]

อังกฤษผ่อนปรนมาตรการคุมเข้มโควิด-19 เตรียมเปิดตลาดกลางแจ้งต้นเดือน มิ.ย.นี้

อังกฤษผ่อนปรนมาตรการคุมเข้มโควิด-19 เตรียมเปิดตลาดกลางแจ้งต้นเดือน มิ.ย.นี้

รายงานข่าวจากรอยเตอร์ส ระบุว่า นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าว เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าจะอนุญาตให้ร้านค้าหลายพันร้านค้า ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า เปิดให้บริการได้ภายในเดือนหน้า โดยจะมีการกำหนดตารางเวลาสำหรับธุรกิจประเภทต่างๆ เขา กล่าวกับนักข่าวระหว่างงานแถลงข่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. เป็นต้นไป ตลาดกลางแจ้งและโชว์รูมรถยนต์จะเปิดให้บริการอีกครั้ง ทันทีที่พวกเขาสามารถปฏิบัติตามแนวทางความปลอดภัยโควิด-19 ได้ ขณะที่ ร้านค้าปลีกที่ไม่จำเป็นกับการดำรงชีพอื่นๆ เช่น ร้านค้าที่ขายเสื้อผ้า รองเท้า ของเล่น เฟอร์นิเจอร์ หนังสือและเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงช่างตัดเสื้อ บ้านประมูล สตูดิโอถ่ายภาพและตลาดในร่ม คาดว่าจะสามารถเปิดใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. เป็นต้นไป เพื่อให้เวลาเตรียมความพร้อม 3 สัปดาห์ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีอังกฤษมีความกระตือรือร้นที่จะกลับมาเปิดเศรษฐกิจของประเทศใหม่อีกครั้ง หลังจากได้ทำการล็อคดาวน์เพื่อพยายามที่จะยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัส อย่างไรก็ตามยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด และมีความกลัวว่าการติดเชื้อรอบ 2 จะหนักสุด หากดำเนินมาตรการผ่อนปรนต่างๆ รวดเร็วจนเกินไป

ญี่ปุ่นยกเลิกภาวะฉุกเฉินในกรุงโตเกียว พร้อมอัดงบกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่

ญี่ปุ่นยกเลิกภาวะฉุกเฉินในกรุงโตเกียว พร้อมอัดงบกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่

รายงานข่าวจากรอยเตอร์ส ระบุว่า ญี่ปุ่นเตรียมยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินสำหรับกรุงโตเกียวและพื้นที่ที่เหลือ ขณะที่นิกเกอิ รายงานแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่มูลค่าเกือบ 9.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยบริษัทต่างๆ Yasutoshi Nishimura รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของญี่ปุ่น กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่ารัฐบาลได้รับการอนุมัติจากที่ปรึกษาเพื่อยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินสำหรับพื้นที่ที่เหลือทั้งหมด นับว่าเป็นครั้งแรกที่ประเทศปลอดจากภาวะฉุกเฉินในรอบ 1 เดือนครึ่งที่ผ่านมา เขา กล่าวว่า สถานการณ์ฉุกเฉินจะที่ถูกยกเลิก เป็นสิ่งสำคัญที่จะขยายกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ในขณะที่ญี่ปุ่นจะสร้างวิถีชีวิตใหม่ พร้อมกันนี้ เขากล่าวเสริมว่า หัวหน้าคณะที่ปรึกษาได้แนะนำการติดตามอย่างใกล้ชิดของเขตปกครองพิเศษโตเกียว คานากาวา และฮอกไกโด เนื่องจากยังเป็นพื้นที่ที่มีความไม่แน่นอนอยู่ หนังสือพิมพ์นิกเกอิรายงานล่าสุดว่า รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ ที่ตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์หลังสงคราม โดยประมาณการงบประมาณใหม่มูลค่า 100 ล้านล้านเยน (9.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการช่วยเหลือทางการเงินแก่บริษัทต่างๆ ขณะที่แพ็กเกจนี้จะได้รับทุนสนับสนุนจากงบประมาณเสริมครั้งที่ 2 โดยจะทำตามแผนการใช้จ่ายที่บันทึกไว้ 117 ล้านล้านเยน เมื่อเดือนที่แล้ว  

