กองทุนรวมหุ้นที่จ่ายปันผลของกองทุนบัวหลวง

กองทุนรวมหุ้นที่จ่ายปันผลของกองทุนบัวหลวง

กองทุนเปิดบัวแก้วปันผล (BKD) กองทุนเปิดบัวหลวงร่วมทุน (BCAP) กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 (BBASIC) BBLAM’s 2019 INVESTMENT THEMES  “รุ่งเรืองด้วยโครงสร้างพื้นฐาน บนสายพานของโลจิสติกส์” ในเดือน พ.ค. ตลาดหุ้นทั่วโลกส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง เนื่องจากความคืบหน้าของสถานการณ์การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนไม่เป็นไปตามคาด หลังจากประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ได้เพิ่ม Huawei เข้าสู่บัญชีดำการซื้อขาย ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถซื้อชิ้นส่วนหรือสินค้าจากสหรัฐฯ ได้ ซึ่งทางจีนได้ตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำให้สหรัฐฯ มีท่าทีอ่อนลงโดยการยืดระยะเวลาการคว่ำบาตรสินค้า Huawei ออกไป 3 เดือน ความกังวลต่อสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ของน้ำมันดิบ ทำให้ทิศทางราคาน้ำมันดิบและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ อ่อนตัวลงตามทิศทางตลาดหุ้น ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เริ่มส่งสัญญาณการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยความกังวลเกี่ยวกับการแยกตัวออกจากกลุ่มสหภาพยุโรป […]

กองทุนหุ้นที่จ่ายปันผลของกองทุนบัวหลวง

กองทุนหุ้นที่จ่ายปันผลของกองทุนบัวหลวง

กองทุนเปิดบัวแก้วปันผล (BKD) กองทุนเปิดบัวหลวงร่วมทุน (BCAP) กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 (BBASIC) BBLAM’s 2019 INVESTMENT THEMES : “รุ่งเรืองด้วยโครงสร้างพื้นฐาน บนสายพานของโลจิสติกส์” ตลาดหุ้นไทยในเดือน ม.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงระดับ 1,641 จุด ปรับตัวขึ้นประมาณ 5% นับตั้งแต่ต้นปี ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดต่างประเทศ หลังจากที่เมื่อปลายปีที่แล้ว ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงแรงทำให้ระดับ Valuation ถูกลงจนมีความน่าสนใจ ประกอบกับข้อมูลที่ออกมาของสหรัฐฯ (ซึ่งเป็นประเทศหลักที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจ) ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขทางเศรษฐกิจและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนของไตรมาส 4/2018 ที่ประกาศมาแล้ว ส่วนใหญ่ค่อนข้างดีกว่าหรือใกล้เคียงกับตลาดคาด ทำให้ตลาดสหรัฐฯ สามารถรีบาวด์กลับขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งแรงกดดันต่อตลาดทุนที่สำคัญนั้นลดลง หลังจากท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ส่งสัญญาณนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น ด้วยการชะลอการขึ้นดอกเบี้ยและปรับแผนการลดขนาดงบดุลโดยขึ้นกับความเหมาะสมต่อสภาวะเศรษฐกิจ ส่วนประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน นั้นเชื่อว่า จะยังคงยืดเยื้อต่อไป แต่ทั้งสองประเทศน่าจะสามารถเจรจาประนีประนอมไม่ให้เกิดผลกระทบรุนแรงมากนัก และคาดว่านักลงทุนจะค่อยๆ ลดความกังวลต่อเรื่องนี้ลง แม้อาจจะมีข่าวที่ทำให้ตลาดเกิดความกังวลบ้าง โดยเฉพาะช่วงใกล้ถึงเส้นตายที่สหรัฐฯ […]

จะเลือกกองทุนหุ้นจ่ายปันผลหรือไม่ปันผลดี

จะเลือกกองทุนหุ้นจ่ายปันผลหรือไม่ปันผลดี

จะเลือกกองทุนหุ้นจ่ายปันผลหรือไม่ปันผลดี โดย…เสกสรร โตวิวัฒน์ CFP® ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนทางการเงิน BF Knowledge Center ทำไมกองทุนหุ้นบางกองถึงไม่จ่ายปันผลออกมาให้ผู้ลงทุน? ก่อนอื่นต้องดูที่นโยบายการลงทุนของกองทุนหุ้นกองนั้นว่า มีนโยบายจ่ายเงินปันผลหรือไม่? ถ้ากองทุนหุ้นนั้น  ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล    กรณีที่บริหารจัดการเงินลงทุนแล้วมีกำไร   กำไรที่ได้รับก็จะสะสมไว้ในกองทุนไปเรื่อยๆ (ราคา NAV ที่สูงขึ้น) ส่วนกองทุนที่หุ้นที่ มีนโยบายจ่ายปันผล    ในนโยบายการลงทุนก็จะเขียนไว้ชัดว่า   กรณีที่บริหารจัดการเงินลงทุนแล้วมีกำไรในงวดนั้น และ/หรือ มีกำไรสะสมอยู่   กองทุนก็จะพิจารณาจ่ายเงินปันผลออกมาให้กับผู้ลงทุน    ส่วนจะจ่ายมาก จ่ายน้อย บ่อยครั้งแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่ากองทุนนั้นออกแบบไว้อย่างไร  และเขียนนโยบายไว้แบบไหน นโยบายปันผล สามารถออกแบบให้แตกต่างกันได้ด้วยหรือ? สามารถออกแบบได้    ยกตัวอย่าง  กองทุนบัวแก้วปันผล  ได้เขียนนโยบายลงทุนเกี่ยวกับการพิจารณาจ่ายเงินปันผลไว้ชัดเจนว่าจะพิจารณาการจ่ายปันผลทุกๆ  6  เดือน   โดยจะจ่ายในอัตราร้อยละ  95  จากกําไรสะสมหรือกําไรสุทธิจากการดําเนินงานงวดนั้น……     ซึ่งแสดงระยะเวลาการจ่ายปันผลค่อนข้างชัดเจน   กล่าวคือ  ทุกๆ  6 เดือน ผู้จัดการกองทุนก็จะพิจารณาว่ามีกำไรสามารถจ่ายปันผลได้หรือไม่?    ถ้ามีกำไรก็จะจ่ายปันผลออกมาเกือบหมดก็คือร้อยละ 95   เหลือเก็บไว้ในกองทุนนิดหน่อยเท่านั้น      ดังนั้น เวลาที่ตลาดหุ้นดี  กองทุนบัวแก้วบริหารได้ดี ผู้ลงทุนก็มีโอกาสได้รับเงินปันผลเยอะ […]

Product update: กองทุนเปิดบัวหลวงที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล

Product update: กองทุนเปิดบัวหลวงที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล

Market Overview : มิถุนายน 2018 กระแสเงินลงทุนไหลออกจากต่างชาติยังเป็นแรงกดดันให้ตลาดหุ้นเกิดใหม่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น รวมถึงความกังวลเรื่อง Trade war ทำให้สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงอยู่ในโหมด Risk off ส่งผลให้ตลาดหุ้นในภูมิภาคอาเซียนปรับตัวลดลงร้อยละ 3.00 ถึง 7.50 ในเดือน มิ.ย. ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง นำโดยกลุ่มค้าปลีก ลดลงร้อยละ 9.88 จากความผิดหวังของตัวเลขการเติบโตยอดขายในสาขาเดิมของบางบริษัทขนาดใหญ่ ตามด้วยกลุ่มสื่อสารปรับตัวลดลงร้อยละ 9.06 จากความไม่แน่นอนในการประมูลคลื่นความถี่ และกลุ่มพลังงาน ปรับตัวลดลงร้อยละ 7.57 เพราะที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นโดดเด่นกว่ากลุ่มอื่น จึงถูกขายทำกำไร แม้ว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศผู้นำอย่างสหรัฐอเมริกา จะปรับตัวเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลงและความตึงตัวทางการค้าโลก (Trade Tension) ยังเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แต่ในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ผลตอบแทนของเงินปันผลจากตลาดหุ้นยังคงให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม ตลาดคาดผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 เติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยหากผลประกอบการในไตรมาส 2 ออกมาผิดหวังกว่าคาด ตลาดอาจจะมีการตอบรับในเชิงลบ กลยุทธ์การเลือกหุ้นรายตัวจึงมีความสำคัญต่อการลงทุนในระยะนี้ มุมมองตลาดหุ้นไทย ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับภูมิภาค […]

มุมมองตลาดหุ้นไทยปีจอ

มุมมองตลาดหุ้นไทยปีจอ

มุมมองตลาดหุ้นไทย : ณ ขณะนี้ ระดับ P/E ตลาดหุ้นไทยเมื่อเทียบกับประมาณการกำไรปี 2561 อยู่ที่มากกว่า 16.5 เท่า นับว่าตึงตัวพอสมควร แต่ว่าระดับ Valuation ของหุ้นในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมนั้นมีความแตกต่างกัน จึงมีหุ้นไทยบางส่วนที่ยังมีความน่าสนใจลงทุนอยู่ ขณะที่บางกลุ่มก็มีราคาแพงเกินพื้นฐาน ทั้งนี้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจนั้นน่าจะมีโมเมนตัมต่อเนื่อง ส่วนการคาดการณ์ผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนในระยะหลังจากนี้ยังมีแนวโน้มที่ดี และจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันราคาหุ้นให้ปรับตัวขึ้นต่อไปได้ เพียงแต่ในบางช่วงอาจจะมีแรงขายทำกำไรออกมาได้บ้าง ด้านความเสี่ยงในประเทศช่วงนี้ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกในประเทศ แต่ถือเป็นปัจจัยที่ตลาดได้รับทราบไว้แล้ว ส่วนปัจจัยจากต่างประเทศนั้น ตัวเลขเศรษฐกิจในประเทศหลักๆ ทั้งประเทศทางฝั่งตะวันตกและฝั่งเอเชีย ยังแสดงถึงการขยายตัวที่ดี ผลประกอบการที่ดีกว่าที่คาดและระดับ Valuation ที่ไม่ได้สูงนัก รวมแล้วทำให้เชื่อว่า ในช่วงระยะสั้นนี้น่าจะยังไม่มีปัจจัยลบที่กระทบต่อตลาดอย่างมีนัยสำคัญ กลยุทธ์การลงทุนของกองทุน : ผู้จัดการกองทุนยังคงเน้นลงทุนในบริษัทคุณภาพที่มีรูปแบบธุรกิจที่เข้มแข็ง มีศักยภาพเติบโตได้ต่อเนื่อง มีฐานะการเงิน แข็งแกร่ง มีกระแสเงินสดสูง และมีแนวโน้มการจ่ายปันผลดีอย่างสม่ำเสมอ