หัวเว่ยมั่นใจระบบปฏิบัติการที่สร้างขึ้นมาแข่งขันกับกูเกิลและแอปเปิ้ลได้

หัวเว่ยมั่นใจระบบปฏิบัติการที่สร้างขึ้นมาแข่งขันกับกูเกิลและแอปเปิ้ลได้

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า หัวเว่ยเปิดตัวระบบปฏิบัติการของตัวเองชื่อว่า ฮาร์โมนีโอเอส ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา หลังจากที่ถูกมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ไม่ให้เข้าถึงเทคโนโลยีอเมริกัน ทำให้ไม่สามารถใช้ใบอนุญาตซอฟต์แวร์แอนดรอยด์กับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ได้ และผู้บริหารหัวเว่ยออกมายืนยันว่า ฮาร์โมนีโอเอส ถูกวางตำแหน่งไว้เพื่อส่งมอบระบบนิเวศทางเศรษฐกิจซึ่งแข่งขันได้กับกูเกิลและแอปเปิ้ล อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ก็ยังมองว่า หัวเว่ยอาจจะติดขัดในการต่อสู้นอกประเทศจีน เพราะขาดแอปพลิเคชันมีชื่อเสียงที่ผู้ใช้งานต้องการ “หัวเว่ยวางตำแหน่งตัวเองในการนำเสนอระบบนิเวศทางเศรษฐกิจระดับเดียวกับกูเกิลและแอปเปิ้ล ซึ่งเรามีความมั่นใจว่าจะเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาระบบนิเวศทางเศรษฐกิจระดับต้นๆ ของโลก” Eric Tan รองประธานฝ่ายบริการคลาวด์ ในกลุ่มธุรกิจผู้บริโภค หัวเว่ย เทคโนโลยี กล่าว ระบบปฏิบัติการของหัวเว่ย ฮาร์โมนีโอเอส ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือน ส.ค. 2019 ถือเป็นหนึ่งในความพยายามของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนที่ต้องการสร้างเส้นทางข้างหน้าโดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีอเมริกัน โดยก่อนหน้านั้นสมาร์ทโฟนของหัวเว่ย ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของกูเกิลมานานหลายปี ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้บริหารของหัวเว่ยออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฮาร์โมนีโอเอสว่า มีการเพิ่มความสามารถจนระบบปฏิบัติการนี้สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ได้หลายๆ อุปกรณ์ ไม่ใช่แค่สมาร์ทโฟนเท่านั้น ส่งผลให้ระบบปฏิบัติการนี้มีแรงดึงดูดใจมากพอที่จะทำให้ให้มีผู้พัฒนาแอปพลิเคชันมารองรับเพื่อทำงานบนฮาร์ดแวร์หลายๆ แบบ ฝ่ายบริหารหัวเว่ย ยังพูดถึง หัวเว่ย โมบาย เซอร์วิส หรือ HMS ซึ่งเป็นพื้นที่รวบรวมแอปพลิเคชันหลายๆ […]

สิงคโปร์เตรียมเปิดให้แวะเปลี่ยนเครื่องบินโดยสารได้ตั้งแต่ 2 มิ.ย. เป็นต้นไป

สิงคโปร์เตรียมเปิดให้แวะเปลี่ยนเครื่องบินโดยสารได้ตั้งแต่ 2 มิ.ย. เป็นต้นไป

เดอะ จาการ์ตา โพสต์ รายงานว่า สำนักงานการบินพลเรือนสิงคโปร์ ออกมาให้ข้อมูลว่า สิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเดินทางและท่องเที่ยวของภูมิภาคนี้ เตรียมอนุญาตให้นักเดินทางสามารถแวะเปลี่ยนเครื่องบินโดยสารที่สนามบินชางฮีได้ตังแต่วันที่ 2 มิ.ย. นี้เป็นต้นไป ปัจจุบันนี้ ผู้โดยสารชาวต่างชาติจะสามารถแวะเปลี่ยนเครื่องบินโดยสารที่สิงคโปร์ได้ ก็ต่อเมื่อพวกเขาอยู่ในเที่ยวบินสำหรับส่งกลับประเทศที่ทางรัฐบาลเป็นคนจัดหา โดยในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ผู้เดินทางถูกแบนไม่ให้เดินทางเข้าหรือเปลี่ยนเครื่องบินโดยสารที่สิงคโปร์ ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 “นี่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ประเทศสิงคโปร์ที่ต้องการกลับมาเปิดการเดินทางทางอากาศ เพื่อรองรับความต้องการด้านเศรษฐกิจและประชาชน ในขณะเดียวกันก็ต้องมีความมั่นใจที่เพียงพอสำหรับการเดินทางที่ปลอดภัย” สำนักงานการบินพลเรือนของสิงคโปร์ ระบุ ทั้งนี้ สายการบินสามารถส่งข้อเสนอเพื่อขอแวะเปลี่ยนเครื่องบินโดยสารมาได้ โดยจะต้องได้รับการประเมินด้านความปลอดภัยทางการบิน พิจารณาประเด็นสาธารณสุข รวมทั้งสุขภาพของผู้โดยสารและลูกเรือ

จีนแห่ตุนอาหารและน้ำมันหลังโรคระบาดทำให้เกิดความกังวลว่าจะขาดแคลน

จีนแห่ตุนอาหารและน้ำมันหลังโรคระบาดทำให้เกิดความกังวลว่าจะขาดแคลน

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า จีนมีการเพิ่มการจัดเก็บอาหารและพลังงานในคลังสินค้าปีนี้ รวมทั้งใช้ประโยชน์จากการที่ราคาน้ำมันดิบตกต่ำ ก่อนที่การแพร่ระบาดระดับโลกของโควิด-19 จะทำลายห่วงโซ่อุปทาน ทั้งนี้ จีนเผชิญกับแรงกดดันด้านอาหาร หลังจากราคาอาหารเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยหลักๆ มาจากไวรัสแพร่ระบาด ขณะที่การล็อคดาวน์และจำกัดการเคลื่อนย้ายต่างๆ เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาคอขวดในระบบขนส่งและโลจิสติกส์ ปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกอ่อนแอ ขณะที่ความกังวลเรื่องการขาดแคลนอาหารก็เริ่มเกิดขึ้นในประเทศชั้นแนวหน้า ไม่ว่าจะเป็นประเทศพัฒนาแล้ว หรือประเทศกำลังพัฒนา อย่างเช่น ผู้บริโภคในจีนที่กังวลเกี่ยวกับผลกระทบเพิ่มเติมที่จะเกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงมีอยู่ทั่วโลก Arlan Suderman  หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ บริษัท INTL FCStone กล่าวว่า ผู้คนในจีนวิตกเกี่ยวกับการปิดท่าเรือต่างๆ ในโลก ซึ่งจะทำให้นำเข้าสินค้าไม่ได้ ทำให้พวกเขาเร่งกักตุนเสบียงในเวลานี้ที่ยังมีราคาถูกและมีให้หาซื้อได้ “ความกังวลเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญ และเป็นแรงผลักดันนโยบายในจีนตอนนี้ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มที่ต้องการสำรองอาหารไว้” เขา กล่าว

ฝรั่งเศส-เยอรมนีเห็นพ้องเสนอตั้งกองทุนฟื้นฟูวงเงิน 5 แสนล้านยูโร ช่วยผลกระทบโควิด-19

ฝรั่งเศส-เยอรมนีเห็นพ้องเสนอตั้งกองทุนฟื้นฟูวงเงิน 5 แสนล้านยูโร ช่วยผลกระทบโควิด-19

รายงานข่าวจากซีเอ็นบีซี ระบุว่า ผู้นำฝรั่งเศสและเยอรมนี เห็นพ้องกันในการเสนอจัดตั้งกองทุนฟื้นฟู โดยมีวงเงิน 5 แสนล้านยูโร (5.43 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประเทศในยุโรปที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในแถลงการณ์ร่วม นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีประเทศเยอรมนี และประธานาธิบดีฝรั่งเศส นายเอมมานูเอล มาครง กล่าวว่า กองทุนที่จัดตั้งขึ้นจะนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจและระดับภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรค และทั้ง 2 ประเทศ ยังเห็นพ้องกันในการเสนอให้มีการอนุญาตให้คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (อียู) ให้ทำการกู้ยืมเงินในตลาดการเงินในนามของอียู การที่ฝรั่งเศสและเยอรมนีเห็นพ้องต่อมาตรการดังกล่าวในครั้งนี้ ถือเป็นการยุติความขัดแย้งของทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา ฝรั่งเศสต้องการผลักดันการตั้งกองทุนดังกล่าว ในขณะที่เยอรมนีมีท่าทีไม่เห็นด้วย เนื่องจากจะขัดต่อการรักษาวินัยทางการคลัง

จับตา TSMC หยุดรับคำสั่งซื้อชิปจากหัวเว่ยเพิ่มเติม ตอบสนองแนวทางสหรัฐฯ

จับตา TSMC หยุดรับคำสั่งซื้อชิปจากหัวเว่ยเพิ่มเติม ตอบสนองแนวทางสหรัฐฯ

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงาน โดยอ้างอิงมาจากนิกเกอิว่า มีแหล่งข่าวใกล้ชิดออกมาให้ข้อมูลว่า บริษัท ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟคเจอริง หรือ TSMC ได้หยุดรับคำสั่งซื้อใหม่จากบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี เพื่อตอบสนองต่อแนวทางของสหรัฐฯ ที่มีเป้าหมายให้จำกัดการป้อนชิปให้กับบริษัทจีนรายนี้ สำหรับคำสั่งซื้อที่ TSMC รับไว้ก่อนที่จะมีการแบนหัวเว่ยรอบใหม่ และอยู่ในกระบวนการผลิตจะไม่ได้รับผลกระทบ โดยยังคงสามารถดำเนินการต่อไปได้ แต่การส่งชิปเหล่านั้นจะต้องดำเนินการก่อนกลางเดือน ก.ย. TSMC นับว่าเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นผู้ป้อนชิปรายสำคัญให้กับหัวเว่ยด้วย ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา TSMC ก็เพิ่งประกาศแผนงานสร้างโรงงานผลิตในสหรัฐฯ โดยย้ำว่าจะติดตามและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์การส่งออกของสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ เพิ่งออกกฎเกณฑ์ใหม่เมื่อวันศุกร์ของสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยให้อำนาจกับหน่วยงานกำกับในสหรัฐฯ เพิ่มเติมสำหรับการออกใบอนุญาตเพื่อจำหน่ายเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งผลิตในต่างประเทศด้วยเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ให้กับหัวเว่ย ถือเป็นการขยายขอบเขตในการจำกัดการส่งออกให้กับผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับ 2 ของโลกรายนี้ อย่างไรก็ตาม หัวเว่ย ยังปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นกับประเด็นที่เกิดขึ้น ส่วน TSMC ออกมาระบุว่า จะไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดคำสั่งซื้อใดๆ ออกมา ทั้งยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อมูลที่ออกมาเป็นเพียงข่าวลือในตลาดทั้งสิ้น

เทมาเส็กเข้าร่วมวงโครงการสกุลเงินดิจิทัล ‘ลิบรา’

เทมาเส็กเข้าร่วมวงโครงการสกุลเงินดิจิทัล ‘ลิบรา’

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ลิบรา โครงการสกุลเงินดิจิทัลที่เฟซบุ๊กริเริ่ม ขณะนี้มีผู้สนับสนุนรายใหม่เข้ามาเพิ่มเติม ได้แก่ เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ ซึ่งเป็นกองทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ สำหรับ เทมาเส็ก นับเป็นองค์กร 1 ใน 3 องค์กรใหม่ที่ประกาศเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มล่าสุดที่เข้าร่วมโครงการสมาคมลิบรา โดยปัจจุบันสมาคมนี้ก่อตั้งเป็นกลุ่มอิสระ ตั้งอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อบริหารโครงการสกุลเงินดิจิทัล ขณะที่ Paradigm ผู้ลงทุนในคริปโตเคอเรนซี และ Slow Ventures บริษัทเอกชน เป็นสมาชิกใหม่อีก 2 รายที่เข้าร่วมด้วย เฟซบุ๊ก เคยประกาศวิสัยทัศน์เกี่ยวกับโครงการลิบรา เมื่อปีที่ผ่านมาว่า ต้องการจะเป็นทางเลือกระบบการชำระเงินดิจิทัลโลก โดยเหรียญนี้จะเงินสกุลท้องถิ่นหลายๆ สกุลหนุนหลัง ซึ่งก็ทำให้หน่วยงานกำกับทั่วโลกเกิดความกังวลใจว่าโครงการนี้จะทำให้สกุลเงินดิจิทัลนี้กลายมาเป็นสกุลหลัก และอาจจะทำลายระบบการเงินได้ จากความกังวลของหน่วยงานกำกับนี้เอง ทำให้บริษัทให้บริการชำระเงินที่เคยเข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการ ถอนตัวจากโครงการนี้ ทั้งวีซ่า มาสเตอร์การ์ด และเพย์พาล สำหรับ เทมาเส็ก ซึ่งเข้าร่วมโครงการครั้งล่าสุด มีพอร์ตลงทุนมูลค่า 313,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ […]